คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๔ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาโปสาลสูตร ที่ ๑๔

____________________________

บาลีเป็น โปสาลปัญหา.

โปสาลสูตร มีคำเริ่มต้นว่า โย อตีตํ เป็นต้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า โย อตีตํ อาทิสติ พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงแสดงอ้างสิ่งที่ล่วงไปแล้ว คือพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดทรงแสดงอ้างถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วมีชาติเป็นต้นแม้ชาติหนึ่งของพระองค์ และของสัตว์พวกอื่น.

บทว่า วิภูตรูปสญฺญิสฺส คือ บุคคลผู้มีความสำคัญในรูปก้าวล่วงแล้ว.

บทว่า สพฺพกายปฺปหายิโน คือ ละรูปกายได้ทั้งหมดด้วยการละชั่วคราวและละด้วยการข่มไว้. อธิบายว่า ละปฏิสนธิในรูปภพได้แล้ว.

บทว่า นตฺถิ กิญฺจีติ ปสฺสโต เห็นอยู่ว่าไม่มีอะไร คือเห็นอยู่ว่าไม่มีอะไรเพราะเห็นแจ้งว่าวิญญาณไม่มี. ท่านอธิบายว่า ได้อากิญจัญญายตนสมาบัติ.

บทว่า ญาณํ สกฺกานุปุจฺฉามิ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นศากยะ ข้าพระองค์ทูลถามถึงญาณ โปสาลมาณพเรียกพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า สักกะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นศากยะ ข้าพระองค์ทูลถามถึงญาณของบุคคลนั้นว่าควรปรารถนาเช่นไร.

บทว่า กถํ เนยฺโย คือ บุคคลนั้นควรแนะนำอย่างไร ควรให้ญาณเกิดแก่เขายิ่งขึ้นได้อย่างไร.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงประกาศญาณของพระองค์ที่อันใครๆ กำจัดไม่ได้ในบุคคลเช่นนั้น เพื่อทรงพยากรณ์ญาณนั้นแก่โปสาลมาณพ จึงตรัสคาถาสองคาถาต่อไป.

บทว่า วิญฺญาณฏฺฐิติโย สพฺพา อภิชานํ ตถาคโต พระตถาคตทรงรู้ยิ่งซึ่งภูมิเป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณทั้งปวง คือทรงรู้ยิ่งวิญญาณฐิติทั้งปวงอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมมีได้ ด้วยอภิสังขาร ด้วยปฏิสนธิ ๔.

บทว่า ติฏฺฐนฺตเมนํ ชานาติ ทรงทราบบุคคลนั้นผู้ดำรงอยู่ คือทรงทราบบุคคลนั้นผู้ดำรงอยู่ได้ด้วยกรรมคืออภิสังขารว่า ต่อไปสัตว์นี้จักมีคติเป็นอย่างนี้.

บทว่า วิมุตฺตํ คือ น้อมไปแล้วในอากิญจัญญายตนสมาบัติเป็นต้น.

บทว่า ตปฺปรายนํ ผู้มีอากิญจัญญายตนสมาบัตินั้นเป็นที่ไปในเบื้องหน้า คือสำเร็จด้วยอากิญจัญญายตนสมบัตินั้น.

บทว่า อากิญฺจญฺญาสมฺภวํ ญตฺวา ทรงทราบผู้ที่เกิดในอากิญจัญญายตนภพ คือทรงทราบกรรมคืออภิสังขารที่ให้เกิดในอากิญจัญญายตนภพ. เป็นอย่างไร นี้เป็นเครื่องห่วงใย.

บทว่า นนฺทิสํโยชนํ อิติ ว่ามีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องประกอบ คือรู้ความเพลิดเพลินที่นับว่าอรูปราคะในภพนั้นว่าเป็นเครื่องประกอบ.

บทว่า ตโต ตตฺถ วิปสฺสติ แต่นั้นย่อมเห็นแจ้งในอากิญจัญญายตนสมาบัตินั้น คือ แต่นั้นออกจากอากิญจัญญายตนสมาบัติแล้ว เห็นแจ้งสมาบัตินั้นโดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น.

บทว่า เอวํ ญาณํ ตถํ ตสฺส ญาณของบุคคลนั้นเป็นญาณถ่องแท้อย่างนี้ คืออรหัตญาณเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นผู้เห็นแจ้งอย่างนี้ตามลำดับไม่วิปริต.

บทว่า วุสีมโต คือ อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว.

บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดเจนดีแล้ว.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตนั่นแล.

เมื่อจบเทศนา ได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นกับครั้งก่อนนั่นแล.

จบอรรถกถาโปสาลสูตรที่ ๑๔ แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย ชื่อปรมัตถโชติกา --------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑