คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๒๗

ข้ออื่นในเล่มนี้

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ อปัณณกชาดกเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค วัณณุปถชาดก ว่าด้วยผู้ไม่เกียจคร้านเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค เสรีววาณิชชาดก ว่าด้วยเสรีววาณิชเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค จุลลกเศรษฐีชาดก ว่าด้วยคนฉลาดตั้งตนได้เอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค ตัณฑุลนาฬิชาดก ว่าด้วยราคาข้าวสารเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค เทวธรรมชาดก ว่าด้วยธรรมของเทวดาเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค กัฏฐหาริชาดกเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค คามนิชาดก ว่าด้วยไม่ใจเร็วด่วนได้เอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค มฆเทวชาดก ว่าด้วยเทวทูตเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค สุขวิหาริชาดก ว่าด้วยการอยู่เป็นสุขเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค ลักขณชาดก ว่าด้วยผู้มีศีลเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค นิโครธมิคชาดก ว่าด้วยการเลือกคบเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค กัณฑินชาดก ว่าด้วยผู้ตกอยู่ในอำนาจหญิงเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค วาตมิคชาดก ว่าด้วยอำนาจของรสเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค ขราทิยชาดก ว่าด้วยผู้ล่วงเลยโอวาทเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค ติปัลลัตถมิคชาดก ว่าด้วยเล่ห์กลลวงพรานเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค มาลุตชาดก ว่าด้วยความหนาวเกิดแต่ลมเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค มตกภัตตชาดก ว่าด้วยสัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์เอกกนิบาตชาดก สีลวรรค อายาจิตภัตตชาดก ว่าด้วยการเปลื้องตนเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค นฬปานชาดก ว่าด้วยการพิจารณาเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๑. กุรุงคมิคชาดก ว่าด้วยกวางกุรุงคะเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๒. กุกกุรชาดก ว่าด้วยสุนัขที่ถูกฆ่าเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๓. โภชาชานียชาดก ว่าด้วยม้าสินธพอาชาไนยเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๔. อาชัญญชาดก ว่าด้วยม้าอาชาไนยกับม้ากระจอกเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๕. ติตถชาดก ว่าด้วยการเบื่อเพราะซ้ำซากเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๖. มหิฬามุขชาดก ว่าด้วยการเสี้ยมสอนเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๗. อภิณหชาดก ว่าด้วยการเห็นกันบ่อยๆเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๘. นันทิวิสาลชาดก ว่าด้วยการพูดดีเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๙. กัณหชาดก ว่าด้วยผู้เอาการเอางานเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๑๐. มุณิกชาดก ว่าด้วยลักษณะของผู้มีอายุยืนเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๑. กุลาวกชาดก ว่าด้วยการเสียสละเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๒. นัจจชาดก ว่าด้วยเหตุที่ยังไม่ให้ลูกสาวเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๓. สัมโมทมานชาดก ว่าด้วยพินาศเพราะทะเลาะกันเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๔. มัจฉชาดก ว่าด้วยความหึงหวงเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๕. วัฏฏกชาดก ว่าด้วยความจริงเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๖. สกุณชาดก ว่าด้วยที่พึ่งให้โทษเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๗. ติตติรชาดก ว่าด้วยผู้มีความอ่อนน้อมเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๘. พกชาดก ว่าด้วยผู้ฉลาดแกมโกงเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๙. นันทชาดก ว่าด้วยการกล่าวคำหยาบเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๑๐. ขทิรังคารชาดก ว่าด้วยมีจิตมั่นคงเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๑. โลสกชาดก ว่าด้วยคนที่ต้องเศร้าโศกเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๒. กโปตกชาดก ว่าด้วยคนที่ต้องฉิบหายเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๓. เวฬุกชาดก ว่าด้วยคนที่นอนตายเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๔. มกสชาดก ว่าด้วยมีศัตรูผู้มีปัญญาดีกว่ามีมิตรโง่เอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๕. โรหิณีชาดก ว่าด้วยผู้อนุเคราะห์ที่โง่เขลาไม่ดีเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๖. อารามทูสกชาดก ว่าด้วยฉลาดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่มีความสุขเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๗. วารุณิทูสกชาดก ว่าด้วยผู้มีปัญญาทรามทำให้เสียประโยชน์เอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๘. เวทัพพชาดก ว่าด้วยผู้ปรารถนาประโยชน์โดยไม่แยบคายย่อมเดือดร้อนเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๙. นักขัตตชาดก ว่าด้วยประโยชน์คือฤกษ์เอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๑๐. ทุมเมธชาดก ว่าด้วยคนโง่ถูกบูชายัญเพราะคนอธรรมเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๑. มหาสีลวชาดก ว่าด้วยความสำเร็จเกิดจากความพยายามเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๒. จูฬชนกชาดก ว่าด้วยเป็นคนควรพยายามร่ำไปเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๓. ปุณณปาติชาดก ว่าด้วยการกล่าวถ้อยคำไม่จริงเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๔. ผลชาดก ว่าด้วยการรู้จักผลไม้เอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๕. ปัญจาวุธชาดก ว่าด้วยการบรรลุธรรมอันเกษมเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๖. กัญจนขันธชาดก ว่าด้วยการบรรลุธรรมอันเกษมเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๗. วานรินทชาดก ว่าด้วยธรรมของผู้ล่วงพ้นศัตรูเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๘. ตโยธรรมชาดก ว่าด้วยธรรมของผู้ล่วงพ้นศัตรูเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๙. เภริวาทชาดก ว่าด้วยการทำเกินประมาณเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๑๐. สังขธมนชาดก ว่าด้วยการทำเกินประมาณเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๑. อาสาตมันตชาดก ว่าด้วยหญิงเลวทรามเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๒. อัณฑภูตชาดก ว่าด้วยการวางใจภรรยาเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๓. ตักกชาดก ว่าด้วยธรรมดาหญิงเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๔. ทุราชานชาดก ว่าด้วยภาวะของหญิงรู้ยากเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๕. อนภิรติชาดก ว่าด้วยเปรียบหญิงเหมือนของ ๕ อย่างเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๖. มุทุลักขณชาดก ว่าด้วยความต้องการไม่มีสิ้นสุดเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๗. อุจฉังคชาดก ว่าด้วยหญิงหาลูกหาผัวได้ง่ายเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๘. สาเกตชาดก ว่าด้วยวางใจคนที่ชอบใจเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๙. วิสวันตชาดก ว่าด้วยตายเสียดีกว่าดูดพิษที่คายออกแล้วเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๑๐. กุททาลชาดก ว่าด้วยความชนะที่ดีเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๑. วรุณชาดก ว่าด้วยการทำไม่ถูกขั้นตอนเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๒. สีลวนาคชาดก ว่าด้วยคนอกตัญญูมองคนในแง่ร้ายเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๓. สัจจังกิรชาดก ว่าด้วยไม้ลอยน้ำดีกว่าคนอกตัญญูเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๔. รุกขธรรมชาดก ว่าด้วยต้นไม้โดดเดี่ยวย่อมแพ้ลมเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๕. มัจฉชาดก ว่าด้วยปลาขอฝนเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๖. อสังกิยชาดก ว่าด้วยเมตตากรุณาทำให้ปลอดภัยเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๗. มหาสุบินชาดก ว่าด้วยมหาสุบินเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๘. อิลลีสชาดก ว่าด้วยคนมีรูปร่างเหมือนกันเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๙. ขรัสสรชาดก ว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้งเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๑๐. ภีมเสนชาดก ว่าด้วยคำแรกกับคำหลังไม่สมกันสุราปานชาดก ว่าด้วย โทษของการดื่มสุรามิตตวินทชาดก ว่าด้วย จักรบดศีรษะกาฬกัณณิชาดก ว่าด้วย มิตรอัตถัสสทวารชาดก ว่าด้วย คุณธรรม ๖ ประการกิมปักกชาดก ว่าด้วย โทษของกามสีลวีมังสนชาดก ว่าด้วย ผู้มีศีลมังคลชาดก ว่าด้วย ถือมงคลตื่นข่าวสรัมภชาดก ว่าด้วย การพูดดี-พูดชั่วกุหกชาดก ว่าด้วย พูดดีได้เงินได้ทองอกตัญญูชาดก ว่าด้วย คนอกตัญญูลิตตชาดก ว่าด้วย ลูกสกาอาบยาพิษมหาสารชาดก ว่าด้วย ต้องการคนที่เหมาะกับเหตุการณ์วิสสาสโภชนชาดก ว่าด้วย การไว้วางใจโลมหังสชาดก ว่าด้วย การแสวงหาอย่างประเสริฐมหาสุทัสสนชาดก สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา.เตลปัตตชาดก ว่าด้วย การรักษาจิตนามสิทธิชาดก ว่าด้วย ชื่อไม่เป็นของสำคัญกูฏวาณิชชาดก ว่าด้วย คนผู้เป็นบัณฑิตปโรสหัสสชาดก ว่าด้วย คนผู้มีปัญญาอสาตรูปชาดก ว่าด้วย สิ่งที่ครอบงำคนประมาทปโรสตชาดก ว่าด้วย คนมีปัญญาคนเดียวดีกว่าคนโง่เขลาตั้งร้อยปัณณิกชาดก ว่าด้วย ที่พึ่งให้โทษเวริชาดก ว่าด้วย การอยู่ร่วมกับมีเวรกันมิตตวินทชาดก ว่าด้วย โทษผู้ลุอำนาจความปรารถนาทุพพลกัฏฐชาดก ว่าด้วย ช้างกลัวไม้แห้งอุทัญจนีชาดก ว่าด้วย หญิงโจรสาลิตตกชาดก ว่าด้วย คนมีศิลปะพาหิยชาดก ว่าด้วย เป็นคนควรศึกษาศิลปะกุณฑกปูวชาดก ว่าด้วย มีอย่างไรกินอย่างนั้นสัพพสังหารกปัญหา ว่าด้วย การพูดของหญิง ๒ ประเภทคัทรภปัญหา ว่าด้วย ลากับม้าอัสดรอมราเทวีปัญหา ว่าด้วย บอกใบ้หนทางไปบ้านสิคาลชาดก ว่าด้วย พราหมณ์เชื่อสุนัขมิตจินติชาดก ว่าด้วย ปลาช่วยปลาให้พ้นข่ายอนุสาสิกชาดก ว่าด้วย ดีแต่สอนผู้อื่นทุพพจชาดก ว่าด้วย ได้รับโทษเพราะทำเกินไปติตติรชาดก ว่าด้วย ตายเพราะปากวัฏฏกชาดก ว่าด้วย การใช้ความคิดอกาลราวิชาดก ว่าด้วย ไก่ขันไม่ถูกเวลาพันธนโมกขชาดก ว่าด้วย การหลุดพ้นจากเครื่องผูกมัดเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๑. กุสนาฬิชาดก ว่าด้วยประโยชน์ของการผูกมิตรเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๒. ทุมเมธชาดก ว่าด้วยคนโง่ได้ยศไม่เป็นประโยชน์เอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๓. นังคลีสชาดก ว่าด้วยคนพาลกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าวเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๔. อัมพชาดก ว่าด้วยบัณฑิตควรพยายามร่ำไปเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๕. กฏาหกชาดก ว่าด้วยคนขี้โอ่เอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๖. อสิลักขณชาดก ว่าด้วยเหตุอย่างเดียวคนได้ผลต่างกันเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๗. กลัณฑุกชาดก ว่าด้วยสกุลของนายกลัณฑุกะเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๘. มูสิกชาดก ว่าด้วยผู้เอาธรรมบังหน้าเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๙. อัคคิกชาดก ว่าด้วยท่านอัคคิกะเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๑๐. โกสิยชาดก ว่าด้วยถ้อยคำกับการกินไม่สมกันอสัมปทานชาดก ว่าด้วย การไม่รับของทำให้เกิดการแตกร้าวปัญจภีรุกชาดก ว่าด้วย ความสวัสดีฆตาสนชาดก ว่าด้วย ภัยเกิดจากที่พึ่งฌานโสธนชาดก ว่าด้วย สุขเกิดจากสมาบัติจันทาภชาดก ว่าด้วย ผู้เข้าถึงอาภัสสรพรหมสุวรรณหังสชาดก ว่าด้วย โลภมากลาภหายพัพพุชาดก ว่าด้วย วิธีให้แมวตายโคธชาดก ว่าด้วย ฤาษีหลอกกินเหี้ยอุภโตภัฏฐชาดก ว่าด้วย ผู้เสียหายหมดทุกอย่างกากชาดก ว่าด้วย กาไม่มีมันเหลวโคธชาดก ว่าด้วย คบคนชั่วไม่มีความสุขสิคาลชาดก ว่าด้วย ทำอุบายนอนตายวิโรจนชาดก ว่าด้วย ผู้ถูกเยาะเย้ยนังคุฏฐชาดก ว่าด้วย บูชาไฟด้วยหางวัวราธชาดก ว่าด้วย พูดเพ้อเจ้อเพราะความเขลากากชาดก ว่าด้วย กาวิดน้ำด้วยปากบุปผรัตตชาดก ว่าด้วย เป็นทุกข์เพราะภรรยาไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำสิคาลชาดก ว่าด้วย สุนัขเข้าอยู่ในท้องช้างเอกปัณณชาดก ว่าด้วย ต้นไม้ใบเดียวสัญชีวชาดก ว่าด้วย โทษที่ยกย่องอสัตบุรุษราโชวาทชาดก ว่าด้วย วิธีชนะสิคาลชาดก ว่าด้วย การทำโดยไม่พิจารณาสูกรชาดก ว่าด้วย หมูท้าราชสีห์อุรคชาดก ว่าด้วย งูผู้มีคุณธรรมสูงภัคคชาดก ว่าด้วย อายุอลีนจิตตชาดก ว่าด้วย กัลยาณมิตรคุณชาดก ว่าด้วย มิตรธรรมสุหนุชาดก ว่าด้วย การเปรียบเทียบม้า ๒ ม้าโมรชาดก ว่าด้วย นกยูงเจริญพระปริตต์วินีลกชาดก ว่าด้วย การเลือกทำเลผิดอินทสมานโคตตชาดก ว่าด้วย การสมาคมกับสัตบุรุษสันถวชาดก ว่าด้วย ความสนิทสนมสุสีมชาดก ว่าด้วย พระเจ้าสุสีมะคิชฌชาดก ว่าด้วย สายตาแร้งนกุลชาดก ว่าด้วย อย่าวางใจมิตรอุปสาฬหกชาดก ว่าด้วย คุณธรรมที่ไม่ตายไปจากโลกสมิทธิชาดก ว่าด้วย การไม่รู้เวลาตายสกุณัคฆิชาดก ว่าด้วย เหยี่ยวนกเขาอรกชาดก ว่าด้วย การแผ่เมตตากกัณฏกชาดก ว่าด้วย กกัณฏกชาดกกัลยาณธรรมชาดก ว่าด้วย ผู้มีกัลยาณธรรมทัททรชาดก ว่าด้วย ราชสีห์กับสุนัขจิ้งจอกมักกฏชาดก ว่าด้วย ลิงทุพภิยมักกฏชาดก ว่าด้วย การคบคนชั่วอาทิจจุปัฏฐานชาดก ว่าด้วย ลิงไหว้พระอาทิตย์กฬายมุฏฐิชาดก ว่าด้วย โลภมากตินทุกชาดก ว่าด้วย อุบายกัจฉปชาดก ว่าด้วย เต่าสตธรรมชาดก ว่าด้วย สตธรรมมาณพทุทททชาดก ว่าด้วย คติของคนดีคนชั่วอสทิสชาดก ว่าด้วย อสทิสกุมารสังคามาวจรชาดก ว่าด้วย ช้างเข้าสงครามวาโลทกชาดก ว่าด้วย น้ำหางคิริทัตตชาดก ว่าด้วย การเอาอย่างอนภิรติชาดก จิตขุ่นมัว-ไม่ขุ่นมัวทธิวาหนชาดก ว่าด้วย พระเจ้าทธิวาหนะจตุมัฏฐชาดก ว่าด้วย ผู้เลวทราม ๔ อย่างสีหโกตถุกชาดก ว่าด้วย ตัวเหมือนราชสีห์แต่เสียงไม่เหมือนสีหจัมมชาดก ว่าด้วย ลาปลอมเป็นราชสีห์สีลานิสังสชาดก ว่าด้วย อานิสงส์ศีลรุหกชาดกสิริกาฬกัณณิชาดก ว่าด้วย สิริกับกาฬกรรณีจุลลปทุมชาดก ว่าด้วย การลงโทษหญิงชายทำชู้กันมณิโจรชาดก ว่าด้วย พระเจ้าอธรรมิกราชปัพพตูปัตถรชาดก ว่าด้วย สระที่เชิงเขาลาดวลาหกัสสชาดก ว่าด้วย ความสวัสดีมิตตามิตตชาดก ว่าด้วย อาการของผู้เป็นมิตรและมิใช่มิตรราธชาดก ว่าด้วย เรื่องจริงเก่าไม่ดีไม่ควรพูดคหปติชาดก ว่าด้วย การทวงในเวลายังไม่ถึงกำหนดสาธุสีลชาดก ว่าด้วย เลือกเอาผู้มีศีลพันธนาคารชาดก ว่าด้วย เครื่องผูกเกฬิสีลชาดก ว่าด้วย ปัญญาสำคัญกว่าร่างกายขันธปริตตชาดก ว่าด้วย พระปริตต์ป้องกันสัตว์ร้ายต่างๆวีรกชาดก ว่าด้วย โทษการเอาอย่างผู้อื่นคังเคยยชาดก ว่าด้วย ผู้ชอบโอ้อวดกุรุงคมิคชาดก ว่าด้วย การร่วมมือกันอัสสกชาดก ว่าด้วย ไม่รู้ของจริงเพราะมีสิ่งใหม่ๆ ปิดไว้สุงสุมารชาดก ว่าด้วย ผู้มีปัญญาไม่สมกับตัวกักกรชาดก ว่าด้วย ผู้ฉลาดเอาตัวรอดได้กันทคลกชาดก ว่าด้วย นกหัวขวานตายเพราะไม้แก่นโสมทัตตชาดก ว่าด้วย อาการของผู้ขออุจฉิฏฐภัตตชาดก ว่าด้วย นางพราหมณีหาชายชู้ภรุราชชาดก ว่าด้วย ประทุษร้ายผู้มีศีลย่อมวิบัติปุณณนทีชาดก ว่าด้วย การไม่ระลึกถึงกัจฉปชาดก ว่าด้วย ตายเพราะปากมัจฉชาดก ว่าด้วย ไฟราคะร้อนกว่าไฟอย่างอื่นเสคคุชาดก ว่าด้วย การได้รับทุกข์จากผู้เป็นที่พึ่งกูฏวาณิชชาดก ว่าด้วย หนามยอกเอาหนามบ่งครหิตชาดก ว่าด้วย คนโง่เขลาย่อมเห็นแก่เงินธัมมัทธชชาดก ว่าด้วย ผู้ถึงธรรมของสัตบุรุษกาสาวชาดก ว่าด้วย ผู้ควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะจุลลนันทิยชาดก ว่าด้วย ผลของกรรมดีกรรมชั่วปุฏภัตตชาดก ว่าด้วย การคบกุมภีลชาดก ว่าด้วย คุณธรรมเครื่องให้เจริญขันติวรรณนชาดก ว่าด้วย ต้องอดใจในคนที่หาคุณธรรมยากโกสิยชาดก ว่าด้วย ผู้รู้กาลควรไม่ควรคูถปาณกชาดก ว่าด้วย หนอนท้าช้างสู้กามนีตชาดก ว่าด้วย ผู้ถูกโรครักครอบงำรักษายากปลายิชาดก ว่าด้วย ขับไล่ศัตรูแบบสายฟ้าแลบทุติยปลายิชาดก ว่าด้วย คนถูกความเร่าร้อนเผาจนไม่อาจสู้ข้าศึกได้อุปาหนชาดก ว่าด้วย อนารยชนย่อมใช้ศิลปะในทางผิดวีณาถูณชาดก ว่าด้วย รักคนผิดวิกัณณกชาดก ว่าด้วย คนเห็นแก่อามิสย่อมเดือดร้อนอสิตาภุชาดก ว่าด้วย โลภมากลาภหายวัจฉนขชาดก ว่าด้วย ดาบสผู้มีเล็บงามพกชาดก ว่าด้วย นกเจ้าเล่ห์สาเกตชาดก ว่าด้วย เหตุให้เกิดความรักเอกปทชาดก ว่าด้วย ความเพียรทำให้เกิดประโยชน์หลายอย่างหริตมาตชาดก ว่าด้วย ผู้มีอิสรภาพมหาปิงคลชาดก ว่าด้วย พระเจ้าปิงคละผู้ร้ายกาจสัพพทาฐิชาดก ว่าด้วย ผู้มีบริวารมากเป็นใหญ่ได้สุนขชาดก ว่าด้วย ผู้ฉลาดย่อมช่วยตัวเองได้คุตติลชาดก ว่าด้วย ลูกศิษย์คิดล้างครูวิคติจฉชาดก ว่าด้วย ความปรารถนาไม่มีที่สิ้นสุดมูลปริยายชาดก ว่าด้วย กาลเวลากินสัตว์พร้อมทั้งตัวเองพาโลวาทชาดก ว่าด้วย คนมีปัญญาบริโภคปาทัญชลิชาดก ว่าด้วย ปาทัญชลีราชกุมารกิงสุโกปมชาดก ว่าด้วย คนไม่รู้ธรรมด้วยญาณย่อมสงสัยในธรรมสาลกชาดก ว่าด้วย สาลกวานรกปิชาดก ว่าด้วย เข้าใจว่าลิงเป็นฤาษีสังกัปปราคชาดก ว่าด้วย ลูกศรคือกิเลสติลมุฏฐิชาดก ว่าด้วย การเฆี่ยนตีเป็นการสั่งสอนมณิกัณฐชาดก ว่าด้วย ขอสิ่งที่ไม่ควรขอกุณฑกกุจฉิสินธวชาดก ว่าด้วย รู้ว่าเขาดีก็ต้องเลี้ยงให้สมดีสุกชาดก ว่าด้วย โทษของการไม่รู้ประมาณชรูทปานชาดก ว่าด้วย ขุดบ่อได้ทรัพย์กลับพินาศเพราะขุดเกินคามณิจันทชาดก ว่าด้วย ลิงเป็นสัตว์ไม่รู้จักเหตุมันธาตุราชชาดก ว่าด้วย กามมีความสุขน้อยมีทุกข์มากติรีติวัจฉชาดก ว่าด้วย ควรบูชาผู้มีพระคุณทูตชาดก ว่าด้วย ทุกชีวิตเป็นทูตของท้องปทุมชาดก ว่าด้วย ไม่ควรพูดให้เกินความจริงมุทุปาณิชาดก ว่าด้วย ความปรารถนาสมประสงค์ในกาลมีของ ๔ อย่างจุลลปโลภนชาดก ว่าด้วย หญิงทำบุรุษให้งงงวยมหาปนาทชาดก ว่าด้วย ปราสาทของพระเจ้ามหาปนาทขุรัปปชาดก ว่าด้วย ถึงคราวกล้าควรกล้าวาตัคคสินธวชาดก ว่าด้วย มิตรสันถวะเกิดแต่แรกพบสุวรรณกักกฏกชาดก ว่าด้วย ปูทองอารามทูสกชาดก ว่าด้วย เหตุที่นายอุยยานบาลจะถูกติสุชาตาชาดก ว่าด้วย ถ้อยคำไพเราะทำให้คนรักอุลูกชาดก ว่าด้วย หน้าตาไม่ดีไม่ควรให้เป็นใหญ่อุทปานทูสกชาดก ว่าด้วย การขี้เยี่ยวลงบ่อน้ำเป็นธรรมดาของหมาจิ้งจอกพยัคฆชาดก ว่าด้วย เรื่องของมิตรกัจฉปชาดก ว่าด้วย ลิงสัปดนโลลชาดก ว่าด้วย โทษของความโลเลรุจิรชาดกกุรุธรรมชาดก ว่าด้วย ให้ช้างแก่ท้าวกาลิงคราชโรมชาดก ว่าด้วย อาชีวกเจ้าเล่ห์มหิสชาดก ว่าด้วย ลิงกับควายสตปัตตชาดก ว่าด้วย ความสำคัญผิดปูฏทูสกชาดก ว่าด้วย ผู้ชอบทำลายอัพภันตรชาดก ว่าด้วย ผลไม้ทิพย์เสยยชาดกวัฑฒกีสูกรชาดก ว่าด้วย หมูสู้เสือได้ด้วยสามัคคีกันสิริชาดก ว่าด้วย โภคะเกิดแก่ผู้มีบุญมณิสูกรชาดก ว่าด้วย ของดีใครทำลายไม่ได้สาลุกชาดก ว่าด้วย อุบายไม่ให้ถูกฆ่าลาภครหิกชาดก ว่าด้วย วิธีการหลอกลวงมัจฉทานชาดก ว่าด้วย บุญที่ให้ทานแก่ปลานานาฉันทชาดก ว่าด้วย ต่างคนต่างใจสีลวีมังสชาดก ว่าด้วย อานิสงส์ของศีลภัทรฆฏเภทกชาดก ว่าด้วย คนโง่เขลาเดือดร้อนภายหลังสุปัตตชาดก ว่าด้วย นางกาแพ้ท้องกายนิพพินทชาดก ว่าด้วย ความเบื่อหน่ายร่างกายชัมพุขาทกชาดก ว่าด้วย การสรรเสริญกันและกันอันตชาดก ว่าด้วย ที่สุด ๓ ประเภทสมุททชาดก ว่าด้วย สมุทรสาครกามวิลาปชาดก ว่าด้วย ผู้พิลาปถึงกามอุทุมพรชาดก ว่าด้วย ผู้อ่อนน้อมชื่อว่าเป็นผู้อิ่มโกมาริยปุตตชาดก ว่าด้วย ผู้ไกลจากภูมิฌานพกชาดก ว่าด้วย การทำลายตบะจุลลกาลิงคชาดก ว่าด้วย เทวดากีดกันความพยายามของคนไม่ได้มหาอัสสาโรหชาดก ว่าด้วย การทำความดีไว้ในปางก่อนเอกราชชาดก ว่าด้วย คุณธรรมคือขันติและตบะทัททรชาดก ว่าด้วย ไม่ควรถือตัวในที่ที่เขาไม่รู้จักสีลวีมังสชาดก ว่าด้วย ความลับไม่มีในโลกสุชาตาชาดก ว่าด้วย ได้รับโทษเพราะประมาทปลาสชาดก ว่าด้วย ขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ที่โคนไม้จตุกกนิบาตชาดก กาลิงควรรค ชวสกุณชาดก ว่าด้วยผู้ไม่มีกตัญญูไม่ควรคบฉวชาดก ว่าด้วย การนั่งที่ไม่สมควรสัยหชาดก ว่าด้วย การแสวงหาที่ประเสริฐปุจิมันทชาดก ว่าด้วย ผู้รอบคอบกัสสปมันทิยชาดก ว่าด้วย รู้ตัวว่าผิดแล้วสารภาพผิดขันติวาทิชาดก ว่าด้วย โทษที่ทำร้ายพระสมณะโลหกุมภิชาดก ว่าด้วย สัตว์นรกในโลหกุมภีมังสชาดก ว่าด้วย วาทศิลป์ของคนขอสสปัณฑิตชาดก ว่าด้วย ผู้สละชีวิตเป็นทานมตโรทนชาดก ว่าด้วย ร้องไห้ถึงคนตายกณเวรชาดก ว่าด้วย หญิงหลายผัวติตติรชาดก ว่าด้วย บาปเกิดจากความจงใจสุจจชชาดก ว่าด้วย ภรรยาที่ดีกุฏิทูสกชาดก ว่าด้วย ลิงกับนกขมิ้นทุททุภายชาดก ว่าด้วย พวกกระต่ายตื่นตูมพรหมทัตตชาดก ว่าด้วย ผู้ขอกับผู้ถูกขอจัมมสาฏกชาดก ว่าด้วย อย่าไว้ใจสัตว์หน้าขนโคธชาดก ว่าด้วย เหี้ยกับฤาษีปลอมกักการุชาดก ว่าด้วย ผู้ควรประดับดอกฟักทิพย์กากาติชาดก ว่าด้วย นางกากีอนนุโสจิยชาดก ว่าด้วย ทุกคนจะต้องตายควรเมตตากันกาฬพาหุชาดก ว่าด้วย ลิงหลอกเจ้าสีลวีมังสชาดก ว่าด้วย ธรรมที่นำความสุขมาให้โกกาลิกชาดก ว่าด้วย พูดในกาลที่ควรพูดรถลัฏฐิชาดก ว่าด้วย ใคร่ครวญก่อนแล้วทำโคธชาดก ว่าด้วย เขารักก็รักมั่ง เขาชังก็ชังตอบราโชวาทชาดก ว่าด้วย คุณสมบัติของผู้นำชัมพุกชาดก ว่าด้วย โทษที่ไม่รู้ประมาณตนพรหาฉัตตชาดก ว่าด้วย เอาของน้อยแลกของมากปีฐชาดก ว่าด้วย ธรรมในสกุลถุสชาดก ว่าด้วย รู้จักแกลบหรือข้าวสารในที่มืดพาเวรุชาดก ว่าด้วย พวกเดียรถีย์เสื่อมลาภสักการะวิสัยหชาดก ว่าด้วย ความยากจนไม่เป็นเหตุให้ทำชั่วกุณฑลิกชาดก ว่าด้วย เปรียบนารีด้วยท่าน้ำวานรชาดก ว่าด้วย ผู้รู้เท่าถึงเหตุการณ์เอาตัวรอดได้กุนตินีชาดก ว่าด้วย การเชื่อมมิตรภาพอัมพชาดก ว่าด้วย หญิงขโมยมะม่วงคชกุมภชาดก ว่าด้วย ช้าๆ จะได้พร้าสองเล่มงามเกสวชาดก ว่าด้วย ความคุ้นเคยเป็นรสอันยอดเยี่ยมอยกูฏชาดก ว่าด้วย ยักษ์ถือกระบองเหล็กใหญ่อรัญญชาดก ว่าด้วย การเลือกคบคนสันธิเภทชาดก ว่าด้วย โทษที่เชื่อถือคำส่อเสียดเทวตาปัญหาชาดก ว่าด้วย ปัญหาของเทวดามณิกุณฑลชาดก ว่าด้วย ผู้ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมสุชาตชาดก ว่าด้วย คำคมของคนฉลาดเวนสาขชาดก ว่าด้วย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วอุรคชาดก ว่าด้วย เปรียบคนตายเหมือนงูลอกคราบธังกชาดก ว่าด้วย การร้องไห้ไม่มีประโยชน์การันทิยชาดก ว่าด้วย การทำที่เหลือวิสัยลฏุกิกชาดก ว่าด้วย คติของคนมีเวรจุลลธรรมปาลชาดก ว่าด้วย ความรักของแม่ที่มีต่อลูกสุวรรณมิคชาดก ว่าด้วย เนื้อติดบ่วงนายพรานสุสันธีชาดก ว่าด้วย นางผิวหอมวรรณาโรหชาดก ว่าด้วย ผู้มีใจคอหนักแน่นสีลวีมังสชาดก ว่าด้วย ผู้ประพฤติธรรมย่อมเป็นผู้เสมอกันหิริชาดก ว่าด้วย การกระทำที่ส่อให้รู้ว่ามิตรหรือมิใช่มิตรขัชโชปนกชาดก ว่าด้วย เห็นหิ่งห้อยว่าเป็นไฟอหิตุณฑิกชาดก ว่าด้วย ลิงกับหมองูคุมพิยชาดก ว่าด้วย เปรียบวัตถุกามเหมือนยาพิษสาลิยชาดก ว่าด้วย ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวตจสารชาดก ว่าด้วย คนฉลาดย่อมไม่แสดงอาการให้ศัตรูเห็นมิตตวินทุกชาดก ว่าด้วย จักรกรดพัดบนหัวปลาสชาดก ว่าด้วย เหตุที่จะต้องหนีจากไปทีฆีติโกสลชาดก ว่าด้วย เวรย่อมไม่ระงับด้วยเวรมิคโปตกชาดก ว่าด้วย คำพูดที่ทำให้หายเศร้าโศกมูสิกชาดก ว่าด้วย ควรเรียนทุกอย่างแต่ไม่ควรใช้ทุกอย่างจุลลธนุคคหชาดก ว่าด้วย จุลลธนุคคหบัณฑิตกโปตกชาดก ว่าด้วย โภคะของมนุษย์อาวาริยชาดก ว่าด้วย การกระทำที่ไม่เจริญด้วยโภคะเสตเกตุชาดก ว่าด้วย คนที่ได้ชื่อว่าเป็นทิศทรีมุขชาดกที่ ๓ ว่าด้วย โทษของกามเนรุชาดก ว่าด้วย อานุภาพของเนรุบรรพตอาสังกชาดก ว่าด้วย ความหวังมิคาโลปชาดก ว่าด้วย โทษของคนหัวดื้อสิริกาฬกัณณิชาดก ว่าด้วย สิริกับกาฬกรรณีกุกกุฏชาดก ว่าด้วย ผลของการไม่เชื่อง่ายธัมมัทธชชาดก ว่าด้วย พูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่งนันทิยมิคราชชาดก ว่าด้วย พระยาเนื้อนันทิยะขุรปุตตชาดก ว่าด้วย ทำตนให้ไร้ประโยชน์สูจิชาดก ว่าด้วย เข็มตุณฑิลชาดก ว่าด้วย ธรรมเหมือนน้ำ บาปธรรมเหมือนเหงื่อไคลสุวรรณกักกฏกชาดก ว่าด้วย ปูตัวฉลาดมัยหสกุณชาดก ว่าด้วย การใช้ทรัพย์ให้เป็นประโยชน์ปัพพชิตวิเหฐกชาดก ว่าด้วย กราบไหว้ผู้ควรกราบไหว้อุปสิงฆปุปผกชาดก ว่าด้วย คนดีไม่ควรทำชั่วแม้นิดหน่อยวิฆาสาทชาดก ว่าด้วย การกินของที่เป็นเดนวัฏฏกชาดก ว่าด้วย การทำให้เกิดความสุขมณิชาดก ว่าด้วย แก้วมณีกุกกุชาดก ว่าด้วย ปฏิปทาของพระราชาผู้เป็นบัณฑิตมโนชชาดก ว่าด้วย คบคนชั่วไม่ได้ความสุขยั่งยืนสุตนชาดก ว่าด้วย เสียเพื่อได้มาตุโปสกคิชฌชาดก ว่าด้วย เมื่อถึงคราวพินาศความคิดย่อมวิบัติทัพพปุปผกชาดก ว่าด้วย โทษของการโต้เถียงกันทสัณณกชาดกที่ ๖ ว่าด้วย ให้แล้วไม่เดือดร้อนภายหลังทำได้ยากเสนกชาดก ว่าด้วย ผู้มีปัญญาช่วยคนอื่นได้อัฏฐิเสนชาดก ว่าด้วย การขอกปิชาดก ว่าด้วย คุณธรรมของผู้บริหารคณะพกพรหมชาดก ว่าด้วย ศีลและพรตของพกพรหมคันธารชาดกมหากปิชาดก ว่าด้วย คุณธรรมของหัวหน้ากุมภการชาดก ว่าด้วย เหตุให้ประพฤติภิกขาจาริยวัตรทัฬหธรรมชาดก ว่าด้วย ความกตัญญูโสมทัตตชาดก ว่าด้วย ความเศร้าโศกถึงผู้เป็นที่รักสุสีมชาดก ว่าด้วย พระเจ้าสุสีมะออกผนวชโกฏสิมพลิชาดก ว่าด้วย การระวังภัยที่ยังไม่มาถึงธูมการีชาดก ว่าด้วย เศร้าโศกเพราะได้ใหม่ลืมเก่าชาครชาดก ว่าด้วย ผู้หลับและตื่นกุมมาสปิณฑชาดก ว่าด้วย อานิสงส์ถวายขนมกุมมาสปรันตปชาดก ว่าด้วย ลางบอกความชั่วและภัยที่จะมาถึงกัจจานิชาดก ว่าด้วย ในกาลไหนๆ ธรรมย่อมไม่ตายอัฏฐสัททชาดก ว่าด้วย นิพพานสุลสาชาดก ว่าด้วย ผู้รอบรู้เหตุผลย่อมรอดพ้นศัตรูสุมังคลชาดก ว่าด้วย คุณธรรมของกษัตริย์คังคมาลชาดก ว่าด้วย กามทั้งหลายเกิดจากความดำริเจติยราชชาดก ว่าด้วย เชฏฐาปจายนธรรมอินทริยชาดก ว่าด้วย ดี ๔ ชั้นอาทิตตชาดก ว่าด้วย การให้ทานกับการรบอัฏฐานชาดก ว่าด้วย สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทีปิชาดก ว่าด้วย คนร้ายไม่ต้องการเหตุผลคิชฌชาดก ว่าด้วย ผู้ไม่ทำตามคำสอนย่อมพินาศโกสัมพิยชาดก ว่าด้วย อยู่คนเดียวดีกว่าร่วมกับคนพาลมหาสุวราชชาดก ว่าด้วย สหายย่อมไม่ละทิ้งสหายจุลลสุวกราชชาดก ว่าด้วย ผู้รักษาไมตรีหริตจชาดก ว่าด้วย กิเลสที่มีกำลังกล้าปทกุศลมาณวชาดก ว่าด้วย ภัยที่เกิดแต่ที่พึ่งอาศัยโลมสกัสสปชาดก ว่าด้วย ตบะเป็นคุณธรรมอันประเสริฐจักกวากชาดก ว่าด้วย ความเป็นอยู่ของนกจักรพรากหลิททราคชาดก ว่าด้วย ลักษณะของผู้ที่จะคบสมุคคชาดก ว่าด้วย เปรียบหญิงมีอาการคล้ายก้นเหวปูติมังสชาดก ว่าด้วย โทษของการมองในเวลาที่ไม่ควรมองทัททรชาดก ว่าด้วย คนอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณคนอื่นจตุทวารชาดก ว่าด้วย จักรกรดพัดบนศีรษะกัณหชาดก ว่าด้วย ขอพรจตุโปสถชาดก ว่าด้วย สมณะสังขชาดก ว่าด้วย อานิสงส์ถวายรองเท้าจุลลโพธิชาดก ว่าด้วย ความโกรธมัณฑัพยชาดก ว่าด้วย ความรักที่มีต่อบุตรนิโครธชาดก ว่าด้วย การคบคนดีตักกลชาดก ว่าด้วย การเลี้ยงดูบิดามารดามหาธรรมปาลชาดก ว่าด้วย เหตุที่ไม่ตายในวัยหนุ่มกุกกุฏชาดก ว่าด้วย พ้นศัตรูเพราะรู้เท่าทันมัฏฐกุณฑลิชาดก ว่าด้วย คนร้องไห้ถึงคนตายเป็นคนโง่เขลาพิลารโกสิยชาดก ว่าด้วย ให้ทานไม่ได้เพราะเหตุ ๒ อย่างจักกวากชาดก ว่าด้วย นกจักรพรากภูริปัญหาชาดก ว่าด้วย คนไม่ดี ๔ จำพวกมหามังคลชาดก ว่าด้วย มงคลฆตปัณฑิตชาดก ว่าด้วย ความดับความโศกมาตุโปสกชาดก ว่าด้วย พญาช้างผู้เลี้ยงมารดาชุณหชาดก ว่าด้วย การคบบัณฑิตและคบคนพาลธรรมเทวปุตตชาดก ว่าด้วย เรื่องธรรมชนะอธรรมอุทยชาดก ว่าด้วย บารมี ๑๐ ทัศปานียชาดก ว่าด้วย การทำบาปแล้วรังเกียจบาปที่ทำยุธัญชยชาดก ว่าด้วย การผนวชของเจ้าชายยุธัญชัยและยุธิฏฐิละทสรถชาดก ว่าด้วย ผู้มีปัญญาย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เสียไปแล้วสังวรชาดก ว่าด้วย พระราชาผู้มีศีลาจารวัตรที่ดีงามสุปปารกชาดก ว่าด้วย ทะเล ๖ ประการจุลลกุณาลชาดก ว่าด้วย สิ่ง ๕ อย่างรู้ได้ยากภัททสาลชาดก ว่าด้วย การบำเพ็ญประโยชน์แก่ญาติสมุททวาณิชชาดก ว่าด้วย พ่อค้าทางสมุทรกามชาดก ว่าด้วย กามและโทษของกามชนสันธชาดก ว่าด้วย เหตุที่ทำจิตให้เดือดร้อนมหากัณหชาดก ว่าด้วย คราวที่สุนัขดำกินคนโกสิยชาดก ว่าด้วย โกสิยเศรษฐีขี้ตระหนี่เมณฑกปัญหาชาดก ว่าด้วย เมณฑกปัญหามหาปทุมชาดก ว่าด้วย มหาปทุมกุมารมิตตามิตตชาดก ว่าด้วย อาการ ๑๖ ของผู้เป็นมิตรและมิใช่มิตรอัมพชาดก ว่าด้วย มนต์เสื่อมเพราะลบหลู่ครูอาจารย์ผันทนชาดก ว่าด้วย การผูกเวรของหมีและไม้ตะคร้อชวนหังสชาดก ว่าด้วย รักกันอยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้จุลลนารทกัสสปชาดก ว่าด้วย พิษเหวเปือกตมและอสรพิษทูตชาดก ว่าด้วย การบอกความทุกข์แก่ผู้ที่ควรบอกกาลิงคโพธิชาดก ว่าด้วย การพยากรณ์ที่อันเป็นชัยภูมิอกิตติชาดก ว่าด้วย อกิตติดาบสขอพรท้าวสักกะตักการิยชาดก ว่าด้วย การพูดดีเป็นศรีแก่ตัวรุรุมิคชาดก ว่าด้วย น้ำใจของพญาเนื้อรุรุสรภชาดก ว่าด้วย ละมั่งทำคุณแก่พระราชาสาลิเกทารชาดก ว่าด้วย นกแขกเต้าเลี้ยงพ่อแม่จันทกินนรชาดก ว่าด้วย นางจันทกินนรีมหาอุกกุสชาดก ว่าด้วย สัตว์ ๔ สหายอุททาลกชาดก ว่าด้วย จรณธรรมภิสชาดก ว่าด้วย ผู้ลักเอาเหง้ามันสุรุจิชาดก ว่าด้วย พระเจ้าสุรุจิปัญจุโปสถิกชาดก ว่าด้วย นกพิราบมหาโมรชาดก ว่าด้วย พญานกยูงพ้นจากบ่วงตัจฉกสูกรชาดก ว่าด้วย หมูพร้อมใจกันสู้เสือมหาวาณิชชาดก ว่าด้วย โลภมากจนตัวตายสาธินราชชาดก ว่าด้วย พระเจ้าวิเทหราชประพาสดาวดึงส์ทสพราหมณชาดก ว่าด้วย ชาติพราหมณ์ ๑๐ ชาติภิกขาปรัมปรชาดก ว่าด้วย การให้ทานในท่านใด มีผลมากมาตังคชาดก ว่าด้วย อานุภาพของมาตังคฤาษีจิตตสัมภูตชาดก ว่าด้วย ผลของกรรมสีวิราชชาดก ว่าด้วย การให้ดวงตาเป็นทานศิริมันทชาดก ว่าด้วย ปัญญาประเสริฐโรหนมิคชาดก ว่าด้วย ความรักในสายเลือดหังสชาดก ว่าด้วย หงส์สุมุขะผู้ภักดีสัตติคุมพชาดก ว่าด้วย พี่น้องก็ยังต่างใจกันภัลลาติยชาดก ว่าด้วย อายุของกินนรโสมนัสสชาดก ว่าด้วย การใคร่ครวญก่อนแล้วทำจัมเปยยชาดก ว่าด้วย บำเพ็ญตบะเพื่อต้องการเกิดเป็นมนุษย์มหาปโลภนชาดก ว่าด้วย หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์ปัญจปัณฑิตชาดก ว่าด้วย ความลับไม่ควรเปิดเผยหัตถิปาลชาดก ว่าด้วย กาลเวลาไม่คอยใครอโยฆรชาดก ว่าด้วย อำนาจของมัจจุราชกิงฉันทชาดก ว่าด้วย โทษที่ฉกฉวยเอาประโยชน์ของคนอื่นกุมภชาดก ว่าด้วย โทษของสุราชัยทิศชาดก ว่าด้วย โปริสาทกับพระเจ้าชัยทิศฉัททันตชาดก ว่าด้วย พญาช้างฉัททันต์สัมภวชาดก ว่าด้วย คนผู้รุ่งโรจน์ได้เพราะปัญญามหากปีชาดก ว่าด้วย ผลบาปของผู้ทำร้ายผู้มีคุณทกรักขสชาดก ว่าด้วย ผีเสื้อน้ำปัณฑรกชาดก ว่าด้วย ไม่ควรบอกความลับแก่คนอื่นสัมพุลาชาดก ว่าด้วย ความซื่อสัตย์ของนางสัมพุลาภัณฑุติณฑุกชาดก ว่าด้วย พระราชาทรงออกสดับฟังข่าวชาวเมืองเตสกุณชาดก ว่าด้วย นกตอบปัญหาพระราชาสรภังคชาดก ว่าด้วย สรภังคดาบสเฉลยปัญหาอลัมพุสาชาดก ว่าด้วย อิสิสิงคดาบสถูกทำลายตบะสังขปาลชาดก ว่าด้วย สังขปาลนาคราชบำเพ็ญตบะจุลลสุตโสมชาดก ว่าด้วย พระเจ้าจุลลสุตโสมออกบวช

ศาสนา

สุปปารกชาดก ว่าด้วย ทะเล ๖ ประการ

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๗๘ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อเสด็จประทับ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงพระปรารภพระปัญญาบารมี ตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า อุมฺมุชฺชนฺติ นิมุชฺชนฺติ ดังนี้.

เรื่องพิสดารมีว่า วันหนึ่งเพลาเย็น พวกภิกษุพากันรอพระตถาคตเสด็จออกแสดงธรรมนั่งในธรรมสภา ต่างพรรณนาพระมหาปัญญาบารมีของพระทศพลว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย อัศจรรย์ยิ่งนัก พระศาสดาทรงมีพระปรีชามาก มีพระปรีชาหนักหนา มีพระปรีชาแจ่มใส มีพระปรีชาว่องไว มีพระปรีชาคมคาย มีพระปรีชาหลักแหลม ทรงประกอบด้วยพระปรีชาอันเป็นอุบายในกรณียะนั้นๆ หนักหนาเสมอด้วยแผ่นดิน ลึกซึ้งประหนึ่งมหาสมุทร กว้างขวางไม่สิ้นสุดดุจดังอากาศ ปัญหาที่ตั้งขึ้นกันในชมพูทวีป ที่จะได้นามว่าผ่านพ้นพระทศพลไปได้ไม่มีเลยทีเดียว เหมือนคลื่นที่ตั้งขึ้นในมหาสมุทร พอถึงฝั่งเท่านั้น ก็แตกกระจายไป ฉันใด ปัญหาอันใดอันหนึ่งที่ตั้งขึ้น ก็มิได้ผ่านพ้นพระทศพลไปได้ ถึงบาทมูลพระศาสดาแล้วย่อมแตกฉานไปทีเดียว ฉันนั้น.

พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่ตถาคตมีปัญญา แม้ในครั้งก่อน ตถาคตก็เป็นผู้มีปัญญาด้วยญาณอันไม่แก่กล้า ถึงจะเป็นคนตาบอด ก็ยังรู้ได้ว่า ในสมุทรตอนนี้มีรัตนะนามนี้ด้วยการกำหนดน้ำในมหาสมุทร ทรงนำอดีตนิทานมา ดังต่อไปนี้

ในอดีตกาล พระเจ้ากุรุราชเสวยราชสมบัติ ณ แคว้นกุรุ ได้มีบ้านอันเป็นท่าเรือนามว่า ภรุกัจฉะ ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรของหัวหน้าต้นหนในบ้านกุรุกัจฉะ เป็นคนน่าเลื่อมใส ผิวพรรณเพียงดังทอง หมู่ญาติได้ขนานนามให้ท่านว่า สุปารกกุมาร ทำจำเริญด้วยบริวารมาก. ในกาลที่มีอายุ ๑๖ นั่นแล สำเร็จศิลปะของต้นหนแล้ว ต่อมา พอบิดาล่วงลับไป ก็ได้เป็นหัวหน้าต้นหน ทำหน้าที่ต้นหน ได้เป็นบัณฑิตสมบูรณ์ด้วยญาณ บรรดาเรือที่ท่านขึ้นไปแล้ว เป็นไม่มีเรื่องที่เรียกว่า อับปาง เลย.

ต่อมา นัยน์ตาทั้งคู่ของท่านกระทบน้ำเค็มนักเลยเสียไป ตั้งแต่บัดนั้น ถึงท่านจะเป็นหัวหน้าต้นหนอยู่ ก็ทำหน้าที่ต้นหนไม่ได้ คิดว่า เราพึ่งพระราชาเลี้ยงชีวิตเถอะ แล้วเข้าไปเฝ้าพระราชา ครั้งนั้น พระราชาทรงแต่งตั้งท่านไว้ในหน้าที่พนักงานตีราคา.

ตั้งแต่บัดนั้น ท่านก็คอยประเมินราคาช้างแก้วม้าแก้วและก้อนแก้วมุกดาแก้วมณีเป็นต้น.

ครั้งนั้น วันหนึ่ง คนทั้งหลายนำช้างตัวหนึ่งมีสีดำเหมือนสีหน่อหิน ทูลถวายแด่พระราชา ด้วยคิดว่า จักเป็นมงคลหัตถี. พระราชาทอดพระเนตรช้างนั้นแล้ว ตรัสว่า เจ้าทั้งหลายจงให้ท่านบัณฑิตมาดู. ครั้นพวกนั้นนำช้างนั้นไปสู่สำนักของท่านแล้ว ท่านใช้มือลูบสรีระของมันทั่วๆ ไป กล่าวว่า ช้างตัวนี้ไม่สมควรจะเป็นมงคลหัตถี มันค่อมอยู่หน่อยที่เท้าหลังทั้งสองข้าง เพราะแม่ช้างตกลูกช้างตัวนี้ ไม่อาจรับไว้ทันด้วยบั้นขาได้ เหตุนั้น มันเลยตกลงถึงแผ่นดิน ขาหลังทั้งคู่จึงค่อมไปเสีย. คนเหล่านั้นพากันถามพวกที่นำช้างนั้นมา พวกนั้นกล่าวว่า ท่านบัณฑิตพูดจริง. พระราชาทรงสดับเหตุนั้น ทรงร่าเริงดีพระทัย โปรดให้พระราชทานทรัพย์แก่ท่าน ๘ กระษาปณ์.

อยู่มาอีกวันหนึ่ง มีคนนำม้าตัวหนึ่งมาทูลถวายแด่พระราชาว่า จักเป็นม้ามงคลได้ พระราชาทรงส่งม้านั้นไปสู่สำนักของท่าน ท่านใช้มือลูบคลำมันเหมือนกัน แล้วบอกว่า ม้าตัวนี้ไม่สมควรจะเป็นม้ามิ่งมงคลได้ เพราะในวันที่มันเกิดนั้นแล แม่มันตายเสียแล้ว เพราะเหตุนั้น มันไม่ได้นมแม่ จึงไม่เจริญเท่าที่ควร. พวกมนุษย์ที่จูงม้ามา พากันกล่าวว่า ถ้อยคำของท่านทั้งนั้นเป็นความจริง. พระราชาทรงสดับแม้เรื่องนั้น ก็ทรงดีพระทัย โปรดพระราชทาน ๘ กระษาปณ์เหมือนกัน.

ครั้นวันหนึ่ง มีคนนำรถมาถวายแด่พระราชาว่า จักเป็นรถมงคล พระราชาทรงส่งรถแม้นั้นไปสู่สำนักของท่าน ท่านคงใช้มือลูบคลำรถคันนั้นทั่ว แล้วกล่าวว่า รถคันนี้สร้างด้วยต้นไม้เป็นโพรง เหตุนั้น ไม่ควรแด่พระราชา. ถ้อยคำของท่านแม้นั้น ก็ได้เป็นความจริง. พระราชาทรงสดับเรื่องแม้นั้น ก็ทรงยินดีโปรดพระราชทาน ๘ กระษาปณ์.

ครั้งนั้น มีคนนำผ้ากัมพลราคามากมาถวายพระราชาพระองค์นั้น พระองค์ทรงส่งผ้านั้นไปให้แก่ท่านเหมือนกัน ท่านใช้มือลูบผ้านั้นไปทั่วผืน กล่าวว่า ผ้าผืนนี้มีรอยหนูกัดอยู่แห่งหนึ่ง คนเหล่านั้นซักฟอกดูเห็นรอยนั้น. พากันกราบทูลแด่พระราชา. พระราชาทรงสดับเรื่องนั้น คงพระราชทาน ๘ กระษาปณ์เท่านั้น.

ท่านดำริว่า พระราชาองค์นี้เห็นข้ออัศจรรย์ถึงเพียงนี้ คงประทาน ๘ กระษาปณ์ รางวัลเท่านี้เป็นรางวัลสำหรับช่างกัลบก. พระองค์คงมีเผ่าช่างกัลบกเป็นแน่ เราจะมัวมาบำรุงพระราชาเช่นนี้ทำไมกัน ไปสู่ที่อยู่ของตนตามเดิมดีกว่า ท่านเลยกลับท่าเรือภรุกัจฉะ ดังเดิม.

เมื่อท่านพำนักอยู่ในบ้านนั้น พวกพ่อค้าจัดแจงเรือ ปรึกษากันว่าจักกระทำใครให้เป็นต้นหน. เห็นพ้องกันว่า เรือที่ท่านสุปารกบัณฑิตขึ้นไปแล้ว ไม่อับปางเลย. ท่านผู้นี้เป็นบัณฑิต ฉลาดในอุบาย ถึงจะเป็นคนตาบอด ท่านสุปารกบัณฑิตก็ยังเป็นผู้สูงสุด พากันเข้าไปหาท่านบอกว่า ขอเชิญท่านเป็นต้นหนของพวกข้าพเจ้า.

เมื่อท่านกล่าวว่า พ่อคุณทั้งหลาย ฉันเป็นคนตาบอด จักกระทำหน้าที่ต้นหนได้อย่างไร. พากันอ้อนวอนบ่อยๆ ว่า นาย ขอรับ ทั้งที่ท่านตาบอดนั้นแหละ ก็ยังสูงสุดกว่าพวกข้าพเจ้า. ท่านรับคำว่า ตกลงพ่อคุณทั้งหลาย ฉันจักเป็นต้นหนได้ด้วยข้อกำหนดที่พวกเธอเคยบอก. แล้วขึ้นเรือของพวกนั้น พวกนั้นพากันแล่นเรือไปสู่มหาสมุทร เรือปลอดภัยไปได้ ๗ วัน.

ลำดับนั้น ลมมิใช่กาลบังเกิดพัดผันขึ้นแล้ว เรือลอยไปเหนือสมุทรตลอด ๔ เดือนทีเดียวจึงถึงสมุทรตอนที่มีชื่อว่า ขรุมาลี. ในสมุทรตอนชื่อว่าขรุมาลีนั้น ฝูงปลามีสรีระคล้ายคน มีจมูกแหลม พากันดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ พวกพ่อค้าเห็นฝูงปลานั้นแล้ว.

เมื่อจะถามชื่อสมุทรตอนนั้นกะพระมหาสัตว์ กล่าวคาถาที่ ๑ ว่า

พวกมนุษย์จมูกแหลม ดำผุดดำว่ายอยู่ พวกข้าพเจ้าขอถามท่าน สุปปารกะ ทะเลนี้ชื่ออะไร.

พระมหาสัตว์ถูกพวกนั้นพากันถามอย่างนี้แล้ว เทียบทานดูตามตำรับต้นหน.

จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า

เมื่อท่านทั้งหลาย ผู้เป็นพ่อค้าแสวงหาทรัพย์ ออกจากท่าชื่อ ภรุกัจฉะ. ครั้นเรือแล่นไปผิดทางมา ถึงทะเลตอนนี้ เขาเรียกกันว่าขุรมาลี.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปยาตานํ ความว่า เมื่อพวกเธอซึ่งเป็นพ่อค้าพากันออกเรือ จากท่าภรุกัจฉะ.

บทว่า ธเนสินํ ความว่า พวกเธอผู้เป็นพ่อค้าไปแสวงหาทรัพย์.

บทว่า นาวาย วิปฺปนฏฺฐาย ความว่า พ่อคุณทั้งหลาย ครั้นเรือของพวกเธอลำนี้ ถูกกรรมบังคับแล่นไปผิดประเทศ สมุทรตอนที่ผ่านพ้นสมุทรปกติ ซึ่งถึงเข้านี้ ท่านเรียกว่าขุรมาลี บัณฑิตทั้งหลาย ท่านแสดงสมุทรตอนนี้ไว้อย่างนี้.

ก็แลในสมุทรตอนนั้น มีเพชรพร้อมมูล พระมหาสัตว์คิดว่า ถ้าเราบอกแก่พวกเหล่านี้อย่างนี้ ตอนนี้เป็นสมุทรมีเพชร พวกนี้จักพากันเอาแต่เพชรให้มากด้วยความโลภ ถึงให้เรือจมเสียก็ได้ จะไม่ยอมบอกเลย ให้ชะลอเรือไว้ ใช้อุบายให้จับเชือก ทิ้งข่ายลงไป โดยทำนองที่จะจับปลา ขนก้อนเพชรขึ้นใส่ในเรือ ให้ทิ้งข้าวของที่มีค่าน้อยเสีย เรือผ่านสมุทรตอนนั้นไป ถึงตอนที่อัคคิมาลี ถัดไป สมุทรตอนนั้นเปล่งแสงแจ่มจ้า ปรากฏเหมือนกองเพลิงที่ลุกโพลง และเหมือนพระอาทิตย์เมื่อยามเที่ยง.

พวกพ่อค้าพากันถามท่าน ด้วยคาถาว่า

ทะเลนี้ ปรากฏเหมือนกองไฟและพระอาทิตย์ ข้าพเจ้าถามท่านสุปปารกะ ทะเลนี้ชื่ออะไร.

ฝ่ายพระมหาสัตว์ก็บอกเรื่องนั้นแก่พวกนั้น ด้วยคาถาต่อไปว่า

เมื่อท่านทั้งหลาย ผู้เป็นพ่อค้าแสวงหาทรัพย์ ออกจากท่าชื่อ ภรุกัจฉะ ครั้นเรือแล่นไปผิดทางมา ถึงทะเลตอนนี้ เขาเรียกว่า อัคคิมาลี.

ก็แลในท้องทะเลตอนนั้น มีทองมากมาย. ฝ่ายพระมหาสัตว์ก็ให้พวกนั้น ถือเอาทองแม้จากท้องทะเลนั้นบรรทุกเรือโดยนัยก่อนเหมือนกัน. ฝ่ายเรือแล่นพ้นท้องทะเลตอนนั้นไป ถึงท้องทะเลตอนที่เปล่งสีเหมือนนมสดและนมส้มอันมีชื่อ ทธิมาลี.

พวกพ่อค้าพากันถามชื่อของท้องทะเลตอนนั้น ด้วยคาถานี้ว่า

ทะเลนี้ปรากฏเหมือนนมส้มและนมสด พวกข้าพเจ้าขอถามท่านสุปปารกะ ทะเลนี้ชื่ออะไร.

พระมหาสัตว์บอกแก่พวกเหล่านั้น ด้วยคาถาต่อไปว่า

เมื่อท่านทั้งหลาย ผู้เป็นพ่อค้าแสวงหาทรัพย์ ออกจากท่าชื่อว่า ภรุกัจฉะ ครั้นเรือแล่นไปผิดทาง มาถึงทะเลตอนนี้ เขาเรียกกันว่า ทธิมาลี.

ก็แลในท้องทะเลตอนนั้น มีเงินมากมาย. ครั้งนั้น ท่านก็ให้พวกนั้นขนเงินบรรทุกเรือโดยอุบาย. เรือแล่นผ่านท้องทะเลตอนนั้น บรรลุท้องทะเลสีเขียว ส่องแสงเหมือนหญ้าคาสีเขียว และเหมือนข้าวกล้าที่กำลังงอกงาม อันมีชื่อว่า กุสมาลี.

พวกพ่อค้าพากันถามชื่อท้องทะเลตอนนั้น ด้วยคาถาว่า

ทะเลนี้ปรากฏเหมือนหญ้าคาและข้าวกล้า พวกข้าพเจ้าขอถามท่านสุปปารกะ ทะเลนี้ชื่ออะไร.

ท่านบอกด้วยคาถาต่อไปว่า

เมื่อท่านทั้งหลาย ผู้เป็นพ่อค้าแสวงหาทรัพย์ ออกจากท่าชื่อว่า ภรุกัจฉะ ครั้นเรือแล่นไปผิดทาง มาถึงทะเลตอนนี้ เขาเรียกกันว่า กุสมาลี.

ก็ในทะเลตอนนั้น มีแก้วนิลมณีมากมาย. แม้ท่านก็คงให้พวกนั้น ขนเอาแก้วนั้นใส่เรือด้วยอุบาย. เรือคงแล่นผ่านท้องทะเลตอนนั้น ไปถึงท้องทะเลอันปรากฏ เหมือนป่าอ้อและป่าไผ่ อันมีชื่อว่า นฬมาลี.

พวกพ่อค้าพากันถามชื่อของท้องทะเลตอนนั้น ด้วยคาถาว่า

ทะเลนี้ปรากฏเหมือนไม้อ้อและไม้ไผ่ พวกข้าพเจ้าขอถามท่านสุปปารกะ ทะเลนี้ชื่ออะไร.

พระมหาสัตว์บอกท้องทะเลตอนนั้น ด้วยคาถาต่อไปว่า

เมื่อท่านทั้งหลาย ผู้เป็นพ่อค้าแสวงหาทรัพย์ ออกจากท่าชื่อ ภรุกัจฉะ ครั้นเรือแล่นไปผิดทางมา ถึงทะเลตอนนี้เขาเรียกกันว่า นฬมาลี.

ก็ในทะเลตอนนั้น มีมรกตและไพฑูรย์มากมาย. ท่านคงให้ขนใส่เรือ ด้วยอุบายดุจกัน.

อีกนัยหนึ่ง บทว่า นโฬ คือ ไม้อ้อแมงป่อง ไม้อ้อปูก็เรียกไม้อ้อชนิดนั้นมีสีแดง. ส่วนที่ว่า ไม้ไผ่นั้นเป็นชื่อของแก้วประพาฬนั่นเอง และท้องทะเลตอนนั้น มากมายด้วยแก้วประพาฬ จึงได้มีแสงแดงฉาย. เหตุนั้น พวกพ่อค้าจึงพากันถามว่า เหมือนไม้อ้อและไม้ไผ่.

พระมหาสัตว์คงให้พวกนั้นขนแก้วประพาฬ จากท้องทะเลตอนนั้น.

พวกพ่อค้า ครั้นผ่านพ้นท้องทะเลตอนนฬมาลีไปแล้ว พบท้องทะเลตอนที่ชื่อว่าพลวามุข น้ำในท้องทะเลตอนนั้น เดือดพล่านพุ่งขึ้น โดยเป็นพืดตลอดไป. น้ำที่พุ่งขึ้นโดยเป็นพืดตลอดไป ในท้องทะเลตอนนั้น ปรากฏเป็นเหมือนเหวใหญ่ใกล้หน้าผาขาด โดยส่วนทั่วไป. เมื่อคลื่นพุ่งขึ้น ก็เป็นเหมือนเหวติดต่อกันไป เสียงน่าสะพรึงกลัวบังเกิดขึ้น ปานจะทำลายหูทั้งสองเสีย และปานจะผ่าหทัยเสีย.

พวกพ่อค้าเห็นท้องทะเลตอนนั้น แล้วพากันกลัวสะทกสะท้าน.

ถามชื่อของสมุทรตอนนั้น ด้วยคาถาว่า

เสียงน่ากลัวมาก น่าสยดสยองฟังเหมือนเสียงอมนุษย์ และทะเลนี้ปรากฏเหมือนบึงและเหว พวกข้าพเจ้าขอถามท่านสุปปารกะ ทะเลนี้ชื่ออะไร.

พระมหาสัตว์บอกชื่อของท้องทะเลตอนนั้น ด้วยคาถาว่า

เมื่อท่านทั้งหลาย ผู้เป็นพ่อค้าแสวงหาทรัพย์ ออกจากท่าชื่อว่า ภรุกัจฉะ ครั้นเรือแล่นไปผิดทาง มาถึงทะเลตอนนี้ เขาเรียกกันว่า พลวามุขี.

พระโพธิสัตว์ ครั้นบอกชื่อของท้องทะเลตอนนั้น ด้วยคาถาตามลำดับ. กล่าวว่า พ่อทั้งหลาย บรรดาเรือที่ถึงท้องทะเลพลวามุขนี้อันสามารถกลับได้ไม่มีเลย. ท้องทะเลตอนนี้ ยังเรือที่ตกเข้าไปแล้ว ให้จมถึงความแตกสลาย.

ก็แล พวกมนุษย์ประมาณ ๗๐๐ คนพากันขึ้นเรือนั้นไป พวกนั้นทั้งหมดพากันกลัวต่อมรณภัย ต่างเปล่งเสียงโอดครวญ ร่ำไห้ ประดังเป็นเสียงเดียวกัน เหมือนฝูงสัตว์ที่กำลังหมกไหม้อยู่ในอเวจีนรก ฉะนั้น.

พระมหาสัตว์ดำริว่า เว้นเราเสียแล้ว คนอื่นที่จะชื่อว่าสามารถทำความปลอดภัยให้แก่พวกนี้ไม่มีเลย. เราต้องตั้งสัตย์กระทำความปลอดภัยให้แก่พวกเขา เรียกพวกนั้นมา กล่าวว่า พ่อทั้งหลาย พวกเธอจงให้เราอาบน้ำด้วยน้ำหอมให้นุ่งผ้าใหม่ เตรียมถาดน้ำวางไว้ที่แอกเรือโดยเร็วเถิด.

พ่อค้าเหล่านั้นพากันทำตามนั้น.

พระมหาสัตว์ถือถาดเต็มด้วยน้ำด้วยมือทั้งสองข้าง ยืนที่แอกเรือ.

เมื่อกระทำสัจจกิริยา จึงกล่าวคาถาที่สุดว่า

ตั้งแต่ ข้าพเจ้าระลึกถึงตนได้ ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสา ข้าพเจ้าไม่เคยรู้สึกแกล้งเบียดเบียนสัตว์ แม้สักตัวเดียวเลย. ด้วยสัจจวาจานี้ ขอเรือจงกลับได้โดยสวัสดี.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยโต ความว่า ข้าพเจ้าระลึกตนได้ จำเดิมแต่กาลใด และข้าพเจ้าได้เป็นผู้บรรลุวิญญูภาพแล้ว จำเดิมแต่กาลใด.

บทว่า เอกปาณํปิ หึสิตุํ ความว่า ในระหว่างนี้ ข้าพเจ้าไม่เคยสำนึกเลยที่จะแกล้งเบียดเบียนแม้สัตว์คือมดดำมดแดงเพียงตัวเดียว บทนี้เป็นเพียงการเทศนาเท่านั้น.

ก็พระโพธิสัตว์ได้กระทำสัจจกิริยาด้วยอำนาจแห่งศีล ๕ อย่างนี้ว่า สิ่งของผู้อื่นกำหนดแม้เพียงเส้นหญ้าก็ไม่เคยหยิบฉวยเลย. ภรรยาของผู้อื่นก็ไม่เคยมองดูด้วยอำนาจความโลภ. คำพูดเท็จก็ไม่เคยพูด. น้ำเมาก็ไม่เคยดื่มแม้แต่จะหยดด้วยยอดหญ้า.

ก็แล ครั้นกระทำสัจจกิริยาแล้ว ก็รดน้ำในถาดที่เต็มลงที่แอกเรือ เรืออันแล่นไปผิดทิศทางตลอด ๔ เดือน ก็บ่ายหัวกลับได้ไปถึงท่าภรุกัจฉะ เพียงวันเดียวเท่านั้นด้วยอานุภาพแห่งสัจจะ ประหนึ่งท่านผู้มีฤทธิ์บันดาล ครั้นถึงแล้วยังแล่นไปบนบกได้ประมาณ ๘ อุสภะ หยุดที่ประตูเรือนของนายเรือพอดี.

พระมหาสัตว์แบ่งทองเงิน แก้วมณีแก้วประพาฬและเพชรให้แก่พวกพ่อค้าเหล่านั้น ให้โอวาทแก่พวกนั้นว่า รัตนะเพียงเท่านี้ก็เป็นการพอแล้วสำหรับเธอทั้งหลาย พวกเธออย่าเข้าไปสู่ท้องทะเลกันอีกเลย. ทำบุญต่างๆ มีให้ทานเป็นต้นจนตลอดชีพได้ไปเพิ่มจำนวนเมืองสวรรค์แล้ว.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสย้ำว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในครั้งก่อน ตถาคตก็มีปัญญามากอย่างนี้ เหมือนกัน.

ทรงประชุมชาดกว่า

บริษัทของท่านสุปปารกะผู้บอด ในครั้งนั้น ได้มาเป็นพุทธบริษัท

ส่วนสุปปารกบัณฑิต ได้มาเป็น เรา แล. จบอรรถกถาสุปปารกชาดกที่ ๙ -----------------------------------------------------

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. มาตุโปสกชาดก ว่าด้วย เรื่องพญาช้างผู้เลี้ยงมารดา

๒. ชุณหชาดก ว่าด้วย การคบบัณฑิตและคบคนพาล

๓. ธรรมเทวปุตตกชาดก ว่าด้วย เรื่องธรรมชนะอธรรม

๔. อุทยชาดก ว่าด้วย บารมี ๑๐ ทัศ

๕. ปานียชาดก ว่าด้วย การทำบาปแล้วรังเกียจบาปที่ทำ

๖. ยุธัญชยชาดก ว่าด้วย การผนวชของเจ้าชายยุธัญชัยและยุธิฏฐิละ

๗. ทสรถชาดก ว่าด้วย ผู้มีปัญญาย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เสียไปแล้ว

๘. สังวรชาดก ว่าด้วย พระราชาผู้มีศีลาจารวัตรที่ดีงาม

๙. สุปปารกชาดก ว่าด้วย ทะเล ๖ ประการ จบ เอกาทสกนิบาต -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา สุปปารกชาดก ว่าด้วย ทะเล ๖ ประการ · เล่ม ๒๗