คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๓ บรรทัด๑ ฉบับ

อุโปสถาทิปุจฉาวิสัชนาวัณณนา

วินิจฉัยในคำแก้คำถามทั้งหลายมีคำถามว่า อะไรเป็นเบื้องต้นของอุโบสถกรรม เป็นอาทิ พึงทราบดังนี้ :-

สองบทว่า สามคฺคี อาทิ มีความว่า กายสามัคคีของภิกษุทั้งหลายผู้คิดว่า จักทำอุโบสถ แล้วชำระสีมา นำฉันทะและปาริสุทธิมา ประชุมกัน เป็นเบื้องต้นของอุโบสถกรรม.

สองบทว่า กิริยา มชฺเฌ มีความว่า กิริยาที่กระทำบุพกิจสวดปาฏิโมกข์ เป็นท่ามกลางของอุโบสถกรรม.

สองบทว่า นิฏฺฐานํ ปริโยสานํ มีความว่า ความจบปาฏิโมกข์ ดังนี้ว่า ภิกษุทั้งหมดทีเดียว พึงเป็นผู้พร้อมเพรียง ชื่นชมยินดีด้วยดีอยู่ เป็นผู้ไม่วิวาทอยู่ ศึกษาในพระปาฏิโมกข์นั้น เป็นที่สุด (ของอุโบสถกรรม).

หลายบทว่า ปวารณากมฺมสฺส สามคฺคี อาทิ มีความว่า กายสามัคคีของภิกษุทั้งหลายผู้คิดว่า จักทำปวารณา แล้วชำระสีมา นำฉันทะและปวารณามา ประชุมกัน เป็นเบื้องต้นของปวารณากรรม.

สองบทว่า กิริยา มชฺเฌ มีความว่า ปวารณาญัตติและปวารณากถา เป็นท่ามกลาง (ของปวารณากรรม).

คำของภิกษุผู้สังฆนวกะที่ว่า ข้าพเจ้าเห็นอยู่ จักทำคืน เป็นที่สุด (ของปวารณากรรม).

ภิกษุย่อมเป็นผู้ควรแก่กรรม ด้วยวัตถุใด วัตถุนั้น ชื่อว่าวัตถุในกรรมทั้งหลาย มีตัชชนียกรรมเป็นต้น.

บุคคลที่ก่อวัตถุนั้น ชื่อว่าบุคคล.

สองบทว่า กมฺมวาจา ปริโยสานํ มีความว่า คำสุดท้ายแห่งกรรมวาจานั้นๆ อย่างนี้ว่า ตัชชนียกรรม อันสงฆ์ทำแล้ว แก่ภิกษุชื่อนี้ ควรแก่สงฆ์ เพราะเหตุนั้นจึงนิ่ง, ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ เป็นที่สุดของกรรมทั้งหลาย มีตัชชนียกรรมเป็นต้น.

คำที่เหลือในที่ทั้งปวงตื้นทั้งนั้นฉะนี้แล.

พรรณนาอุโปสถาทิปุจฉาวิสัชนา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร