๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถานิยตัสส นิยามกถา ว่าด้วยนิยามของบุคคลผู้แน่นอนแล้ว
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องนิยามของบุคคลผู้แน่นอนแล้ว.
ในเรื่องนั้น นิยามคือความแน่นอน มี ๒ คืออนันตริยกรรม ชื่อว่ามิจฉัตตนิยาม และอริยมรรค ชื่อว่าสัมมัตตนิยาม เว้นนิยาม ๒ นี้แล้ว ธรรมอื่นชื่อว่านิยาม ย่อมไม่มี.
จริงอยู่ เตภูมิกธรรม คือธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ ที่เหลือแม้ทั้งปวงชื่อว่าอนิยตธรรม คือธรรมอันไม่แน่นอน แม้แต่ธรรมที่ประกอบด้วยเตภูมิกธรรมเหล่านั้น ก็ชื่อว่าเป็นอนิยตธรรมทั้งสิ้น.
อนึ่ง พระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่พยากรณ์การก้าวลงสู่นิยามธรรมด้วยคำว่า สัตว์นี้จักบรรลุโพธิญาณในอนาคตกาล ด้วยกำลังแห่งพระองค์ แต่พระโพธิสัตว์ท่านเรียกว่า นิยตบุคคล เพราะความเป็นผู้มีบุญมาก.
ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะและอปรเสลิยะทั้งหลายว่า พระโพธิสัตว์ย่อมก้าวลงสู่นิยาม ดังนี้ เพราะประสงค์เอาคำว่า พระโพธิสัตว์ผู้เกิดในภพสุดท้ายเป็นผู้สามารถเพื่อจะตรัสรู้ในชาตินั้น โดยถือเอาโวหารนี้ด้วยประการฉะนี้ คำถามของสกวาทีหมายชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำว่า บุคคลผู้แน่นอนแล้วในมิจฉัตตะ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงความเป็นนิยามอย่างหนึ่งของผู้เที่ยงแล้วโดยนิยามอย่างหนึ่ง.
คำว่า ยังมรรคให้เกิดก่อน เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงประเภทแห่งนิยาม.
คำว่า บุคคลยังสติปัฏฐาน เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงประเภทแห่งธรรมในนิยามแม้อย่างเดียว.
คำว่า พระโพธิสัตว์ไม่เป็นผู้ควร เป็นต้น ท่านแสดงซึ่งความที่พระโพธิสัตว์เป็นผู้สามารถตรัสรู้อย่างเดียว มิใช่แสดงการก้าวลงสู่นิยามของนิยตบุคคล เพราะฉะนั้น คำนี้จึงมิได้สำเร็จประโยชน์.
จริงอยู่ พระโพธิสัตว์นั้นเป็นผู้ไม่แน่นอนด้วยนิยตธรรมอย่างหนึ่งในปางก่อนมาแม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น ท่านก็ก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามแล้วด้วยการเห็นสัจจะที่โคนไม้โพธิ ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถานิยตัสสนิยามกถา จบ. -----------------------------------------------------