คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๓๒

ข้ออื่นในเล่มนี้

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑. พุทธาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๒. ปัจเจกพุทธาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๓. สารีปุตตเถราปทาน (๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๖. อนุรุทธเถราปทาน (๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๗. ปุณณมันตานีปุตตเถราปทาน (๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๘. อุปาลีเถราปทาน (๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๙. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน (๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๐. ปิณโฑภารทวาชเถราปทาน (๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๑. ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน (๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๒. อานันทเถราปทาน (๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๒. เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๓. นันทเถราปทาน (๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๔. จุลลปันถกเถราปทาน (๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๕. ปิลินทวัจฉเถราปทาน (๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๖. ราหุลเถราปทาน (๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน (๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๘. รัฐปาลเถราปทาน (๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๙. โสปากเถราปทาน (๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๑๐. สุมังคลเถราปทาน (๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๑. สุภูติเถราปทาน (๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๒. อุปวาณเถราปทาน (๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๓. ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๔. เบญจสีลสมาทานนิยเถราปทาน (๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน (๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๖. ธูปทายกเถราปทาน (๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๗. ปุฬินปูชกเถราปทาน (๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๘. อุตติยเถราปทาน (๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๙. เอกัญชลิกเถราปทาน (๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๑๐. โขมทายกเถราปทาน (๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๑. กุณฑธานเถราปทาน (๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๒. สาคตเถราปทาน (๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๓. มหากัจจายนเถราปทาน (๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๔. กาฬุทายีเถราปทาน (๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๕. โมฆราชเถราปทาน (๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๖. อธิมุตตกเถราปทาน (๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๗. ลสุณทายกเถราปทาน (๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๘. อายาตทายกเถราปทาน (๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๙. ธรรมจักกิกเถราปทาน (๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๑๐. กัปปรุกขิยเถราปทาน (๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๑. อุปาลีเถราปทาน (๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน (๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน (๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน (๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๕. ปัญจหัตถยเถราปทาน (๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน (๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๗. สยนทายกเถราปทาน (๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๘. จังกมทายกเถราปทาน (๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๙. สุภัททเถราปทาน (๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๑๐. จุนทเถราปทาน (๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๑. วิธูปนทายกเถราปทาน (๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๒. สตรังสิยเถราปทาน (๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๓. สยนทายกเถราปทาน (๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๔. คันโธทกทายกเถราปทาน (๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๕. โอปวุยหเถราปทาน (๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๖. สปริวาราสนเถราปทาน (๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๗. ปัญจทีปกเถราปทาน (๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๘. ธชทายกเถราปทาน (๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๙. ปทุมเถราปทาน (๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน (๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๑. สกจิตตนิยเถราปทาน (๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน (๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๓. ปัจจาคมนิยเถราปทาน (๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๔. ปรัปปสาทกเถราปทาน (๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๕. ภิสทายกเถราปทาน (๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๖. สุจินติตเถราปทาน (๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๗. วัตถทายกเถราปทาน (๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๘. อัมพทายกเถราปทาน (๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๙. สุมนเถราปทาน (๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๑๐. ปุปผจังโกฏิยเถราปทาน (๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๑. นาคสมาลเถราปทาน (๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๒. ปทสัญญกเถราปทาน (๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๓. สุสัญญกเถราปทาน (๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน (๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๕. เอกสัญญกเถราปทาน (๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน (๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๗. สูจิทายกเถราปทาน (๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน (๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน (๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๑๐. ตีณิปทุมิยเถราปทาน (๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๒. คตสัญญกเถราปทาน (๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๓. นิปันนัญชลิกเถราปทาน (๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๔. อโธปุปผิยเถราปทาน (๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๕. รังสิสัญญกเถราปทาน (๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๖. รังสิสัญญิกเถราปทาน (๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๗. ผลทายกเถราปทาน (๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๘. สัททสัญญกเถราปทาน (๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๙. โพธิสิญจกเถราปทาน (๘๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๑๐. ปทุมปุปผิยเถราปทาน (๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๑. สุธาปิณฑิยเถราปทาน (๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๒. สุปีฐิยเถราปทาน (๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๓. อัฑฒเจลกเถราปทาน (๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๔. สูจิทายกเถราปทานที่ ๔ (๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๕. คันธมาลิยเถราปทาน (๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๖. ติปุปผิยเถราปทาน (๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๗. มธุปิณฑิกเถราปทาน (๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๘. เสนาสนทายกเถราปทาน (๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๙. เวยยาวัจจกเถราปทาน (๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๑๐. พุทธุปัฏฐากเถราปทาน (๑๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๑. ภิกขทายกเถราปทาน (๑๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน (๑๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๓. อุปลหัตถิยเถราปทาน (๑๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๔. ปทปูชกเถราปทาน (๑๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๕. มุฏฐิปุปผิยเถราปทาน (๑๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๖. อุทกปูชกเถราปาน (๑๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๗. นฬมาลิยเถราปทาน (๑๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๘. อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน (๑๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน (๑๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน (๑๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๑. มหาปริวารเถราปทาน (๑๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๒. สุมังคลเถราปทาน (๑๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๓. สรณคมนิยเถราปทาน (๑๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๔. เอกาสนิยเถราปทาน (๑๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๕. สุวรรณปุปผิยเถราปทาน (๑๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๖. จิตกปูชกเถราปทาน (๑๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๗. พุทธสัญญกเถราปทาน (๑๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๘. มัคคสัญญกเถราปทาน (๑๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๙. ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน (๑๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน (๑๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๑. เสเรยยเถราปทาน (๑๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๒. ปุปผถูปิยเถราปทาน (๑๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๓. ปายาสทายกเถราปทาน (๑๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน (๑๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน (๑๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๗. ผลทายกเถราปทาน (๑๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๘. ญาณสัญญกเถราปทาน (๑๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๙. คันธปุปผิยเถราปทาน (๑๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๑๐. ปทุมปูชกเถราปทาน (๑๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๑. โสภิตเถราปทาน (๑๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๒. สุทัสสนเถราปทาน (๑๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๓. จันทนปูชกเถราปทาน (๑๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน (๑๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๕. รโหสัญญิกเถราปทาน (๑๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน (๑๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน (๑๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๘. เอกรังสนิยเถราปทาน (๑๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๙. สาลาทารกเถราปทาน (๑๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๑๐. ผลทายกเถราปทาน (๑๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๑. อธิฉัตติยเถราปทาน (๑๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน (๑๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๓. เวทิการกเถราปทาน (๑๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๔. สปริวาริยเถราปทาน (๑๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๕. อุมมาปุปผิยเถราปทาน (๑๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๖. อนุโลมทายกเถราปทาน (๑๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๗. มรรคทายกเถราปทาน (๑๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๘. ผลกทายกเถราปทาน (๑๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๙. วฏังสกิยเถราปทาน (๑๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๑๐. ปัลลังกทายกเถราปทาน (๑๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๑. พันธุชีวกเถราปทาน (๑๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน (๑๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน (๑๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๔. กักการุปูชกเถราปทาน (๑๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน (๑๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน (๑๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๗. ติณสูลกเถราปทาน (๑๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๘. นาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน (๑๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๑. สุปาริจริยเถราปทาน (๑๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน (๑๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๓. ขัชชทายกเถราปทาน (๑๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๔. เทสปูชกเถราปทาน (๑๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน (๑๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๖. สัปปิทายกเถราปทาน (๑๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน (๑๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๘. ทุสสทายกเถราปทาน (๑๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๙. สมาทปกเถราปทาน (๑๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน (๑๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๑. กุมุทมาลิยเถราปทาน (๑๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๒. นิสเสณีทายกเถราปทาน (๑๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๓. รัตติยปุปผิยเถราปทาน (๑๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๔. อุทปานทายกเถราปทาน (๑๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๕. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๖. มัคคทัตติกเถราปทาน (๑๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๗. เอกทีปิยเถราปทาน (๑๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๘. มณิปูชกเถราปทาน (๑๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๙. ติกิจฉกเถราปทาน (๑๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๑๐. สังฆุปัฏฐากเถราปทาน (๑๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๑. กุฏชปุปผิยเถราปทาน (๑๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๒. พันธุชีวกเถราปทาน (๑๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๓. โกตุมพริยเถราปทาน (๑๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๔. ปัญจหัตถิยเถราปทาน (๑๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๕. อิสิมุคคทายกเถราปทาน (๑๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๖. โพธิอุปัฏฐายกเถราปทาน (๑๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๗. เอกจินติกเถราปทาน (๑๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๘. ติกรรณิปุปผิยเถราปทาน (๑๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๙. เอกจาริยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๑๐. ติวัณฏิปุปผิยเถราปทาน (๑๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๑. ตมาลปุปผิยเถราปทาน (๑๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๒. ติณสันถารทายกเถราปทาน (๑๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๓. ขัณฑผุลลิยเถราปทาน (๑๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๔. อโสกปูชกเถราปทาน (๑๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๕. อังโกลกเถราปทาน (๑๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๖. กิสลยปูชกเถราปทาน (๑๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๗. ตินทุกทายกเถราปทาน (๑๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๘. คิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทาน (๑๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๙. ติกัณฑิปุปผิยเถราปทาน (๑๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๑๐. ยูถิกปุปผิยเถราปทาน (๒๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๑. กณิการปุปผิยเถราปทาน (๒๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๒. มิเนลปุปผิยเถราปทาน (๒๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๓. กิงกณิกปุปผิยเถราปทาน (๒๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๔. ตรณิยเถราปทาน (๒๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๕. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๒๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๖. อุทกทายกเถราปทาน (๒๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๗. สลฬมาลิยเถราปทาน (๒๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๘. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน (๒๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๙. อาธารทายถเถราปทาน (๒๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน (๒๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๑. หัตถิทายกเถราปทาน (๒๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๒. ปานธิทายกเถราปทาน (๒๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๓. สัจจสัญญกเถราปทาน (๒๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๔. เอกสัญญกเถราปทาน (๒๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๕. รังสิสัญญกเถราปทาน (๒๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๖. สันธิตเถราปทาน (๒๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๗. ตาลวัณฏทายกเถราปทาน (๒๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๘. อักกันตสัญญกเถราปทาน (๒๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๙. สัปปิทายกเถราปทาน (๒๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน (๒๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๑. อาลัมพนทายกเถราปทาน (๒๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๒. อชินทายกเถราปทาน (๒๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๓. เทวรัตนิยเถราปทาน (๒๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๔. อารักขทายกเถราปทาน (๒๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๕. อพยาธิกเถราปทาน (๒๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๖. วกุลปุปผิยเถราปทาน (๒๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๗. โสวรรณวฏังสกิยเถราปทาน (๒๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๘. มิญชวฏังสกิยเถราปทาน (๒๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๙. สุกตาเวฬิยเถราปทาน (๒๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๑๐. เอกวันทนิยเถราปทาน (๒๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๑. อุทกาสนทายกเถราปทาน (๒๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๒. ภาชนทายกเถราปทาน (๒๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๓. สาลปุปผิยเถราปทาน (๒๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๔. กิลัญชทายกเถราปทาน (๒๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๕. เวทิทายกเถราปทาน (๒๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๖. วรรณการเถราปทาน (๒๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๗. ปิยาลปุปผิยเถราปทาน (๒๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๘. อัมพยาคทายกเถราปทาน (๒๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๙. ชคติการกเถราปทาน (๒๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๑๐. วาสิทายกเถราปทาน (๒๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๑. ตุวรัฏฐิทายกเถราปทาน (๒๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๒. นาคเกสริยเถราปทาน (๒๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๓. นฬินเกสริยเถราปทาน (๒๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๔. วิรวิปุปผิยเถราปทาน (๒๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๕. กุฏิธูปกเถราปทาน (๒๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๖. ปัตตทายกเถราปทาน (๒๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๗. ธาตุปูชกเถราปทาน (๒๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๘. สัตตสัตตลิปุปผปูชกเถราปทาน (๒๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๙. พิมพิชาลปุปผิยเถราปทาน (๒๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๑๐. อุททาลทายกเถราปทาน (๒๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๑. โถมกเถราปทาน (๒๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๒. เอกาสนทายกเถราปทาน (๒๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๓. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๔. จัมปกปุปผิยเถราปาน (๒๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๕. สัตตปาฏลิยเถราปทาน (๒๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๖. อุปหนทายกเถราปทาน (๒๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๗. มัญชริปูชกเถราปทาน (๒๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๘. ปรรณทายกเถราปทาน (๒๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๙. กุฏิทายกเถราปทาน (๒๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๑๐. อัคคปุปผิยเถราปทาน (๒๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๑. อากาสุกขิปิยเถราปทาน (๒๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๒. เตลมักขิยเถราปทาน (๒๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๓. อัฑฒจันทิยเถราปทาน (๒๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๔. ทีปทายกเถราปทาน (๒๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๕. วิฬาลิทายกเถราปทาน (๒๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๖. มัจฉทายกเถราปทาน (๒๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๗. ชวหังสกเถราปทาน (๒๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๘. สลฬปุปผิกเถราปทาน (๒๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๙. อุปาคตหาสนิยเถราปทาน (๒๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๑๐. ตรณิยเถราปทาน (๒๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๑. สุวรรณพิมโพหนิยเถราปทาน (๒๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๒. ติลมุฏฐิยเถราปทาน (๒๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๓. จังโกฏกิยเถราปทาน (๒๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน (๒๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๕. เอกัญชลิยเถราปทาน (๒๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๖. โปตถทายกเถราปทาน (๒๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๗. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๘. อาลุวทายกเถราปทาน (๒๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๙. ปุณฑรีกเถราปทาน (๒๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๑๐. ตรณิยเถราปทาน (๒๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๑. ปรรณทายกเถราปทาน (๒๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๒. ผลทายกเถราปทาน (๒๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๓. ปัจจุคคมนิยเถราปทาน (๒๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๔. เอกปุปผิยเถราปทาน (๒๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๕. มฆวปุปผิยเถราปทาน (๒๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๖. อุปัฏฐายิกเถราปทาน (๒๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๗. อปทานิยเถราปทาน (๒๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๘. สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน (๒๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๙. พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน (๒๘๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๑๐. ปุพพังคมนิยเถราปทาน (๒๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๑. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๒. ปุปผธารกเถราปทาน (๒๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๓. ฉัตตทายกเถราปทาน (๒๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๔. สัททสัญญกเถราปทาน (๒๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๕. โคสีสนิกเขปกเถราปทาน (๒๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๖. ปทปูชกเถราปทาน (๒๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๗. เทสกิตติกเถราปทาน (๒๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๘. สรณคมนิยเถราปทาน (๒๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน (๒๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๑๐. อนุสังสาวกเถราปทาน (๓๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๑. ปทุมเกสริยเถราปทาน (๓๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๒. สรรพคันธิยเถราปทาน (๓๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๓. ปรมันนทายกเถราปทาน (๓๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๔. ธรรมสัญญกเถราปทาน (๓๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๕. ผลทายกเถราปทาน (๓๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๖. สัมปสาทิกเถราปทาน (๓๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๗. อารามทายกเถราปทาน (๓๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๘. อนุเลปทายกเถราปทาน (๓๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๙. พุทธสัญญิกเถราปทาน (๓๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๑๐. ปัพภารทายกเถราปทาน (๓๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๑. อารักขทายกเถราปทาน (๓๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๒. โภชนทายกเถราปทาน (๓๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๓. คตสัญญกเถราปทาน (๓๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๔. สัตตปทุมิยเถราปทาน (๓๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๕. ปุปผาสนทายกเถราปทาน (๓๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๖. อาสนถวิกเถราปทาน (๓๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๗. สัททสัญญกเถราปทาน (๓๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๘. ติรังสิยเถราปทาน (๓๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๙. นาลิปุปผิยเถราปทาน (๓๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๑๐. กุมุทมาลิยเถราปทาน (๓๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๑. อุมมาปุปผิยเถราปทาน (๓๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๒. ปุฬินปูชกเถราปทาน (๓๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๓. หาสชนกเถราปทาน (๓๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๔. ยัญญสามิกเถราปทาน (๓๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๕. นิมิตตสัญญกเถราปทาน (๓๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๖. อันนสังสาวกเถราปทาน (๓๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๘. สุมนาเวฬิยเถราปทาน (๓๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน (๓๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน (๓๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๑. คันธธูปิยเถราปทาน (๓๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๒. อุทกปูชกเถราปทาน (๓๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๓. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน (๓๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน (๓๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๕. ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน (๓๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๖. ปภังกรเถราปทาน (๓๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน (๓๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน (๓๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๙. ธรรมสวนิยเถราปทาน (๓๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน (๓๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๑. เอกปทุมิยเถราปทาน (๓๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๒. ตีณุปลมาลิยเถราปทาน (๓๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๓. ธชทายกเถราปทาน (๓๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๔. ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน (๓๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๕. นฬาคาริกเถราปทาน (๓๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน (๓๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๗. ปทุมปูชกเถราปทาน (๓๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน (๓๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๙. ตินทุกผลทายกเถราปทาน (๓๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๑๐. เอกัญชลิยเถราปทาน (๓๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๑. สัททสัญญิกเถราปทาน (๓๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๒. ยวกลาปิยเถราปทาน (๓๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๓. กิงสุกปูชกเถราปทาน (๓๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๔. สโกฏกโกรัณฑทายกเถราปทาน (๓๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๕. ทัณฑทายกเถราปทาน (๓๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๖. อัมพยาคุทายกเถราปทาน (๓๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๗. ปุฏกปูชกเถราปทาน (๓๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๘. วัจฉทายกเถราปทาน (๓๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๙. สรณาคมนิยเถราปทาน (๓๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๑๐. ปิณฑปาติกเถราปทาน (๓๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๑. มันทารวิยเถราปทาน (๓๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๒. กักการุปุปผิยเถราปทาน (๓๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๓. ภิสมุฬาลทายกเถราปทาน (๓๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๔. เกสรปุปผิยเถราปทาน (๓๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๕. อังโกลปุปผิยเถราปทาน (๓๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน (๓๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๗. อุททาลกปุปผิยเถราปทาน (๓๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๘. เอกจัมปกปุปผิยเถราปทาน (๓๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๙. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๓๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๑๐. สลฬปุปผิยเถราปทาน (๓๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๑. โพธิวันทกเถราปทาน (๓๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๒. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน (๓๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๓. ตีณุปลมาลิยเถราปทาน (๓๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๔. ปัตติปุปผิยเถราปทาน (๓๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๕. สัตตปัณณิยเถราปทาน (๓๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๖. คันธมุฏฐิยเถราปทาน (๓๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๗. จิตกปูชกเถราปทาน (๓๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๘. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน (๓๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๙. สุมนทามิยเถราปทาน (๓๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๑๐. กาสุมาริผลทายกเถราปทาน (๓๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๑. อัมพฏผลทายกเถราปทาน (๓๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๒. ลพุชทายกเถราปทาน (๓๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๓. อุทุมพรผลทายกเถราปทาน (๓๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๔. มิลักขุผลทายกเถราปทาน (๓๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๕. ผารุสผลทายกเถราปทาน (๓๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๖. วัลลิผลทายกเถราปทาน (๓๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๗. กทลิผลทายกเถราปทาน (๓๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๘. ปนสผลทายกเถราปทาน (๓๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน (๓๘๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ (๓๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน (๓๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๒. เสลเถราปทาน (๓๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๓. สรรพกิตติกเถราปทาน (๓๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๔. มธุทายกเถราทาน (๓๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน (๓๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๖. พักกุลเถราปทาน (๓๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๗. คิริมานันทเถราปทาน (๓๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน (๓๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๙. สัพพทายกเถราปทาน (๓๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๑๐. อชิตเถราปทาน (๔๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน (๔๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๒. ปุณณกเถราปทาน (๔๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๓. เมตตคูเถราปทาน (๔๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๔. โธตกเถราปทาน (๔๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๕. อุปสีวเถราปทาน (๔๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๖. นันทกเถราปทาน (๔๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๗. เหมกเถราปทาน (๔๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๘. โตเทยยเถราปทาน (๔๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน (๔๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๑๐. อุเทนเถราปทาน (๔๑๐)

ศาสนา

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๖. อนุรุทธเถราปทาน (๔)

อรรถกถาแปลไทย

๕๙ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔. พรรณนาอนุรุทธเถราปทาน

คำมีอาทิว่า สุเมธํ ภควนฺตาหํ ดังนี้ เป็นอปทานของท่านพระอนุรุทธเถระ.

แม้ท่านพระอนุรุทธเถระนี้ ก็ได้กระทำบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าแต่ปางก่อนทั้งหลาย ก่อสร้างบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ อันสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ.

พอเจริญวัยแล้ว วันหนึ่ง ไปวิหารฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา เห็นพระภิกษุรูปหนึ่ง พระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเลิศแห่งภิกษุทั้งหลายผู้มีจักษุทิพย์ แม้ตนเองก็ปรารถนาตำแหน่งนั้น จึงยังมหาทานให้เป็นไป ๗ วันแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าซึ่งมีภิกษุบริวารแสนหนึ่ง ในวันที่ ๗ ได้ถวายผ้าชั้นสูงสุดแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์ แล้วได้ทำความปรารถนาไว้.

ฝ่ายพระศาสดาก็ได้ทรงเห็นความสำเร็จของเขาโดยไม่มีอันตราย จึงทรงพยากรณ์ว่า จักเป็นผู้เลิศแห่งผู้มีทิพยจักษุทั้งหลาย ใน ศาสนาของพระโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอนาคตกาล.

แม้เขาก็กระทำบุญทั้งหลายในพระศาสนานั้น เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว ได้ทำการบูชาด้วยประทีปอันโอฬารที่สถูปทองขนาด ๗ โยชน์ด้วยประทีปต้นและประทีปกระเบื้องกับถาดสำริดเป็นอันมาก ด้วยอธิษฐานว่า จงเป็นอุปนิสัยแก่ทิพยจักษุญาณ.

เขากระทำบุญทั้งหลายอยู่ตลอดชีวิต ด้วยประการอย่างนี้ ท่องเที่ยวอยู่ในเทวดาและมนุษย์ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสป บรรลุความเป็นผู้รู้เดียงสาในเรือนของกุฎุมพี ณ นครพาราณสี.

เมื่อพระศาสดาปรินิพพาน เมื่อสถูปทองขนาด ๑ โยชน์สำเร็จแล้ว จึงเอาถาดสำริดจำนวนมากมาบรรจุให้เต็มด้วยเนยใสอันใสแจ๋วและให้วางก้อนน้ำอ้อยงบก้อนหนึ่งๆ ไว้ตรงกลาง ให้ขอบปากกับขอบปากจรดกัน แล้วให้ตั้งล้อมพระเจดีย์. ให้เอาถาดสำริดที่ตนถือบรรจุด้วยเนยใสอันใสแจ๋วให้เต็ม จุดไฟพันไส้แล้ววางใว้บนศีรษะ เดินเวียนพระเจดีย์อยู่ตลอดคืน.

ในอัตภาพแม้นั้นก็กระทำกุศลอย่างนั้นจนตลอดชีวิต แล้วบังเกิดในเทวโลก ดำรงอยู่ในเทวโลกนั้นตลอดชั่วอายุ จุติจากเทวโลกนั้น เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติ ได้บังเกิดในตระกูลเข็ญใจ ในนครพาราณสีนั่นแหละ.

เขาได้มีชื่อว่า อันนภาระ. นายอันนภาระนั้นกระทำการงานเลี้ยงชีวิตอยู่ในเรือนของเศรษฐีชื่อว่าสุมนะ.

วันหนึ่ง เขาเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าอุปริฏฐะ ออกจากนิโรธสมาบัติ เหาะมาจากภูเขาคันธมาทน์ ลงที่ประตูเมืองพาราณสี ห่มจีวรแล้วบิณฑบาตในนคร มีใจเลื่อมใส จึงรับบาตรแล้วใส่ภัตอันเป็นส่วนแบ่งที่เขาเก็บไว้เพื่อประโยชน์แก่ตน เริ่มประสงค์จะถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า.

ฝ่ายภรรยาของเขาก็ใส่ภัตอันเป็นส่วนแบ่งของตนลงในบาตรนั้นเหมือนกัน เขาจึงนำบาตรนั้นไปวางไว้ในมือของพระปัจเจกพุทธเจ้า.

พระปัจเจกพุทธเจ้ารับบาตรนั้น กระทำอนุโมทนาแล้วหลีกไป.

วันนั้น เทวดาผู้สิงอยู่ที่ฉัตรของสุมนเศรษฐี อนุโมทนาด้วยเสียงอันดังว่า โอ! ทาน เป็นทานอย่างยิ่ง อันนายอันนภาระประดิษฐานไว้ดีแล้วในพระอุปริฏฐะ.

สุมนเศรษฐีได้ฟังดังนั้นคิดว่า ทานนี้เท่านั้นอันเทวดาอนุโมทนาอย่างนี้ ย่อมเป็นอุดมทาน จึงขอส่วนบุญในทานนั้น.

ฝ่ายนายอันนภาระก็ได้ให้ส่วนบุญแก่สุมนเศรษฐีนั้น ด้วยเหตุนั้น สุมนเศรษฐีจึงมีใจเลื่อมใสให้ทรัพย์เขาพันหนึ่ง แล้วกล่าวว่า จำเดิมแต่นี้ไป กิจด้วยการทำการงานด้วยมือของตน ย่อมไม่มีแก่ท่าน ท่านจงกระทำเรือนให้เหมาะสมแล้วอยู่ประจำเถิด.

เพราะเหตุที่บิณฑบาตอันบุคคลถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ ย่อมมีวิบากอันโอฬารในวันนั้นนั่นเอง เพราะฉะนั้น สุมนเศรษฐีเมื่อจะไปเฝ้าพระราชา ได้พาเอานายอันนภาระนั้นไปด้วย.

ฝ่ายพระราชาทอดพระเนตรดูนายอันนภาระนั้นโดยเอื้อเฟื้อ. เศรษฐีกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า นายอันนภาระนี้เป็นผู้ควรจะทอดพระเนตรดูทีเดียว แล้วกราบทูลกรรมที่นายอันนภาระทำในคราวนั้น และความที่แม้ตนก็ได้ให้ทรัพย์พันหนึ่งแก่เขา.

พระราชาได้ทรงสดับดังนั้น ทรงยินดีแก่เขา ได้ประทานทรัพย์พันหนึ่ง แล้วทรงสั่งสถานที่สร้างเรือนแก่เขาว่า เธอจงสร้างเรือนอยู่ในที่โน้น.

เมื่อนายอันนภาระนั้นให้ชำระสถานที่นั้นอยู่ หม้อขุมทรัพย์ใหญ่ๆ หลายหม้อผุดขึ้นแล้ว. เขาเห็นดังนั้นจึงกราบทูลแด่พระราชา. พระราชารับสั่งให้ขนทรัพย์ทั้งหมดขึ้นมา ทรงเห็นเขาทำเป็นกองไว้ จึงตรัสถามว่า ทรัพย์มีประมาณเท่านี้มีในเรือนของใครในนครนี้บ้าง. ประชาชนพากันกราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ ในเรือนของใครไม่มี พระเจ้าข้า.

พระราชาตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น นายอันนภาระนี้จงเป็นเศรษฐีชื่อว่าอันนภารเศรษฐี ในนครนี้ แล้วทรงให้ยกฉัตรเศรษฐีแก่เขาในวันนั้นเอง.

เขาเป็นเศรษฐีแล้วกระทำกรรมอันงามอยู่ชั่วอายุ แล้วบังเกิดในเทวโลกท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ตลอดกาลนาน ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้น จึงถือปฏิสนธิในวังของพระเจ้าสุกโกทนศากยะในนครกบิลพัสดุ์.

พระญาติทั้งหลายได้ขนานนามแก่เขาผู้เกิดแล้วว่า อนุรุทธะ.

เจ้าอนุรุทธะนั้นเป็นพระกนิษฐภาดาของพระเจ้ามหานามศากยะ เป็นโอรสของพระเจ้าอาแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เป็นผู้มีปัญญามาก. ก็พระกระยาหารของพระองค์เกิดขึ้นเฉพาะในถาดทองเท่านั้น.

ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง พระมารดาของพระองค์ทรงดำริว่า บุตรของเราย่อมไม่รู้บทว่า "ไม่มี" เราจักให้เขารู้ จึงเอาถาดทองใบหนึ่งปิด ถาดทองเปล่าๆ ใบหนึ่ง แล้วส่งไปให้แก่เธอ, ในระหว่างทาง เทวดาทั้งหลายทำถาดทองนั้นให้เต็มด้วยขนมทิพย์. เจ้าอนุรุทธะนั้นมีบุญมากอย่างนี้ อันเหล่าหญิงฟ้อนรำผู้ประดับประดาแวดล้อม เสวยสมบัติใหญ่อยู่ในปราสาท ๓ หลังอันเหมาะแก่ฤดูทั้ง ๓ ประดุจเทวดา.

พระโพธิสัตว์แม้ของเราทั้งหลายจุติจากดุสิตบุรีในสมัยนั้น บังเกิดในพระครรภ์ของพระอัครมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนมหาราช ทรงถึงความเจริญวัยโดยลำดับ ประทับอยู่ท่ามกลางเรือน ๒๙ พรรษา แล้วเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ทรงแทงตลอดพระสัพพัญญุตญาณโดยลำดับ ทรงยับยั้งอยู่ที่โพธิมัณฑสถาน ๗ สัปดาห์ แล้วทรงประกาศพระธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมื่อจะทรงกระทำการอนุเคราะห์ชาวโลก จึงเสด็จไปยังนครราชคฤห์ ประทับอยู่ในพระเวฬุวัน.

ในกาลนั้น พระเจ้าสุทโธทนมหาราชทรงส่งอำมาตย์ ๑๐ คนมีบริวารคนละพันไปด้วยพระดำรัสว่า ได้ยินว่า บุตรของเราถึงนครราชคฤห์โดยลำดับแล้ว นี่แน่ะนาย ท่านทั้งหลายจงไปนำบุตรของเรามา.

อำมาตย์เหล่านั้นทั้งหมดพากันบรรพชาด้วยเอหิภิกขุบรรพชา. บรรดาอำมาตย์เหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าอันพระอุทายีเถระทูลอาราธนาขอให้เสด็จจาริกไป ทรงแวดล้อมด้วยพระขีณาสพสองหมื่น เสด็จออกจากนครราชคฤห์ถึงกบิลพัสดุ์บุรี แล้วทรงแสดงปาฏิหาริย์มิใช่น้อยในสมาคมพระญาติ แล้วตรัสธรรมเทศนาอันวิจิตรงดงามด้วยปาฏิหาริย์ ยังมหาชนให้ดื่มน้ำอมฤตแล้ว.

ในวันที่สอง ทรงถือบาตรและจีวรประทับยืนที่ประตูพระนคร ทรงพระรำพึงว่า พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เสด็จมาถึงนครของตระกูลแล้ว ทรงประพฤติอย่างไรหนอ ทรงทราบว่า ประพฤติเที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับตรอก จึงเสด็จเที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับตรอก.

พระราชาทรงทราบว่า พระโอรสของพระองค์เที่ยวบิณฑบาตจึงรีบด่วนเสด็จมา ได้ทรงสดับธรรมในระหว่างถนน จึงนิมนต์ให้เสด็จเข้าในนิเวศน์ของพระองค์ ได้ทรงกระทำสักการะสัมมานะใหญ่หลวง. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำการอนุเคราะห์พระญาติอันจะพึงทรงกระทำในที่นั้น แล้วทรงให้ราหุลกุมารบรรพชา ไม่นานนัก พระองค์เสด็จเที่ยวจาริกจากนครกบิลพัสดุ์ไปในมัลลรัฐ เสด็จถึงอนุปิยอัมพวัน.

สมัยนั้น พระเจ้าสุทโธทนมหาราชรับสั่งให้ประชุมหมู่เจ้าศากยะแล้วตรัสว่า ถ้าบุตรของเราจักครองเรือนแล้ว จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ มีหมู่กษัตริย์เป็นบริวาร, ราหุลกุมารแม้เป็นหลานของเรา ก็จักได้เที่ยวห้อมล้อมบุตรของเราพร้อมกับหมู่กษัตริย์ แม้ท่านทั้งหลายก็ย่อมรู้เรื่องราวอันนี้ ก็บัดนี้ บุตรของเราเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว กษัตริย์ทั้งหลายเท่านั้นจงเป็นบริวารของบุตรของเรา ท่านทั้งหลายจงให้ทารกคนหนึ่งๆ จากตระกูลหนึ่งๆ.

เมื่อพระเจ้าสุทโธทนมหาราชตรัสอย่างนี้แล้ว ขัตติยกุมารแปดหมื่นสองพันองค์ พากันบวชพร้อมกัน.

สมัยนั้น เจ้ามหานามศากยะทรงเป็นเจ้าทรัพย์ ท้าวเธอจึงเสด็จเข้าไปหาเจ้าอนุรุทธศากยะผู้เป็นพระกนิษฐาของพระองค์ แล้วได้ตรัสคำนี้ว่า พ่ออนุรุทธะ บัดนี้ ศากยกุมารผู้มีชื่อเสียงปรากฏพากันบวชตามพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงผนวชแล้ว ก็ใครๆ จากตระกูลของพวกเรา ผู้ จะออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่มีเหย้าเรือน ย่อมไม่มี ถ้าอย่างนั้น เธอจงบวชหรือพี่จักบวช.

เจ้าอนุรุทธะได้ฟังดังนั้น ไม่ยินดีในการครองเรือนมีตนเป็นที่ ๗ ออกจากเรือนเป็นผู้ไม่มีเหย้าเรือน.

ลำดับแห่งการบรรพชาของเจ้าอนุรุทธะนั้น มาแล้วในสังฆเภทกขันธกะนั่นแล.

ก็บรรดาเจ้าศากยะเหล่านั้นผู้ไปยังอนุปิยอัมพวันแล้วบวชอย่างนั้น พระภัททิยเถระบรรลุพระอรหัตในภายในพรรษานั้นนั่นเอง. พระอนุรุทธเถระทำทิพยจักษุให้บังเกิด พระเทวทัตทำสมาบัติ ๘ ให้บังเกิด พระอานันทเถระตั้งอยู่ในพระโสดาปัตติผล พระภคุเถระและพระกิมพิลเถระบรรลุพระอรหัตในภายหลัง.

อภินีหารแห่งความปรารถนาในชาติก่อน ของพระเถระแม้ทั้งหมดนั้น จักมีแจ้งในอาคตสถานของตนๆ.

พระอนุรุทธเถระนี้เรียนพระกรรมฐานในสำนักของพระธรรมเสนาบดี แล้วไปยังปาจีนวังสทายวัน ในเจติยรัฐ บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ ตรึกมหาปุริสวิตกได้ ๗ ข้อ ลำบากในมหาปุริสวิตกข้อที่ ๘.

พระศาสดาทรงทราบว่า พระอนุรุทธะลำบากในมหาปุริสวิตกข้อที่ ๘ จึงทรงดำริว่า เราจักทำความดำริของอนุรุทธะให้บริบูรณ์ จึงเสด็จไปในที่นั้น ประทับนั่งบนบวรพุทธอาสน์ที่เขาลาดไว้ ตรัสอริยวังสปฏิปทาอันประดับด้วยการอบรมสันโดษในปัจจัย ๔ เป็นที่มายินดี ทรงทำมหาปุริสวิตกข้อที่ ๘ ให้บริบูรณ์ แล้วเหาะขึ้นสู่อากาศเสด็จไปเฉพาะเภสกลาวันนั่นแล.

พระเถระ พอเมื่อพระศาสดาเสด็จไปแล้วเท่านั้น ได้เป็นพระมหาขีณาสพมีวิชชา ๓ คิดว่า พระศาสดาทรงทราบใจของเราจึงได้เสด็จมาประทานมหาปุริสวิตกข้อที่ ๘ ให้บริบูรณ์ ก็มโนรถของเรานั้นถึงที่สุดแล้วได้ปรารภพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า และปฏิเวธธรรมของตน จึงได้กล่าวอุทานคาถาเหล่านี้ว่า

พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงรู้ความดำริของเรา

ได้เสด็จเข้าไปหาด้วยพระฤทธิ์ทางกายอันสำเร็จด้วยใจ เรา

ได้มีความดำริในกาลใด ในกาลนั้น ได้ทรงแสดงให้ยิ่งกว่า

นั้น.

พระพุทธเจ้าผู้ยินดีในธรรมอันไม่มีความเนิ่นช้า ได้

ทรงแสดงธรรมอันไม่มีความเนิ่นช้า เรารู้ทั่วถึงธรรมของ

พระองค์ ยินดีในพระศาสนาอยู่ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้ว

คำสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว.

ครั้นในกาลต่อมา พระศาสดาประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงตั้งพระอนุรุทธเถระนั้นไว้ในตำแหน่งอันเลิศว่า อนุรุทธะเป็นเลิศแห่งภิกษุทั้งหลายผู้มีจักษุทิพย์.

พระอนุรุทธเถระนั้น ครั้นได้ตำแหน่งเลิศแห่งภิกษุผู้มีจักษุทิพย์จากสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างนี้แล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมของตน เมื่อจะประกาศอปทานแห่งความประพฤติก่อน ด้วยอำนาจความโสมนัสจึงกล่าวคำมีอาทิว่า สุเมธํ ภควนฺตาหํ ดังนี้.

ในคำนั่นเชื่อมความว่า

เมธาดี กล่าวคือปัญญาในการให้เข้าไปคอยปฏิบัติ ปัญญาในมรรคผล ปัญญาในวิปัสสนาและปฏิสัมภิทาเป็นต้น มีอยู่แก่พระผู้มีพระภาคเจ้าใด พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ชื่อว่าสุเมธะผู้มีปัญญาดี, เราได้เห็นพระสุเมธะนั้นชื่อว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะทรงถึงพร้อมด้วยภาคยะคือบุญ ผู้เจริญที่สุดคือประเสริฐสุด ได้แก่เป็นประธานของโลก คือทรงออกจากสงสารก่อน ผู้องอาจคือไปเบื้องหน้าแห่งนรชนทั้งหลาย ผู้หลีกออก คือเป็นผู้สงัด ได้แก่ผู้ปราศจากความยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะอยู่.

ความว่า เข้าไปใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ชื่อว่าสัมพุทธะ เพราะตรัสรู้ธรรมทั้งปวงด้วยพระองค์เอง.

บทว่า อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน ความว่า ประนมนิ้วทั้ง ๑๐ ไว้เหนือศีรษะ.

คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.

บทว่า ทิวา รตฺติญฺจ ปสฺสามิ ความว่า ในกาลนั้น คือในกาลเกิดขึ้นในเทวโลกและมนุษยโลก เราย่อมมองเห็นได้โยชน์หนึ่งโดยรอบด้วยมังสจักษุ.

บทว่า สหสฺสโลกํ ญาเณน ความว่า เราแลเห็นตลอดพันจักรวาลด้วยปัญญาจักษุ.

บทว่า สตฺถุ สาสเน ได้แก่ ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าโคดม ณ บัดนี้.

นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป คือบูชาด้วยประทีป อธิบายว่า ด้วยผลนี้ เราจึงบรรลุ คือได้ทำทิพยจักษุให้เกิดขึ้น. จบพรรณนาอนุรุทธเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร