คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๓๓

ข้ออื่นในเล่มนี้

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๑. ภัททาลิเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๒. เอกฉัตติยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๔. มธุมังสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๕. นาคปัลลวกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๖. เอกทีบียเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๘. ยาคุทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๙. ปัตโถทนทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๑๐. มัญจทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๒. เอกทุสสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๓. เอกาสนทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๔. สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๕. โกรัณฑปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๗. เอกธัมมสวนิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๘. สุจินติตเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๙. โสณณกิงกณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๑๐. โสวัณณโกนตริกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๑. เอกวิหาริยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๒. เอกสังขิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๓. ปาฏิหิรสัญญกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๔. ญาณัตถวิกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๕. อุจฉุขัณฑิกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๖. กลัมพทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๗. อัมพาฏกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๘. หรีตกิทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๙. อัมพปิณฑิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๑๐. ชัมพูผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๑. วิเภทกพีชิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๒. โกลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๓. เวลุวผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๔. ภัลลาตกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๕. อุมมาปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๖. อัมพาฏกิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๗. สีหาสนิกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๘. ปาทปิฐิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๙. เวทิยการกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๑๐. โพธิฆรการกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๑. ชคติทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๒. โมรหัตถิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๓. สีหาสนพีชิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๔. ติณุกกธาริยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๕. อักกมนทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๖. วนโกรัณฑิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๗. เอกฉัตติยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๘. ชาติปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๙. สัตติปัณณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๑๐. คันธปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๑. สาลกุสุมิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๒. จิตกปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๓. จิตกนิพพาปกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๔. เสตุทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๕. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๖. อวฏผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๗. ลพุชผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๘. มิลักขุผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๑๐. นิมิตตพยากรณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๑. นฬมาลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๒. มณิปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๓. อุกกาสติกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๔. สุมนวีชนิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๕. กุมมาสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๖. กุสัฏฐกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๗. คิริปุนนาคิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๘. วัลลิการผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๙. ปานธิทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๑. ปังสุกุลสัญญกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๒. พุทธสัญญกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๓. ภิสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๔. ญาณถวิกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๕. จันทนมาลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๖. ธาตุปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๘. ตรณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๙. ธัมมรุจิเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๑๐. สาลมัณฑปียเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๑. ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๒. ปังสุกูลปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๓. โกรัณฑปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๔. กิงสุกปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๕. อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๖. ฆตมัณฑทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๗. อุทกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๘. ปุฬินถูปิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๙. นฬกุฏิกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๑๐. ปิยาลผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๒. เอกปัตตทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๓. กาสุมาริกผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๔. อวฏผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๕. จารผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๖. มาตุลุงคผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๗. อัชเชลผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๘. อโมรผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๙. ตาลผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๑๐. นาลิเกรผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๑. กุรัญชิยผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๒. กปิฏฐผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๓. โกสุมพผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๔. เกตกปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๔. นาคปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๖. อัชชุนปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๗. กุฏชปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๘. โฆสสัญญกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๙. สัพพลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๑๐. ปทุมธาริยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๑. ติณมุฏฐิทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๒. เวจจกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๓. สรณคมนิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๔. อัพภัญชนทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๕. สุปฏทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๖. ทัณฑทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๗. คิริเนลปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๙. อามัณฑผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๑๐. สุคันธเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๑. มหากัจจายนเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๒. วักกลิเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๓. มหากัปปินเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๔. ทัพพมัลลปุตตเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๕. กุมารกัสสปเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๖. พาหิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๗. มหาโกฏฐิตเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๘. อุรุเวลกัสสปเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๙. ราธเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๑๐. โมฆราชเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๒. กังขาเรวตเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๓. สีวลีเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๔. วังคีสเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๕. นันทกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๖. กาฬุทายีเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๗. อภยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๘. โลมสติยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๙. วนวัจฉเถราปทานสารบัญ อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ จูฬสุคันธเถราปทานที่ ๑๐ และ ๕๖. ยสวรรคขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๑. สุเมธาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๒. เมขลทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๓. มัณฑปทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๔. สังกมนทาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๕. นฬมาลิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๗. กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๘. สัตตอุปลมาลิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๑๐. อุทกทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๑. เอกุโปสถิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๒. สลฬปุปผิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๓. โมทกทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๔. เอกาสนทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๖. นฬมาลิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๗. มหาปชาบดีโคตมีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๘. เขมาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๙. อุบลวรรณาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๑๐. ปฏาจาราเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๑. กุณฑลเกสีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๒. กิสาโคตมีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๓. ธรรมทินนาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๔. สกุลาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๕. นันทาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๖. โสณาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๘. ยโสธราเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๙. อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่นขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๑๐. อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่นแปดพันขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๑. อัฏฐารสหัสสขัตติยกัญญาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๓. อุปลทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๔. สิงคาลมาตาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๕. สุกกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๘. ปุณณิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๙. อัมพปาลีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๑๐. เสลาเถริยาปทาน

ศาสนา

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๔. วังคีสเถราปทาน

อรรถกถาแปลไทย

๕๗ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๕๔๔. อรรถกถาวังคีสเถราปทาน

พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-

อปทานของท่านพระวังคีสเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้.

แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้นๆ.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้บังเกิดในตระกูลที่มีโภคะมากมาย ในหังสวดีนคร เจริญวัยแล้วได้ไปยังพระวิหารพร้อมกับชาวพระนครผู้กำลังเดินไปเพื่อฟังธรรม ขณะกำลังฟังธรรม ได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งซึ่งพระศาสดาทรงสถาปนาเธอไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าพวกภิกษุผู้มีปฏิภาณแล้ว ได้บำเพ็ญกรรมที่ดียิ่งแด่พระศาสดาแล้ว ตั้งความปรารถนาไว้ว่า ในอนาคตกาล แม้เราก็พึงเป็นผู้เลิศกว่าพวกภิกษุผู้มีปฏิภาณบ้างดังนี้ ได้รับการพยากรณ์จากพระศาสดาแล้ว ก็บำเพ็ญแก่กุศลกรรมจนตลอดชีวิตแล้ว ได้เสวยสมบัติทั้งสองในเทวโลกและมนุษยโลก.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ในกรุงสาวัตถี เพราะมีปริพาชิกาเป็นมารดา ในกาลต่อมาจึงได้ปรากฏว่า ปริพาชก และมีชื่อว่าวังคีสะ เล่าเรียนไตรเพทแล้ว เพราะไตรเพทนั้นจึงทำอาจารย์ให้ยินดี ได้ศึกษามนต์ชนิดที่สามารถจะรู้ได้ด้วยหัวกะโหลก เอาเล็บดีดหัวกะโหลกแล้วย่อมรู้ว่า สัตว์ผู้นี้ได้บังเกิดในกำเนิดโน้น.

พวกพราหมณ์พากันคิดว่า อาชีพนี้เป็นทางเครื่องเลี้ยงชีวิตของพวกเรา จึงพาวังคีสะนั้นท่องเที่ยวไปในหมู่บ้าน ตำบลและตัวมือง. วังคีสะประกาศให้ผู้คนนำเอาศีรษะ เฉพาะของพวกคนผู้ตายไปแล้ว ภายในขอบเขต ๓ ปีมาแล้วเอาเล็บดีดแล้วกล่าวว่า สัตว์ผู้นี้บังเกิดแล้วในกำเนิดโน้น ดังนี้แล้วให้ชนเหล่านั้นนำเอามา เพื่อกำจัดตัดความสงสัยของมหาชนเสียแล้วก็ให้หัวกะโหลกบอกถึงคติของตนของตน. ด้วยเหตุนั้น มหาชนจึงเลื่อมใสอย่างยิ่งในตัวเขา.

เขาอาศัยมนต์อันนั้นย่อมได้เงิน ๑๐๐ กหาปณะบ้าง ๑,๐๐๐ กหาปณะบ้างจากมือของมหาชน. พวกพราหมณ์อาศัยวังคีสะพากันเที่ยวไปแล้วตามความสบายใจ.

วังคีสะได้สดับพระคุณทั้งหลายของพระศาสดาแล้ว ได้มีความประสงค์จะเข้าไปเฝ้าพระศาสดา. พวกพราหมณ์พากันห้ามว่า พระสมณโคดมจักเอามายาเข้ากลับใจท่านเสีย.

วังคีสะไม่เชื่อคำของพราหมณ์เหล่านั้น เข้าไปเฝ้าพระศาสดา กระทำการปฏิสันถารแล้ว นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง.

พระศาสดาตรัสถามเขาว่า วังคีสะ เธอรู้ศิลปะอะไรบ้าง.

วังคีสะกราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ใช่แล้ว ข้าพระองค์ รู้มนต์อย่างหนึ่งชื่อว่ามนต์สำหรับดีดหัวกะโหลก โดยการที่ข้าพระองค์เอาเล็บดีดศีรษะแม้ของคนที่ตายแล้วภายในระยะเวลา ๓ ปี ก็จะรู้ถึงที่ที่เขาไปบังเกิดแล้วได้.

ลำดับนั้น พระศาสดารับสั่งให้ภิกษุนำเอาศีรษะของผู้ที่บังเกิดในนรก ๑ ศีรษะ ศีรษะของคนที่บังเกิดในหมู่มนุษย์ ๑ ศีรษะ ศีรษะของผู้บังเกิดในหมู่เทวดา ๑ ศีรษะ ศีรษะของผู้ปรินิพพานแล้ว ๑ ศีรษะให้แสดงแก่วังคีสะนั้น.

เขาดีดศีรษะที่ ๑ แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ สัตว์ผู้นี้ไปบังเกิดในนรก.

พระศาสดาตรัสว่า ดีละ วังคีสะ เธอเห็นแล้วด้วยดี แล้วตรัสถามอีกว่า สัตว์ผู้นี้ไปบังเกิดที่ไหน?

วังคีสะกราบทูลว่า ในมนุษยโลก พระเจ้าข้า.

พระศาสดาตรัสถามอีกว่า ได้กราบทูลที่บังเกิดของสัตว์ทั้ง ๓ ได้อย่างถูกต้อง.

แต่เมื่อเอาเล็บดีดศีรษะของผู้ปรินิพพานแล้ว ก็ไม่เห็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย.

ลำดับนั้น พระศาสดาจึงตรัสถามเขาว่า วังคีสะไม่สามารถหรือ?

วังคีสะกราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระองค์คอยดูนะ ขอให้ข้าพระองค์พิจารณาดูก่อน ดังนี้แล้วแม้จะพยายามร่ายมนต์กลับไปกลับมา ก็ไม่สามารถจะรู้ศีรษะของพระขีณาสพด้วยมนต์ภายนอก.

ลำดับนั้น เหงื่อได้ไหลออกจากศีรษะของเขาแล้ว. เขาละอายใจได้แต่นิ่งเงียบไป.

ลำดับนั้น พระศาสดาจึงได้ตรัสกะเขาว่า ลำบากใจนักหรือ วังคีสะ.

วังคีสะกราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ใช่แล้ว ข้าพระองค์ไม่สามารถที่จะรู้ถึงที่บังเกิดของศีรษะนี้ได้ ถ้าพระองค์ทรงทราบขอจงตรัสบอก.

พระศาสดาตรัสว่า วังคีสะ เรารู้ถึงศีรษะนี้ได้อย่างดี เรารู้ยิ่งกว่านี้ ดังนี้แล้วได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถานี้ว่า

ผู้ใดรู้การจุติและการอุบัติของปวงสัตว์ได้ทั้งหมด

เรากล่าวผู้นั้น ซึ่งไม่ขัดข้อง ไปดีแล้ว รู้แล้วว่า เป็นพราหมณ์.

เทวดา คนธรรพ์และหมู่มนุษย์ ไม่รู้ทางไปของผู้ใด เรากล่าว

ผู้นั้น ผู้สิ้นอาสวะ เป็นพระอรหันต์ ว่าเป็นพราหมณ์ ดังนี้.

วังคีสะนั้นกราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ถ้าเช่นนั้นขอพระองค์จงประทานวิชานั้นให้แก่พระองค์เถิดแล้ว แสดงความเคารพนั่งเฝ้าพระศาสดาแล้ว.

พระศาสดาตรัสว่า เราจะให้แก่คนที่มีเพศเสมอกับเรา.

วังคีสะคิดว่า เราควรทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วเรียนมนต์นี้ให้ได้ จึงเข้าไปหาพวกพราหมณ์พูดว่า เมื่อเราออกบวช พวกท่านก็อย่าคิดอะไรเลย เราเรียนมนต์แล้วจักได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในชมพูทวีปทั้งสิ้น แม้พวกท่านก็จักมีชื่อเสียงไปกับเรานั้นด้วย.

วังคีสะนั้นเข้าไปเฝ้าพระศาสดาแล้ว ทูลขอบวชเพื่อต้องการมนต์.

ก็ในเวลานั้น พระนิโครธกัปปเถระอยู่ในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสั่งเธอว่า นิโครธกัปปะ เธอจงบวชวังคีสะผู้นี้ด้วยเถิด ดังนี้แล้วทรงบอก (สมถะ) กัมมัฏฐานคืออาการ ๓๒ และวิปัสสนากัมมัฏฐานให้แล้ว.

พระวังคีสะนั้น เมื่อกำลังสาธยายกัมมัฏฐานคืออาการ ๓๒ อยู่ ก็เริ่มบำเพ็ญวิปัสสนากัมมัฏฐานแล้ว. พวกพราหมณ์เข้าไปหาวังคีสะนั้นแล้ว ถามว่า วังคีสะผู้เจริญ ท่านเล่าเรียนศิลปะในสำนักของพระสมณโคดมจบแล้วหรือ.

พระวังคีสะตอบว่า ใช่ เราเล่าเรียนจบแล้ว.

พวกพราหมณ์กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นท่านจงมา พวกเราจักไปกัน ประโยชน์อะไรด้วยการศึกษาศิลปะ.

พระวังคีสะตอบว่า พวกท่านจงไปกันเถิด เราไม่มีกิจที่จะพึงทำร่วมกับพวกท่าน.

พวกพราหมณ์กล่าวว่า บัดนี้ ท่านตกอยู่ภายใต้อำนาจของพระสมณโคดม พระสมณโคดมใช้มายากลับใจท่านเสียแล้ว พวกเราจักทำอะไรในสำนักของท่านได้ ดังนี้แล้ว จึงหลีกไปตามหนทางที่มาแล้วนั่นเอง.

พระวังคีสะเจริญวิปัสสนาแล้วกระทำให้แจ้งพระอรหัต.

พระเถระบรรลุพระอรหัตแล้วอย่างนั้น ก็ระลึกถึงบุรพกรรมของตน เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้.

ข้าพเจ้าจักพรรณนาเฉพาะบทที่มีเนื้อความยากเท่านั้น.

บทว่า ปภาหิ อนุรญฺชนฺโต ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระพระองค์นั้น ทรงเปล่งปลั่ง รุ่งเรือง สวยงาม โชติช่วงด้วยพระรัศมี มีแสงสว่างด้วยฉัพพรรณรังสี มีสีเขียวและสีเหลืองเป็นต้น.

บทว่า เวเนยฺยปทุมานิ โส ความว่า พระอาทิตย์คือพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงยังดอกปทุมคือเวไนยชนให้ตื่น ให้เบิกบานโดยพิเศษด้วยรัศมีแห่งพระอาทิตย์ กล่าวคือพระดำรัสของพระองค์ ได้แก่ทรงกระทำให้ผลิผลได้ ด้วยการบรรลุอรหัตมรรคแล.

บทว่า เวสารชฺเชหิ สมฺปนฺโน ความว่า สมบูรณ์ พรั่งพร้อมคือประกอบพร้อมแล้วด้วยจตุเวสารัชชญาณ.

สมความที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า :-

พระพุทธเจ้าทรงแกล้วกล้าเป็นอย่างดีในฐานะ ๔

เหล่านี้คือ ในเมื่อมีอันตราย ในธรรมเครื่องนำออก

จากวัฏฏะ ในความเป็นพระพุทธเจ้าและในการทำ

อาสวะให้สิ้นไป ดังนี้.

บทว่า วาคีโส วาทิสูทใน ความว่า เป็นใหญ่คือเป็นประธานของพวกนักปราชญ์ คือพวกบัณฑิต

พึงทราบว่า ควรจะกล่าวว่า วาทีโส แต่กล่าวไว้อย่างนั้น เพราะทำ ท อักษรให้เป็น ค อักษร.

ชื่อว่าวาทิสูทนะ เพราะทำอรรถะของตนให้เป็นอรรถะอื่น คือให้ไหลออก ได้แก่ทำให้ชัดเจน.

บทว่า มารมสนา มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่ามารมสนะ เพราะถูกต้อง ลูบคลำ ทำลายมาร ๕ มีขันธมารเป็นต้นได้.

บทว่า ทิฏฐิสูทนา มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่าทิฏฐิสุทนะ เพราะความเห็นทิฏฐิคือจริงตามที่โลกกล่าว ย่อมหลั่งไหลออก คือแสดงถึงความไหลออก.

บทว่า วิสฺสามภูมิ สนฺตานิ ความว่า ภูมิเป็นที่พัก ที่เป็นที่หยุดอยู่ ได้แก่ที่เป็นที่เข้าไปสงบของสัตว์ผู้ต้องสืบต่อ ผู้ลำบากอยู่ในสงสารสาครทั้งสิ้น ด้วยการบรรลุมรรคมีโสตาปัตติมรรคเป็นต้น.

บทว่า ตโตหํ วิหตารมฺโภ ความว่า เพราะได้เห็นพระสรีระของพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้น เราฆ่าความหัวดื้อ ทำความแข่งดีให้พินาศไป กำจัดมานะเสียไม่มัวเมาแล้ว จึงอ้อนวอนขอการบวชแล้ว.

คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวแล. จบอรรถกถาวังคีสเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๔. วังคีสเถราปทาน · เล่ม ๓๓