๑
อรรถกถาแปลไทย
๑๕๗. อรรถกถาติณสูลกเถราปทาน
อปทานของท่านพระติณสูลกเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพที่เกิดขึ้นแล้วจะสั่งสมไว้แต่กุศลเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี ท่านได้เกิดในเรือนอันมีตระกูล ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส เห็นโทษในเพศฆราวาสนั้น จึงละเพศฆราวาสนั้นแล้วบวชเป็นดาบสอยู่.
(วันหนึ่ง) พบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี พระองค์กำลังเพิ่มพูนวิเวกอยู่เพียงพระองค์เดียว ประทับอยู่ที่ภูเขาชื่อภูตคณะ ใกล้กับภูเขาหิมวันต์แล้ว มีใจเลื่อมใส ถือเอาดอกมะลิซ้อนไปบูชาที่บาทมูล (ของพระพุทธเจ้า).
แม้พระพุทธเจ้าก็ทรงทำการอนุโมทนาแก่เขา.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลกได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองนั้นแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง ซึ่งสมบูรณ์ไปด้วยสมบัติ ในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้วเลื่อมใสพระศาสนา จึงได้บวชแล้ว เพราะเขาเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอุปนิสัย ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
บทว่า ภูตคโณ นาม ปพฺพโต ความว่า ภูเขาชื่อว่าภูตคณะ เพราะเป็นที่อยู่ของหมู่ภูต คือหมู่แห่งเทวดาและยักษ์ เพราะเป็นเช่นกับภพ และเพราะเป็นไปโดยความไม่งอกงามเจริญ.
พระชินเจ้าคือพระพุทธเจ้าผู้ทรงชำนะมารได้แล้ว พระองค์เดียวคือไม่มีสอง ย่อมประทับอยู่ที่ภูเขานั้น คือย่อมประทับอยู่ด้วยทิพยวิหาร พรหมวิหาร อริยวิหารและอิริยาบถวิหารแล.
บทว่า เอกูนสตสหสฺสํ กปฺปํ น วินิปาติโก ความว่า ด้วยผลที่ทำการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกมะลิซ้อนนั้น เราจึงไม่ต้องตกลงไปในอบาย พ้นจากอบายทั้ง ๔ ได้ เข้าถึงเฉพาะแต่ภพคือสวรรค์สมบัติอย่างเดียวตลอด ๙๙,๙๙๙ กัปหาระหว่างมิได้.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้ง่ายทีเดียวแล. จบอรรถกถาติณสูลกเถราปทาน -----------------------------------------------------