๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถานิคคหะที่ ๖, ๗, และที่ ๘
หัวข้อที่เป็นประธานทั้ง ๓ (คือนิคคหะที่ ๓. ๔. และที่ ๕.) เหล่านี้ท่านแบ่งไว้ในอนุโลมปัจจนิกปัญจกะตามลำดับ ด้วยสามารถแห่งอนุโลมพอประมาณก่อนนั่นแหละ เพื่อจะแจกปัจจนิกานุโลมปัญจกะด้วยสามารถแห่งปัจจนิกพอประมาณอีก จึงเริ่มคำว่า ปุคฺคโล นูปลพฺภติ เป็นต้น.
ในคำเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความโดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในปัจจนิกตามที่ย่อมาไว้ในพระบาลีแห่งอนุโลมนั่นแหละ และโดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในอนุโลมตามที่ย่อไว้ในพระบาลีแห่งปัจจนิกนั่นแหละด้วย.
บัณฑิตพึงทราบการประกอบวาทะนี้ ชื่อว่าอัฏฐมุขตามที่ท่านชี้แจงไว้แล้วด้วยสามารถแห่งปัจจนิกอย่างละ ๒ คือสัจฉิกัตถะทั้ง ๔ คือ สุทธิกสัจฉิกัตถะ ๑. และสัจฉิกัตถะทั้ง ๓ เหล่านี้ด้วย แห่งอนุโลมปัจจนิกและปัจจนิกานุโลมในสัจฉิกัตถะอย่างละหนึ่งด้วย ด้วยคำมีประมาณเท่านี้.
การประกอบวาทะ ชื่อว่าอัฏฐมุขอันใดที่ท่านจารึกไว้ในพระบาลีว่า นิคคหะ ๘ ในฝ่ายละหนึ่ง ย่อมมีด้วยสามารถแห่งนิคคหะอย่างละหนึ่ง ดังนี้ ท่านกล่าวคำนั้นไว้ในที่นี้ว่า.-
การประกอบวาทะ อันพระผู้มีพระภาคทรงประกาศแล้วนี้ ชื่อว่าอัฏฐมุข โดยประเภทแห่งปัญจกะทั้ง ๒ ในปัญหา ๔ อย่าง ด้วยประการฉะนี้. นิคคหะ ๘ ในที่นั้นนั่นแหละ บรรดานิคคหะเหล่านั้น นิคคหะที่ประกอบด้วยธรรม ๔ ที่ไม่ประกอบด้วยธรรม ๔ ความมีชัยด้วย ความปราชัยด้วย แห่งสกวาทีและปรวาที มีอยู่ในที่ทั้งปวง ดังนี้แล.
____________________________
คำว่า สุทธิกสัจฉิกัตฉะ ได้แก่ สัจฉิกัตถะล้วน คือไม่เจือด้วยอย่างอื่น.
คำว่า สัจฉิกัตถะทั้ง ๓ ได้แก่ สัจฉิกัตถะที่ท่านกล่าวถึงในที่ทั้งปวง ในกาลทั้งปวงและในธรรมทั้งปวง.
จบนิคคหะที่ ๖. ๗. และ ๘ เพียงนี้. อรรถกถาสัจฉิกัตถะ จบ. -----------------------------------------------------