๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาอสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
บัดนี้ เพื่อจำแนก อสังคหิเตน สัมปยุตตะ วิปปยุตตบท พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น ธรรมเหล่าใดมีปัญหาเช่นกับด้วยรูปขันธ์ ในนิทเทสแห่งอสังหิเตน อสังคหิตบทที่ ๕ และธรรมเหล่าใดเช่นกับด้วยอรูปภพ ธรรมเหล่านั้นนั่นแหละ พระองค์ทรงยกขึ้นแสดงไว้ ส่วนบททั้งหลายที่เหลือที่มิได้ยกมา (ในที่นี้) ฉะนั้น บทเหล่านั้นจึงมิได้ยกขึ้นแสดง. เพราะว่า รูปและอรูปธรรมทั้งหลายมิได้นับสงเคราะห์ด้วยเวทนาขันธ์ โดยอำนาจแห่งความเป็นขันธ์เป็นต้น ทั้งชื่อว่าสัมปโยคะแห่งบทเหล่านั้นก็มิได้มี ฉะนั้น บทเหล่าใดที่มิได้ยกมาแสดง บทเหล่านั้นนั่นแหละ ทรงยกขึ้นแสดงรวมพร้อมกับคำวิสัชนาอันเป็นทำนองเดียวกัน.
ในปัญหานั้น ธรรมเหล่าใดที่สงเคราะห์ได้ด้วยธรรมที่ยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา ด้วยสามารถแห่งธรรมมีขันธ์เป็นต้น ธรรมเหล่านั้นสัมปยุตและวิปปยุตด้วยธรรมเหล่าใด บัณฑิตพึงทราบการจำแนกธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น.
ในปัญหานั้น มีนัยดังนี้
วิญญาณเทียวนับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยการสงเคราะห์ ๓ อย่างก่อน. วิญญาณนั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ มีเวทนาขันธ์เป็นต้น และด้วยธรรมทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้นในธัมมายตนะและธัมมธาตุทั้งหลาย. และวิปปยุตด้วยรูปขันธ์ ๑ ด้วยรูปายตนะ ๑๐ ด้วยรูปธาตุ ๑๐ และด้วยธรรม คือรูปและนิพพานในธัมมายตนะและธัมมธาตุ พระผู้มีพระภาคเจ้าหมายเอาวิญญาณนั้น จึงตรัสว่า "เต ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ" เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความทั้งปวง โดยนัยนี้แล.
จบอรรถกถาอสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส. -----------------------------------------------------