๑
อรรถกถาแปลไทย
๕๙. อรรถกถาปทุมเถราปทาน
อปทานของท่านพระปทุมเถระมีคำเริ่มต้นว่า จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เมื่อพระปทุมุตตรมุนีกระทำความโชติช่วงแห่งพระสัทธรรมให้รุ่งเรืองอยู่ ท่านบังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ดำรงการครองเรือน ปรากฏว่า ท่านเพียบพร้อมด้วยโภคทรัพย์. ท่านเลื่อมใสในพระศาสดา ฟังธรรมอยู่กับมหาชน ได้ยืนถือกำดอกปทุมพร้อมด้วยธง.
ท่านได้ขว้างกำดอกปทุมนั้นพร้อมด้วยธงขึ้นสู่อากาศ เห็นความอัศจรรย์นั้น จึงเกิดโสมนัสอย่างยวดยิ่ง. ทำบำเพ็ญกุศลจนตลอดชีวิต ในที่สุดแห่งชีวิต บังเกิดในสวรรค์ ได้ปรากฏและอันเขาบูชา ในฉกามาพจรสวรรค์ดุจธง เสวยทิพยสมบัติ และเสวยจักรพรรดิสมบัติในมนุษย์ทั้งหลาย.
ในพุทธปุบาทกาลนี้ ท่านบังเกิดในเรือนมีตระกูลสมบูรณ์ด้วยสมบัติ เพียบพร้อมด้วยศรัทธา เจริญวัยแล้วเกิดศรัทธา เพียงอายุ ๕ ขวบเท่านั้นได้บรรพชาแล้ว ไม่นานก็ได้เป็นพระอรหันต์ ท่านปรากฏโดยนามที่ท่านได้บำเพ็ญบุญไว้ว่า ปทุมเถระ ดังนี้.
ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สจฺจํ ความว่า ที่ชื่อว่าสัจจะ เพราะแท้ ไม่ผิด ไม่คลาดเคลื่อน.
ที่ชื่อว่าจตุสัจจะ เพราะท่านรวบรวมสัจจะ ๔ คือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ นิโรธสัจจะและมัคคสัจจะ
เมื่อประกาศคือเมื่อกระทำสัจจะ ๔ นั้นให้ปรากฏในโลก.
บทว่า อมตํ วุฏฺฐึ ความว่า เมื่อยังสายน้ำฝนคืออมตมหานิพพานให้ตกอยู่คือหลั่งไหล ยังโลกนี้พร้อมด้วยเทวโลกให้ชุ่มอยู่ คือยังความเร่าร้อนคือกิเลสทั้งปวงให้ดับ ชื่อว่าย่อมยังฝน คือพระธรรมให้ตก.
บทว่า สธชํ ปทุมํ คยฺห ความว่า ถือดอกปทุม คือกำดอกปทุมรวมกับธง.
บทว่า อฑฺฒโกเส ฐิโต อหํ ความว่า ได้ยกดอกปทุมและธงทั้งสองขึ้นยืนอยู่แล้ว.
คำที่เหลือในที่ทั้งปวงตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาปทุมเถราปทาน -----------------------------------------------------