คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๕ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาทาสกเถรคาถา

คาถาของท่านพระทาสกเถระเริ่มต้นว่า มิทฺธี ยทา.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

ได้ยินว่า ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เมื่อพระตถาคตเจ้ายังไม่ได้เสด็จอุบัติขึ้น ท่านได้ถวายผลมะม่วงอันน่าพึงใจแก่พระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าอชิตะ ผู้ลงจากเขาคันธมาทน์มาสู่คลองแห่งมนุษย์ แล้วเที่ยวบิณฑบาตในบ้านแห่งใดแห่งหนึ่ง ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย แล้วบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ ได้กระทำบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมาก.

ท่านขวนขวายกุศลกรรมอย่างนี้ ละจากสุคติเข้าถึงสุคติ เกิดในเรือนมีตระกูล ในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้. ท่านอันอนาถบิณฑิกเศรษฐีแต่งตั้งไว้ในหน้าที่ปฏิบัติพระวิหาร ก็ปฏิบัติพระวิหารโดยเคารพ ได้มีศรัทธา โดยได้เห็นพระพุทธเจ้า และโดยการฟังพระสัทธรรมเนืองๆ บวชแล้ว.

ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า พระทาสกเถระนี้เกิดในเรือนมีตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ เจริญวัยแล้วบำรุงพระเถระผู้เป็นพระขีณาสพรูปใดรูปหนึ่ง มีความประสงค์จะให้ท่านช่วยทำกิจบางอย่าง จึงสั่งบังคับท่าน ด้วยกรรมนั้น เขาเกิดในท้องของหญิงทาสีของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ในพระนครสาวัตถี ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย เจริญวัยแล้ว อันท่านเศรษฐีแต่งตั้งไว้ในตำแหน่งผู้ปฏิบัติพระวิหาร ได้เป็นผู้มีศรัทธาแล้ว โดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

ท่านมหาเศรษฐีสดับศีลาจารวัตรและอัธยาศัยของเขาแล้ว กระทำให้เขาเป็นไท (พ้นจากทาส) แล้วบอกว่า ขอท่านจงบวชตามสบาย ภิกษุทั้งหลายให้เขาบรรพชาแล้ว. จำเดิมแต่บวชแล้ว เขากลับเป็นผู้เกียจคร้าน เป็นผู้ที่มีความเพียรเสื่อม ไม่กระทำวัตรปฏิบัติใดๆ ที่ไหนจะบำเพ็ญสมณธรรมเล่า มุ่งแต่บริโภคจนเต็มที่ มักมากไปด้วยการนอนอย่างเดียว. แม้ในเวลาฟังธรรมก็เข้าไปสู่มุมแห่งหนึ่ง นั่งท้ายบริษัท หลับกรนครอกๆ ตลอดเวลา.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูบุรพนิสัยของท่านแล้ว เพื่อจะให้ท่านเกิดความสังเวช จึงได้ตรัสพระคาถาว่า

เมื่อใด บุคคลเป็นผู้ง่วงเหงาและกินมาก มักนอนหลับ กลิ้งเกลือกไปมา เมื่อนั้น เขาเป็นคนเขลาย่อมเข้าห้องบ่อยๆ เหมือนสุกรใหญ่ที่เขาปรนปรือด้วยเหยื่อ ฉะนั้น ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิทฺธี ความว่า เป็นผู้อันถีนะและมิทธะครอบงำแล้ว. อธิบายว่า มิทธะครอบงำผู้ใด แม้ถีนะก็ย่อมครอบงำผู้นั้นด้วยเหมือนกัน.

บทว่า ยทา แปลว่า ในกาลใด.

บทว่า มหคฺฆโส ความว่า บริโภคมาก เหมือนพราหมณ์อาหรหัตถะ พราหมณ์อลังสาฎกะ พราหมณ์ตัตถวัฏฏกะ พราหมณ์กากมาสกะ พราหมณ์ภุตตวมิตกะคนใดคนหนึ่ง.

บทว่า นิทฺทายิตา แปลว่าผู้มักหลับ.

บทว่า สมฺปริวตฺตสายี ความว่า นอนกลิ้งไปกลิ้งมา.

ท่านแสดงว่าประกอบเนืองๆ ซึ่งความสุขในการนอน ความสุขในผัสสะและความสุขในความง่วงเหงาหาวนอน แม้ด้วยบททั้งสอง.

บทว่า นิวาปปุฏฺโฐ ความว่า อันเขาเลี้ยง คือบำรุงเลี้ยงด้วยสูกรภัตมีรำข้าวเป็นต้น. อธิบายว่า สุกรในเรือนที่เขาเลี้ยงแต่เวลายังเล็กๆ เวลามีร่างกายอ้วนพีไม่ได้ออกไปนอกคอก ย่อมนอนกลิ้งไปมา ในที่ต่างๆ มีเตียงข้างล่างเป็นต้นทีเดียว.

ท่านกล่าวอธิบายไว้ดังนี้

ในเวลาใด บุรุษย่อมเป็นผู้ง่วงเหงาหาวนอนและกินมาก ไม่สามารถจะผลัดเปลี่ยนอิริยาบถเป็นอย่างอื่นได้ มักนอนหลับ กลิ้งเกลือกไปมา เหมือนสุกรใหญ่ที่เขาปรนปรือด้วยเหยื่อ ในเวลานั้น บุรุษนั้นย่อมไม่อาจมนสิการไตรลักษณ์ คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพราะไม่ได้มนสิการไตรลักษณ์เหล่านั้น เขาจึงเป็นผู้มีปัญญาน้อย ย่อมเข้าห้องบ่อยๆ หรือไม่พ้นจากที่อยู่ คือห้องไปได้.

พระทาสกเถระฟังพระคาถานั้นแล้วเกิดความสลดใจ เริ่มตั้งวิปัสสนา แล้วได้กระทำให้แจ้งพระอรหัต ต่อกาลไม่นานเลย.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอชิตะ ผู้สมบูรณ์ด้วยจรณะ และเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ประทับอยู่ในป่าหิมพานต์ เราได้ถวายผลมะม่วง ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีฉวีวรรณเหมือนทองคำ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา กำลังเสด็จดำเนินอยู่ในถนน ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้

เราเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ได้กล่าวยืนยันพระคาถานั้นแหละว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอนเราด้วยพระคาถานี้ พระคาถานี้เป็นดังขอสับสำหรับเรา.

นี้เป็นการพยากรณ์พระอรหัตผล โดยปริวัตตาหารนัยของพระเถระนั้น.

จบอรรถกถาทาสกเถรคาถา -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑