๑
อรรถกถาแปลไทย
๑๒๗. อรรถกถาผลทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระผลทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ หลายๆ ภพที่ผ่านมาจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ บรรลุนิติภาวะแล้ว ศึกษาจบศิลปศาสตร์ของตนคือไตรเพท เป็นอาจารย์ของพวกพราหมณ์จำนวนหลายพันคน (ต่อมา) มองไม่เห็นที่สุดแห่งศิลปะทั้งหลายของตนและมองไม่เห็นสาระประโยชน์ในศิลปะนั้น จึงละเพศฆราวาสบวชเป็นฤาษี สร้างอาศรมอยู่ไม่ไกลจากหิมวันต์ประเทศนัก เลี้ยงชีวิตอยู่ร่วมกับพวกศิษย์.
ในสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จไปภิกขาจารถึงประเทศถิ่นนั้น เพื่อจะทรงอนุเคราะห์เขา. ดาบสพอได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายเมล็ดบัวชนิดอร่อยที่เก็บไว้ในห่อเพื่อส่วนตัวแล้วคล้องไว้ที่ปลายไม้ ถวายพร้อมกับน้ำผึ้ง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยในขณะที่เขากำลังมองดูอยู่นั่นแล เพื่อให้เขาเกิดความโสมนัสแล้ว ประทับยืนในอากาศ ตรัสแสดงอานิสงส์แห่งผลทานแล้วก็เสด็จหลีกไป.
ด้วยบุญอันนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวโลกแลมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติทั้งสองแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุลแห่งหนึ่ง ซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติ เพียงอายุได้ ๗ ปีเท่านั้นก็บรรลุพระอรหัต ได้ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนเคยทำไว้ในปางก่อนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อนจึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อชฺฌายโก มนฺตธโร ดังนี้.
พึงทราบวิเคราะห์ในบทนั้นดังนี้
ชื่อว่า อชฺฌายิ เพราะย่อมศึกษา คือ ย่อมคิด, อชฺฌายิ ก็คือ อชฺฌายโก แปลว่า ผู้ศึกษาเล่าเรียน.
จริงอยู่ อ อักษรในบทว่า อชฺฌายโก นี้ย่อมเป็นไปในอรรถ ๑๐ ประการ ดังที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า อ อักษรเป็นไปในอรรถปฏิเสธ ในความเจริญ ในความเป็นเช่นนั้น ฯลฯ ในความว่างเปล่า และในอรรถว่า เล็กน้อย.
อธิบายว่า อชฺฌายโก ก็คือเป็นคนช่างคิด เพราะอรรถว่าย่อมศึกษาเล่าเรียน ย่อมคิดถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ได้แก่ย่อมทำการสาธยาย ด้วยวิธีฟังและจำเป็นต้นของพวกศิษย์.
ชื่อว่า มันตธโร เพราะอรรถว่าย่อมทรงจำ ทบทวนร่ายมนต์ทั้งหมดตามที่ศึกษาเล่าเรียนในสำนักของอาจารย์ได้จนขึ้นใจ.
บทว่า ติณฺณํ เวทาน ปารคู ความว่า ญาณท่านก็เรียกอย่างนี้เหมือนกัน.
ที่เรียกว่าเวท เพราะพึงทราบ คือพึงตรัสรู้ได้ด้วยเวท. คัมภีร์ทั้ง ๓ คือ อิรุพเวท ยชุรเวท สามเวท.
ชื่อว่าปารคู เพราะบรรลุถึงฝั่ง คือที่สุดยอดแห่งเวททั้ง ๓ เหล่านั้น.
คำที่เหลือมีเนื้อความปรากฏชัดแล้วทั้งหมดแล. จบอรรถกถาผลทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------