คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๓ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถามลสูตรที่ ๑๐

พึงทราบวินิจฉัยในมลสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-

ภาวะของบุคคลทุศีล ชื่อว่าทุสสีลยะ. ทุสสีลยะนั้นแหละเป็นมลทินจึงชื่อว่าทุสสีลยมละ.

ความหมายของมลทิน

ถามว่า ที่ชื่อว่ามลทิน เพราะหมายความว่าอย่างไร.

ตอบว่า เพราะหมายความว่าตามเผาไหม้ ๑ เพราะหมายความว่ามีกลิ่นเหม็น ๑ เพราะหมายความว่าทำให้เศร้าหมอง ๑.

อธิบายว่า มลทินนั้นย่อมตามเผาไหม้สัตว์ในอบายทั้งหลายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าเป็นมลทิน เพราะหมายความว่าตามเผาไหม้บ้าง.

บุคคลเกลือกกลั้วด้วยมลทินนั้นเป็นที่น่ารังเกียจ ทั้งในสำนักมารดาบิดา ทั้งภายในภิกษุสงฆ์ ทั้งในโพธิสถานและเจดียสถาน และกลิ่นอันเกิดจากความไม่ดีของเขา ย่อมฟุ้งไปในทุกทิศว่า ผู้นั้นทำบาปกรรมเห็นปานนี้ เหตุนั้นจึงชื่อว่าเป็นมลทิน เพราะหมายความว่ามีกลิ่นเหม็นบ้าง.

บุคคลผู้เกลือกกลั้วด้วยมลทินนั้น ย่อมได้รับความเดือดร้อนในที่ที่ไปถึง และกายกรรมเป็นต้นของเขาก็ไม่สะอาด ไม่ผ่องใส เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าเป็นมลทิน เพราะหมายความว่าทำให้เศร้าหมองบ้าง.

อีกอย่างหนึ่ง มลทินนั้นย่อมทำเทวสมบัติ มนุษยสมบัติและนิพพานสมบัติให้เหี่ยวแห้งไป เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่าเป็นมลทิน เพราะหมายความว่าทำให้เหี่ยวแห้งบ้าง.

แม้ในมลทินนั้นคือริษยา และมลทินคือความตระหนี่ ก็มีนัยอย่างนี้เหมือนกัน.

จบอรรถกถามลสูตรที่ ๑๐ จบพาลวรรควรรณนาที่ ๑ -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ภยสูตร

๒. ลักขณสูตร

๓. จินตาสูตร

๔. อัจจยสูตร

๕. อโยนิโสสูตร

๖. อกุสลสูตร

๗. สาวัชชสูตร

๘. สัพยาปัชชสูตร

๙. ขตสูตร

๑๐. มลสูตร -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร