๑
อรรถกถาแปลไทย
นิคคหะที่ ๒ อรรถกถาปัจจนีกปัญจกะ หมวด ๕ แห่งปัจจนิก
เมื่อความชนะฝ่ายแรกของสกวาทีมีอยู่ประมาณเท่าใด ความชนะของปรวาทีด้วยวาทะอันมีเลศนัยสักว่าเป็นคำธรรมดาก็มีประมาณเท่านั้น. บัดนี้ ครั้นเมื่อความชนะฝ่ายแรกของปรวาทีมีอยู่ฉันใด ความชนะของสกวาทีโดยธรรมดาตามความเป็นจริงก็มีอยู่ฉันนั้น เพื่อแสดงซึ่งความเกิดขึ้นแห่งวาทะเช่นนั้น ท่านจึงเริ่มปัจจนิกานุโลมปัญจกะด้วยคำว่า ย่อมหยั่งเห็นบุคคลไม่ได้ เป็นต้น.
ในปัจจนิกนั้นเป็นคำถามของปรวาที.
คำรับรองของสกวาทีหมายเอาสัจฉิกัตถปรมัตถะอันต่างด้วยรูปเป็นต้น.
คำซักถามของปรวาทีอีกว่า "สภาวะใดเป็นสัจฉิกัตถะ" หมายเอาสมมติสัจจะล้วน หรือสมมติสัจจะที่เจือด้วยปรมัตถะ.
คำปฏิเสธของสกวาทีว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น เพราะสัจฉิกัตถปรมัตถะนั้นใครๆ ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นไม่ได้ด้วยสามารถแห่งสมมติสัจจะ หรือเพราะความซักถามอันระคนแล้วด้วยสัจจะทั้ง ๒.
คำเป็นต้นว่า ท่านจงรับรู้นิคคหะ ดังนี้ ด้วยสักว่าเป็นคำธรรมดาว่า ท่านปฏิเสธอยู่ซึ่งคำอันท่านรับรองแล้ว เป็นของปรวาที.
พึงทราบว่า นิคคหะที่ ๒ อาศัยวาทะที่ ๒ ว่า ท่านไม่หยั่งเห็นบุคคล ดังนี้ ด้วยประการฉะนี้.
ปรวาทียกนิคคหะขึ้นแล้วด้วยเลศนัยนั้น ดังพรรณนามาฉะนี้. อรรถกถาปัจจนีกปัญจกะ จบ.
อรรถกถาปฏิกัมมจตุกกะ ข้อ [๗] หมวด ๔ แห่งการทำตอบ
บัดนี้ เป็นคำถามของสกวาทีในนัยแห่งอนุโลม เพื่อแสดงถึงความชนะในวาทะของตนโดยเป็นธรรม เสมอด้วยการรับรองปัญหานั้นนั่นแหละ.
คำตอบรับรองของปรวาทีอาศัยลัทธิของตน.
การซักถามไม่ให้โอกาสแก่ลัทธิของปรวาทีด้วยสามารถแห่งปรมัตถะอีก เป็นของสกวาที.
การปฏิเสธของปรวาที เพราะความที่บุคคลเป็นสภาพไม่มีอยู่โดยปรมัตถะ.
เบื้องหน้าแต่นี้ คำของสกวาทีทั้งปวงมีคำว่า ท่านจงรู้ปฏิกรรมเป็นต้นนั่นเทียว เพื่อแสดงความชนะของตนโดยธรรมเสมอ.
ในปฏิกัมมจตุกกะนั้น พึงทราบเนื้อความแห่งปฏิกัมมะ นิคคหะ อุปนยนะและนิคคมจตุกกะทั้งปวง โดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.
ข้อนี้ชื่อว่าปัจจนิกานุโลมปัญจกะ พึงทราบว่าท่านชี้แจงแล้ว ด้วยสามารถแห่งปฏิกัมมะ นิคคหะ อุปนยนะและนิคคมจตุกกะ อันมีคำว่า ย่อมหยั่งเห็นได้ เป็นต้นแห่งปัจจนิกปัญจกะคำว่า ย่อมหยั่งเห็น บุคคลไม่ได้ เป็นต้น ดังนี้ ด้วยประการฉะนี้.
ปัญจกะ คือหมวด ๕ ทั้ง ๒ ในปฐมสัจฉิกัตถะเหล่านี้ ท่านอธิบายแล้วด้วยประการฉะนี้.
ในปัญจกะทั้ง ๒ นั้น ปัญจกะแรกสกวาทีทำนิคคหะแก่ปรวาที ชื่อว่าเป็นนิคคหะดี แต่ความชนะที่ปรวาทีอาศัยวาทะอันมีเลศนัย ทำตอบแก่สกวาทีที่ตนให้สำเร็จแล้ว เป็นความชนะที่ไม่ดี.
ในปัญจกะที่ ๒ ปรวาทีทำนิคคหะแก่สกวาทีเป็นนิคคหะที่ไม่ดี. แต่ความชนะที่สกวาทีอาศัยวาทะอันเป็นธรรม อันตนให้สำเร็จแล้วทำตอบแก่ปรวาทีเป็นการชนะที่ดี. อรรถกถาปฏิกัมมจตุกกะ จบ.
อรรถกถาปฐมสัจฉิกัตถะ
ในปฐมสัจฉิกัตถะนั้น ท่านกล่าวไว้ว่า :-
ปฐมปัญจกะ สกวาทีทำนิคคหะอันบริสุทธิ์แก่ปรวาที
แต่การชนะในการทำตอบของปรวาทีในปัญหานั้นนั่นแหละ
ไม่บริสุทธิ์.
ในทุติยปัญจกะ ปรวาทีทำนิคคหะแก่สกวาทีเป็นนิคคหะ
ที่ไม่บริสุทธิ์ แต่ชัยชนะในการทำตอบของสกวาทีในที่นั้น
นั่นแหละ บริสุทธิ์วิเศษแล้ว.
เพราะฉะนั้น ในฐานะแม้ทั้ง ๒ ความชนะของสกวาทีเทียว
ชื่อว่าชนะโดยธรรม ความชนะโดยอธรรมของปรวาทีจักมีแต่ที่ไหน.
ความมีชัยและความปราชัยในสัจฉิกัตถะอันประดับด้วย
หมวด ๒ แห่งปัญจกะนี้ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งธรรมและ
อธรรม ฉันใด ในสัจฉิกัตถะทั้งปวงอื่นจากนี้ บัณฑิตพึงยังความ
มีชัยและปราชัยทั้ง ๒ ให้แจ่มแจ้ง ฉันนั้นนั่นแหละ ดังนี้แล.
อรรถกถานิคคหะที่ ๒ จบ. -----------------------------------------------------