๑
อรรถกถาแปลไทย
วรรคที่ไม่สงเคราะห์เป็นปัณณาสก์ สัปปุริสวรรคที่ ๑ อรรถกถาสิกขาปทสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในสิกขาปทสูตรที่ ๑ แห่งปัณณาสก์ที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อสปฺปุริสํ ได้แก่ บุรุษลามก บุรุษเปล่า บุรุษหลง บุรุษผู้ถูกทำให้บอดหนาด้วยอวิชชา.
บทว่า อสปฺปุริสตรํ ได้แก่ เกินอสัตบุรุษ (อสัตบุรุษยิ่งกว่าอสัตบุรุษ).
พึงทราบสัตบุรุษทั้งสองนอกนี้ โดยตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้ว.
คำที่เหลือในบทนี้ ง่ายทั้งนั้น. จบสิกขาปทสูตรที่ ๑
ใน ๕ สูตรต่อจากนี้ก็เหมือนในสูตรนี้.
จริงอยู่ ในสูตรเหล่านั้น
สูตรที่ ๑ ตรัสด้วยเวร ๕
สูตรที่ ๒ ตรัสด้วยอสัทธรรม
สูตรที่ ๓ ตรัสด้วยกายทวารวจีทวาร
สูตรที่ ๔ ตรัสด้วยมโนทวาร
สูตรที่ ๕ ตรัสด้วยมิจฉัตตะ ๘
สูตรที่ ๖ ตรัสด้วยมิจฉัตตะ ๑๐.
อรรถกถาปฐมปาปธัมมสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมปาปธัมมสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปาปํ ได้แก่ คนลามก คือบุคคลเศร้าหมอง.
บทว่า กลฺยาณํ ได้แก่ คนเจริญ คือบุคคลไม่มีโทษ.
คำที่เหลือในสูตรนี้ง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาปฐมปาปธัมมสูตรที่ ๗
แม้ในทุติยปาปธรรมสูตรที่ ๘ ก็นัยนี้เหมือนกัน
อรรถกถาตติยปาปธัมมสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในตติยปาปธัมมสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปาปธมฺมํ ได้แก่ ธรรมลามก.
บทว่า กลฺยาณธมฺมํ ได้แก่ ธรรมอันไม่มีโทษ.
คำที่เหลือในสูตรนี้ง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาตติยปาปธัมมสูตรที่ ๙
แม้ในอรรถกถาจตุตถปาปธัมมสูตรที่ ๑๐ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
ในวรรคนี้ ท่านกล่าวถึงปฏิปทาของผู้ครองเรือนในสูตรแม้ทั้ง ๑๐.
หากคฤหัสถ์เป็นพระโสดาบัน พระสกทาคามี ย่อมควรเหมือนกัน. จบสัปปุริสวรรควรรณนาที่ ๑ -----------------------------------------------------