ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๒
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๔. สูจิทายกเถราปทานที่ ๔ (๙๔)
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙๔. อรรถกถาสูจิทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระสูจิทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า กมฺมาโรหํ ปุเร อาสึ ดังนี้. พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ บำเพ็ญพืชคือกุศลในระหว่างๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดในตระกูลแห่งช่างทอง เพราะถูกกรรมอย่างหนึ่งที่ตนกระทำไว้ในระหว่างๆ ตัดรอน. เจริญวัยแล้ว ถึงความสำเร็จในศิลปะด้วยตนเอง ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้วมีใจเลื่อมใสได้ถวายเข็มสำหรับเย็บจีวร. ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านเสวยทิพยสมบัติ ครั้นภายหลังเกิดในมนุษย์ เสวยสมบัติทั้งหลายมีจักรพรรดิสมบัติเป็นต้น เป็นผู้มีปัญญาหลักแหลม มีญาณดังเพชรในภพที่ตนเกิดแล้วๆ. ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านบังเกิดโดยลำดับ เจริญวัยแล้วมีทรัพย์มาก เกิดศรัทธามีปัญญาหลักแหลม. วันหนึ่ง ท่านฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา ส่งญาณไปตามกระแสแห่งธรรม ได้เป็นพระอรหันต์บนอาสนะที่ตนนั่งนั่นแล. ท่านเป็นพระอรหันต์แล้วระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า กมฺมาโรหํ ปุเร อาสึ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กมฺมาโร ความว่า ช่างทองเป็นอยู่ งอกงาม ถึงความเจริญไพบูลย์ด้วยการงาน มีการงานที่ทำด้วยเหล็กและการงานที่ทำด้วยโลหะเป็นต้น ความว่า ในกาลก่อน คือในกาลบำเพ็ญบุญ เราได้เป็นช่างทอง. คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาสูจิทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------