๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาติสสเมตเตยยสูตรที่ ๒
____________________________
บาลีเป็น ติสสเมตเตยปัญหา.
ติสสเมตเตยยสูตร มีคำเริ่มต้นว่า โกธ สนฺตุสฺสิโต ใครชื่อว่า ผู้ยินดีในโลกนี้ ดังนี้.
ติสสเมตเตยยสูตร มีการเกิดขึ้นอย่างไร?
มีการเกิดขึ้นด้วยอำนาจของการถามของสูตรทั้งหมด. ก็พราหมณ์เหล่านั้นทูลถามความสงสัยของตนๆ เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปวารณาไว้แล้วว่า ให้พวกเราถามได้ตามโอกาส ดังนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าอันติสสเมตเตยยมาณพทูลถามแล้ว ทรงพยากรณ์แก่อันเตวาสิกเหล่านั้น. พึงทราบว่า สูตรเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งการถามด้วยประการฉะนี้แล.
เมื่อจบปัญหาของอชิตะแล้ว โมฆราชเริ่มจะทูลถามปัญหาอย่างนี้ว่า มัจจุราชย่อมไม่เห็นผู้เพ่งดูโลกอย่างไร. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า อินทรีย์ของโมฆราชนั้นยังไม่แก่กล้า จึงทรงห้ามว่า ดูก่อนโมฆราช ท่านจงหยุดก่อน คนอื่นจงถามเถิด.
____________________________
ขุ. ส. เล่ม ๒๕/ข้อ ๔๓๙ ขุ. จูฬ. เล่ม ๓๐/ข้อ ๔๙๙
ลำดับนั้น ติสสเมตเตยยะเมื่อจะทูลถามความสงสัยของตน จึงกล่าวคาถาว่า โกธ ดังนี้เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า โกธ สนฺตุสฺสิโต คือ ใครชื่อว่าเป็นผู้ยินดีในโลกนี้. บทว่า อิญฺชิตา ความหวั่นไหว คือความดิ้นรนด้วยตัณหาและทิฏฐิ. บทว่า อุภนฺตมภิญฺญาย คือ รู้ส่วนสุดทั้งสอง. บทว่า มนฺตา น ลิมฺปติ คือ ไม่ติดอยู่ ด้วยปัญญา.
พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่ติสสเมตเตยยะจึงตรัสสองคาถาว่า กาเมสุ ในกามทั้งหลาย ดังนี้เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้นบทว่า กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา ภิกษุเห็นโทษในกามทั้งหลายแล้วประพฤติพรหมจรรย์. อธิบายว่า ประพฤติพรหมจรรย์มีกามเป็นนิมิต เห็นโทษในกามทั้งหลายแล้วประกอบด้วยมรรคพรหมจรรย์. ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงความยินดี.
ด้วยบทมีอาทิว่า วีตตณฺโห มีตัณหาไปปราศแล้ว ทรงแสดงถึงความไม่หวั่นไหว.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สงฺขาย นิพฺพุโต พิจารณาเห็นธรรมแล้วดับกิเลส คือพิจารณาเห็นธรรมทั้งหลายโดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น แล้วดับกิเลสด้วยการดับราคะเป็นต้น.
บทที่เหลือชัดดีแล้ว เพราะมีนัยดังกล่าวแล้วในบทนั้นๆ .
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงสูตรนี้ ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตนั่นแล.
เมื่อจบเทศนา พราหมณ์แม้นี้ก็ตั้งอยู่ในพระอรหัต พร้อมด้วยอันเตวาสิก ๑,๐๐๐ ชนอื่นอีกหลายพันได้เกิดดวงตาเห็นธรรม.
บทที่เหลือเช่นเดียวกับบทก่อนนั่นแล.
จบอรรถกถาติสสเมตเตยยสูตรที่ ๒ แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย ชื่อปรมัตถโชติกา --------------------