คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๗ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาวจีเภทกถา ว่าด้วยการเปล่งวาจา

บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องการเปล่งวาจา.

ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีลัทธิคือความเห็นผิด ดุจนิกายทั้งหลายมีกายปุพพเสลิยะเป็นต้น ในขณะนี้ว่า เมื่อบุคคลเข้าปฐมฌานในขณะแห่งโสดาปัตติมรรคเกิด เขาย่อมเปล่งวาจาว่า ทุกข์ ดังนี้ สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น จึงถามว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่หรือ คำตอบรับรองเป็นของปรวาที เพราะตั้งอยู่ในลัทธิ.

ถูกถามหมายเอาภพทั้ง ๓ ด้วยคำว่า ในภพทั้งปวงอีก ปรวาทีปฏิเสธหมายเอาอรูปภพ.

ถูกถามถึงกาลด้วยคำว่า ในกาลทั้งปวง ปรวาทีปฏิเสธโดยหมายเอากาลเป็นที่เข้าฌานทั้งปวงอื่นนอกจากการเข้าฌานอันประกอบด้วยปฐมฌานในขณะแห่งโสดาปัตติมรรค.

ถูกถามด้วยคำว่า ของผู้เข้าฌานทั้งปวง ปรวาทีปฏิเสธหมายเอาผู้เข้าโลกียสมาบัติ.

ถูกถามว่า ในสมาบัติทั้งปวงหรือ? ก็ตอบปฏิเสธหมายเอาโลกุตตรอันสัมปยุตด้วยทุติยฌาน และโลกิยสมาบัติทั้งปวง ฯ

คำว่า การไหวกาย ได้แก่ กายวิญญัติคือการเคลื่อนไหวทางกาย อันเป็นไปด้วยสามารถแห่งอิริยาบถทั้งหลายมีการก้าวไปข้างหน้า เป็นต้น. สกวาทีนั้นย่อมถามเพื่อท้วงด้วยคำว่า จิตเหล่าใด ย่อมยังวจีวิญญัติให้เกิดขึ้น จิตเหล่านั้นนั่นแหละย่อมยังกายวิญญัติให้เกิดขึ้นเช่นกัน ครั้นเมื่อความเป็นเช่นนั้นมีอยู่ เพราะเหตุไร แม้การไหวกายจึงไม่มี. ปรวาทีตอบปฏิเสธด้วย ตอบรับรองด้วยด้วยสามารถแห่งลัทธิ.

บัดนี้ ท่านกล่าวปัญหาทั้งหลายมีคำว่า เมื่อรู้ว่าทุกข์เป็นต้น เพื่อท้วงด้วยคำว่า ถ้าว่าบุคคลนั้นย่อมกล่าววาจาในขณะแห่งมรรคว่า ทุกข์ ดังนี้ไซร้ เขาก็พึงกล่าวแม้ซึ่งคำว่า สมุทัยเป็นต้น หรือว่าถ้าเขาย่อมไม่กล่าวคำนั้นไซร้ เขาก็ไม่พึงกล่าวคำแม้นอกนี้ ดังนี้ ฝ่ายปรวาทีตอบรับรองด้วย ตอบปฏิเสธด้วย ด้วยสามารถแห่งลัทธิของตน.

จริงอยู่ ลัทธิของเขาว่า บุคคลเข้าโลกุตตรปฐมฌานแล้วย่อมเห็นแจ้งซึ่งทุกข์ว่าเป็นทุกข์ ดังนี้.

คำว่า ญาณ ได้แก่ สัจจญาณ ๔ อันเป็นโลกุตตระ.

คำว่า โสตํ ท่านประสงค์เอาโสตวิญญาณ. อธิบายว่า ย่อมฟังเสียงนั้นด้วยจิตใด.

คำว่า การประชุมแห่งผัสสะทั้ง ๒ ได้แก่ แห่งโสตสัมผัสและมโนสัมผัส.

ข้อว่า ก็ต้องไม่กล่าวว่า อธิบายว่า ถ้าว่าการเปล่งวาจามีแก่ผู้เข้าฌานอย่างใดอย่างหนึ่งไซร้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การเปล่งวาจามีแก่ผู้เข้าฌานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วย. คำที่เหลือในที่นี้ พร้อมทั้งการชำระพระสูตรมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.

อนึ่ง พระสูตรที่ปรวาทีนำมาในที่สุดแห่งปัญหาว่า ดูก่อนอานนท์ สาวกชื่อว่าอภิภู ของพระผู้มีพระภาคเจ้าอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี สถิตอยู่ในพรหมโลก ได้ประกาศกะหมื่นโลกธาตุด้วยเสียงว่า ท่านทั้งหลายจงเริ่มต้น จงบากบั่น จงประกอบความเพียรในพระพุทธศาสนา จงกำจัดเสนาของพระยามัจจุราช ฯลฯ

ในพระสูตรนั้น การเปล่งวาจานั้นย่อมเกิดขึ้นด้วยจิตแห่งสมาบัติใด แม้กายเภทคือการไหวกายก็ย่อมเกิดขึ้นด้วยจิตแห่งสมาบัตินั้นนั่นแหละ แต่จิตที่ทำให้วจีวิญญัติและกายวิญญัติเกิดนั้น ไม่ใช่ปฐมฌานจิตที่เป็นโลกุตตระ เพราะฉะนั้น พระสูตรที่ปรวาทีนำมานั้นจึงไม่สำเร็จประโยชน์ ดังนี้แล.

อรรถกถาวจีเภทกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑