คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๐ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาสัมปยุตตวาระ

พึงทราบวินิจฉัยในสัมปยุตตวาระ ต่อไป :-

คำว่า กุสลํ ธมฺมํ สมฺปยุตฺโต ประกอบกับกุศลธรรม ความว่า ทำกุศลธรรมให้เป็นสัมปยุตตปัจจัย.

คำที่เหลือในวรรณนานี้ พึงทราบตามนัยที่กล่าวไว้ในสังสัฏฐวาระ.

ส่วนในที่สุดของสัมปยุตตวาระนี้ คำว่า อรรถว่าสังสัฏฐะ เจือ มีความหมายเท่ากับสัมปยุตตะ ประกอบ. อรรถว่าสัมปยุตตะ ประกอบ มีความหมายเท่ากับสังสัฏฐะ เจือ ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้เพื่อแสดงความไม่ต่างกัน โดยใจความแห่งวาระทั้งสองนี้.

จริงอยู่ เมื่อว่าโดยใจความ วาระทั้งสองนี้ไม่มีข้อแตกต่างกัน เหมือนปฏิจจะศัพท์กับสหชาตะ และปัจจยะกับนิสสยะศัพท์ฉะนั้น ถึงอย่างนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เพื่อกำหนดความของกันและกัน.

จริงอยู่ ในคำมีอาทิว่า ม้าทั้งหลายอันเขาเอาเข้าคู่กันเทียมเข้าด้วยกัน ดังนี้. แม้สิ่งที่ไม่ได้ประกอบกัน ท่านก็เรียกว่าสังสัฏฐะได้. ในคำว่า วิมังสานั้นใดสหรคตแล้วโกสัชชะ สัมปยุตแล้วด้วยโกสัชชะ ดังนี้เป็นต้น. แม้สิ่งที่ระคนปนกันก็มาเป็นสัมปยุตได้.

วาระทั้งสองนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้เพื่อให้เน้นหนักถึงภาวะที่สัมปยุตตปัจจัย ซึ่งมีลักษณะเกิดในคราวเดียวกันเป็นต้น เป็นสังสัฏฐวาระ และเพื่อให้เน้นหนักถึงสังสัฏฐธรรม ซึ่งมีการเกิดในคราวเดียวกันเป็นต้นเป็นลักษณะ เป็นสัมปยุตตปัจจัย โดยสัมปยุตตวาระ.

อีกอย่างหนึ่ง วาระทั้งสองนี้ บัณฑิตพึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยเป็นเทศนาวิลาสะ ตามอำนาจอัธยาศัยของเหล่าสัตว์ผู้จะตรัสรู้โดยประการนั้น และด้วยอำนาจพระปรีชาอันแตกฉานในนิรุตติปฏิสัมภิทา.

อรรถกถาสัมปยุตตวาระ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร