๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาสุทธักขันธวาระ
ในสุทธักขันธวาระ คำถามว่า รูปํ ขนฺโธ ธรรมที่ชื่อว่ารูป ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม? ย่อมตรัสถามว่า รูปอย่างใดอย่างหนึ่งที่กล่าวว่ารูป รูปนั้นทั้งหมดเป็นขันธ์หรือ? ในคำถามนั้น เพราะรูปกล่าวคือ ปิยรูปสาตรูปก็ดี ภูตรูปและอุปาทารูปทั้งหมดก็ดี ถึงการสงเคราะห์ในขันธ์ ๕. เพราะฉะนั้น พระองค์จึงตรัสรับรองว่า อามนฺตา ใช่.
ในทุติยบท ควรถามว่า ขันธ์ทั้งหลายชื่อว่ารูป ใช่ไหม? เพราะพระองค์ทรงอธิบายรูปขันธ์ไว้ด้วยคำว่า รูป แล้ว ฉะนั้นจึงไม่ทรงคำนึงถึง เมื่อจะตรัสถามด้วยอำนาจแห่งอรรถ จึงตรัสว่า ขันธ์ทั้งหลายชื่อว่ารูปขันธ์ ใช่ไหม? พึงทราบเนื้อความในบททั้งปวงโดยอุบายนี้ แม้ในนิทเทสวาระแห่งอายตนยมกเป็นต้น ข้างหน้าก็นัยนี้.
แม้ในคำถามที่ว่า สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ = ธรรมที่ชื่อว่าสัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม? นี้, ทิฏฐิสัญญาก็ดี สัญญาก็ดี พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา = ใช่ เพราะความที่แห่งทิฏฐิสัญญาและสัญญา แม้ทั้งหมดก็เป็นขันธ์.
แม้ในบทว่า สงฺขารา สงฺขารกฺขนฺโธ = สังขาร ชื่อว่าสังขารขันธ์หรือ? ก็มีนัยนี้ ชื่อว่า สังขารที่พ้นจากความเป็นขันธ์ ย่อมไม่มี.
ในปฏิโลม คำถามว่า นรูปํ นขนฺโธ = ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม? ดังนี้ พระผู้มีพระภาคย่อมตรัสถามว่า ธรรมชาติใดไม่ใช่รูป ธรรมชาตินั้นก็ไม่ใช่ขันธ์ ใช่ไหม? ก็ในวิสัชนาปัญหานั้นว่า รูปํ ฐเปตฺวา อวเสสา ขนฺธา น รูปํ ขนฺธา ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ทั้งหลายที่เหลือไม่ชื่อว่ารูป ชื่อว่าขันธ์ อธิบายว่า ขันธ์ทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้น อื่นจากรูปไม่ชื่อว่ารูป แต่ชื่อว่าขันธ์.
บทว่า รูปญฺจ ขนฺเธ จ ฐเปตฺวา อวเสสา = ยกเว้นรูปและขันธ์ทั้งหลาย ธรรมที่เหลือ ดังนี้ ได้แก่ บัญญัติและนิพพานที่พ้นจากขันธ์ห้า ในบทว่า อวเสสา แม้เหล่าอื่นจากบทนี้ก็มีนัยนี้ ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถาสุทธักขันธวาระ จบ. -----------------------------------------------------