คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๘ บรรทัด๑ ฉบับ

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภปริพาชกชื่อจัมมสาฏก จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กลฺยาณรูโป วตายํ ดังนี้.

ได้ยินว่า ปริพาชกนั้นมีหนังเท่านั้นเป็นเครื่องนุ่งและเครื่องห่ม.

วันหนึ่ง ปริพาชกนั้นออกจากอารามของปริพาชก เที่ยวภิกขาไปในนครสาวัตถี ถึงที่พวกแพะชนกัน แพะเห็นปริพาชกนั้น มีความประสงค์จะชนจึงย่อตัวลง ปริพาชกไม่หลีกเลี่ยงไปด้วยคิดว่า แพะนี้จักแสดงความเคารพเรา แพะวิ่งมาโดยรวดเร็ว ชนปริพาชกนั้นที่ขาอ่อนทำให้ล้มลง เหตุที่เขายกย่องแพะนั้นซึ่งมิใช่สัตบุรุษนั้นได้ปรากฎไปในหมู่ภิกษุสงฆ์.

ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า

อาวุโสทั้งหลาย จัมมสาฏกปริพาชกกระทำการยกย่องอสัตบุรุษ จึงถึงความพินาศ.

พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย มิใช่บัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน ปริพาชกนี้ก็ได้ยกย่องอสัตบุรุษแล้วถึงความพินาศดังนี้แล้ว ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพ่อค้าตระกูลหนึ่ง กระทำการค้าอยู่.

ในกาลนั้น มีจัมมสาฏกปริพาชกผู้หนึ่งเที่ยวภิกขาไปในนครพาราณสี ถึงสถานที่พวกแพะชนกัน เห็นแพะตัวหนึ่งย่อตัว ก็ไม่หลีกหนีด้วยสำคัญว่ามันทำความเคารพเรา คิดว่าในระหว่างพวกมนุษย์นี้มีประมาณเท่านี้ แพะตัวหนึ่งยังรู้จักคุณของเรา จึงยืนประนมมือแต้อยู่ กล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-

แพะตัวนี้เป็นสัตว์มีท่าทางดี เป็นที่เจริญใจ และมีศีลน่ารักใคร่ เคารพยำเกรงพราหมณ์ผู้สมบูรณ์ด้วยชาติและมนต์ จัดว่าเป็นแพะประเสริฐ มียศศักดิ์.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กลฺยาณรูโป ได้แก่ มีชาติกำเนิดงาม. บทว่า สุเปสโล ได้แก่ มีศีลเป็นที่รักด้วยดี. บทว่า ชาติมนฺตูปปนฺนํ แปลว่า สมบูรณ์ด้วยชาติและมนต์ทั้งหลาย. บทว่า ยสสฺสี นี้เป็นบทกล่าวถึงคุณ.

ขณะนั้น พ่อค้าผู้เป็นบัณฑิตนั่งอยู่ในตลาด เมื่อจะห้ามปริพาชกนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ดูก่อนพราหมณ์ ท่านอย่าได้ไว้วางใจสัตว์ ๔ เท้า เพียงได้เห็นมันครู่เดียว มันต้องการจะชนให้ถนัด จึงย่อตัวลงจักชนให้ถนัดถนี่.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิตฺตรทสฺสเนน ความว่า เพียงเห็นมันชั่วขณะ.

ก็เมื่อพ่อค้าผู้เป็นบัณฑิตกำลังพูดอยู่นั่นแหละ แพะวิ่งมาโดยเร็วชนที่ขาอ่อนให้ปริพาชกนั้นล้มลง ณ ที่นั้นเอง ทำให้ได้รับทุกขเวทนา.

ปริพาชกนั้นนอนปริเวทนาการอยู่.

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเหตุนั้น จึงตรัสคาถาที่ ๓ ว่า :-

กระดูกขาของพราหมณ์ก็หัก บริขารที่หาบก็พลัดตก สิ่งของของพราหมณ์ก็แตกทำลายหมด พราหมณ์ประคองแขนทั้งสองคร่ำครวญอยู่ว่า ช่วยด้วย แพะชนพรหมจารี.

เนื้อความแห่งคำที่เป็นคาถานั้นมีว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กระดูกขาของปริพาชกนั้นหัก หาบบริขารก็พลัดตก เมื่อปริพาชกนั้นกลิ้งไป ภัณฑะเครื่องอุปกรณ์ของพราหมณ์นั้นแม้ทั้งหมดแตกไป พราหมณ์นั้นยกมือทั้งสองขึ้น กล่าวหมายเอาบริษัทที่ยืนล้อมอยู่ว่า ช่วยด้วย แพะชนพรหมจารีดังนี้ คร่ำครวญร้องไห้ ปริเทวนาการร่ำไรอยู่.

ปริพาชกจึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :-

ผู้ใดสรรเสริญยกย่องคนที่ไม่ควรบูชา ผู้นั้นจะถูกเขาห้ำหั่นนอนอยู่ เหมือนเราผู้มีปัญญาทรามถูกแพะชนเอาจนตายในวันนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อปูชํ ได้แก่ ผู้ไม่ควรบูชา.

บทว่า ยถาหมชฺช ความว่า เหมือนเรายืนทำการยกย่องอสัตบุรุษ ถูกแพะชนอย่างแรงจนตายอยู่ ณ ที่นี้ในวันนี้เอง. บทว่า ทุมฺมติ แปลว่าผู้ไม่มีปัญญา. อธิบายว่า บุคคลแม้อื่นใดกระทำการยกย่องอสัตบุรุษ บุคคลแม้นั้นย่อมเสวยความทุกข์เหมือนเราฉันนั้น.

ปริพาชกนั้นคร่ำครวญอยู่ด้วยประการฉะนี้ จึงถึงความสิ้นชีวิตไป ณ ที่นั้นเอง.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า

ปริพาชกชื่อจัมมสาฏกในครั้งนั้น ได้เป็น ปริพาชกชื่อจัมมสาฏกในบัดนี้

ส่วนพาณิชผู้บัณฑิตในครั้งนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาจัมมสาฏกชาดกที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑