กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๗ นัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา ว่าด้วยพระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องพระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ คือการตายในเวลาอันไม่สมควรของพระอรหันต์ไม่มี.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายราชคิริกะและสมิติยะทั้งหลายว่า ชื่อว่าพระอรหันต์ต้องเสวยกัมมวิบากทั้งปวงแล้วจึงจะปรินิพพาน ดังนี้ เพราะถือเอาเนื้อความแห่งพระสูตรว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนาที่บุคคลทำแล้วสะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแลจะให้ผลในทิฏฐธรรมเทียว หรือในภพที่ถัดไป หรือในภพอื่นสืบๆ ไป ดังนี้ โดยไม่พิจารณา.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อจะท้วงว่า ผิว่า อกาลมรณะของพระอรหันต์ไม่มีไซร้ ชื่อว่าผู้ฆ่าพระอรหันต์ก็ไม่พึงมี ดังนี้ จึงกล่าวว่า อรหันตฆาต คือผู้ฆ่าพระอรหันต์ ไม่มีหรือ ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะความที่อนันตริยกรรมและบุคคลผู้เป็นเช่นนั้นนั่นแหละมีอยู่พร้อม.
ในปัญหาว่า ยาพิษ...ไม่พึงเข้าไปในกาย ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะลัทธิว่า กรรมที่ท่านทำไว้ในกาลก่อนยังไม่สิ้นไปตราบใด ยาพิษก็ไม่ทำอันตรายตราบนั้น ดังนี้.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแหละ.
พระสูตรว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าว เป็นต้น ที่ปรวาทีกล่าวแล้วหมายเนื้อความนี้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เราไม่กล่าวความที่กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนาที่บุคคลทำแล้วสะสมแล้วจะสิ้นสุดไป เพราะมิได้รับมิได้ประสบมิได้เสวยผล คือหมายความว่า ไม่ทรงกล่าวซึ่งความที่กรรมเหล่านั้นเป็นของสิ้นสุดโดยวิถีทั้งหมด ก็แลเมื่อกรรมที่ให้ผลในทิฏฐธรรมมีอยู่กรรมนั้นนั่นแหละพึงให้ผลในทิฏฐธรรม มิใช่ให้ผลในภพอื่นๆ เมื่อกรรมที่ให้ผลในภพหน้าคือภพที่ ๒ มีอยู่ กรรมนั้นย่อมให้ผลในภพนั้นไม่ให้ผลในภพอื่น เมื่อกรรมที่จะให้ผลในภพอื่นๆ มีอยู่ในกาลใด กรรมนั้นได้โอกาสให้ผลในกาลนั้นย่อมให้ผล ด้วยประการฉะนี้.
อีกนัยหนึ่ง ในปริยายอื่นอีกที่มีสภาพอย่างนี้ มีอธิบายว่า
ครั้นเมื่อความเป็นไปแห่งสังขาร คือการท่องเที่ยวไป แม้ในที่ทั้งปวง มีอยู่ ประเทศของโลกนั้นย่อมไม่เว้นจากวาระของการให้ผลของกรรมด้วยประการฉะนี้ บุคคลอยู่ในที่ใดๆ จึงไม่พ้นจากบาปกรรม ครั้นเมื่อความเป็นเช่นนี้มีอยู่ กรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่ยังเหลืออยู่แม้อย่างหนึ่ง ยังไม่มีโอกาสให้ผลในกาลก่อน พระอรหันต์ก็พึงเสวยผลแห่งกรรมนั้น เพราะฉะนั้น ว่าโดยกาลเหมาะสมแล้ว การตั้งลัทธิว่า พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ ดังนี้ที่ปรวาทีทำแล้ว จึงชื่อว่าทำไว้ไม่ดี ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา จบ. -----------------------------------------------------