๗. ธนัญชานิสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ ๗. ธนัญชานิสูตร เรื่องธนัญชานิพราหมณ์
ธนญฺชานิสุตฺตํ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน เขต พระนครราชคฤห์. สมัยนั้นแล ท่านพระสารีบุตรเที่ยวจาริกไปในทักขิณาคีรีชนบท พร้อมด้วย ภิกษุหมู่ใหญ่. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งจำพรรษาอยู่ในพระนครราชคฤห์ ได้เข้าไปหาท่านพระ สารีบุตรถึงทักขิณาคีรีชนบท ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึก ถึงกันไปแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สารีปุตฺโต ทกฺขิณาคิริสฺมึ จาริกญฺจรติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ฯ อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ ราชคเห วสฺสํ วุตฺโถ เยน ทกฺขิณาคิริ เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ
ท่านพระสารีบุตรได้ถามภิกษุนั้นว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคไม่ทรง พระประชวร และยังทรงพระกำลังอยู่หรือ? ภิกษุนั้นกราบเรียนว่า พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพระประชวรและยังทรงพระกำลังอยู่ ท่าน ผู้มีอายุ. สา. ท่านผู้มีอายุ ก็ภิกษุสงฆ์ไม่ป่วยไข้ และยังมีกำลังอยู่หรือ? ภิ. แม้ภิกษุสงฆ์ก็ไม่ป่วยไข้ และยังมีกำลังอยู่ ท่านผู้มีอายุ. สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ ธนัญชานิพราหมณ์อยู่ที่ใกล้ประตูตัณฑุลปาละ ในพระนครราชคฤห์ นั้น เขาไม่ป่วยไข้และยังมีกำลังอยู่หรือ? ภิ. แม้ธนัญชานิพราหมณ์ก็ไม่ป่วยไข้ และยังมีกำลังอยู่ ท่านผู้มีอายุ. สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ ธนัญชานิพราหมณ์ยังเป็นผู้ไม่ประมาทหรือ? ภิ. ที่ไหนได้ท่านผู้มีอายุ ธนัญชานิพราหมณ์ของเราจะไม่ประมาท เขาอาศัยพระราชา เที่ยวปล้นพวกพราหมณ์และคฤหบดี อาศัยพวกพราหมณ์และคฤหบดีปล้นพระราชา ภรรยาของ เขาผู้มีศรัทธา ซึ่งนำมาจากสกุลที่มีศรัทธา ทำกาละเสียแล้ว เขาได้หญิงอื่นมาเป็นภรรยาหา ศรัทธามิได้ เขานำมาจากสกุลที่ไม่มีศรัทธา. สา. ดูกรท่านผู้มีอายุ เราได้ฟังว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท เป็นอันได้ฟังชั่วหนอ ทำไฉน เราจะพึงได้พบกับธนัญชานิพราหมณ์บางครั้งบางคราว ทำไฉน จะพึงได้เจรจาปราศรัย กันสักน้อยหนึ่ง? ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรอยู่ในทักขิณาคิรีชนบทตามควรแล้ว จึงหลีกจาริกไปทาง พระนครราชคฤห์ เที่ยวจาริกไปโดยลำดับ ได้ถึงพระนครราชคฤห์แล้ว.
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ตํ ภิกฺขุํ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ กจฺจาวุโส ภควา อโรโค จ พลวา จาติ ฯ อโรโค จาวุโส ภควา พลวา จาติ ฯ กจฺจิ ปนาวุโส ภิกฺขุสงฺโฆ อโรโค จ พลวา จาติ ฯ ภิกฺขุสงฺโฆปิ โข อาวุโส อโรโค จ พลวา จาติ ฯ เอตฺถ อาวุโส ตณฺฑุลปาลทฺวารายํ ธนญฺชานิ นาม พฺราหฺมโณ อตฺถิ กจฺจาวุโส ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ อโรโค จ พลวา จาติ ฯ ธนญฺชานิปิ โข อาวุโส พฺราหฺมโณ อโรโค จ พลวา จาติ ฯ กจฺจิ ปนาวุโส ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ อปฺปมตฺโตติ ฯ กุโต โน อาวุโส ธนญฺชานิสฺส พฺราหฺมณสฺส อปฺปมาโท ธนญฺชานิ อาวุโส พฺราหฺมโณ ราชานํ นิสฺสาย พฺราหฺมณคหปติเก วิลุมฺปติ พฺราหฺมณคหปติเก นิสฺสาย ราชานํ วิลุมฺปติ ยาปิสฺส ภริยา สทฺธา สทฺธา กุลา อานีตา สาปิ กาลกตา อญฺญสฺส ภริยา อสทฺธา อสทฺธา กุลา อานีตาติ ฯ ทุสฺสุตํ วตาวุโส อสฺสุมฺหา เย มยํ ธนญฺชานึ พฺราหฺมณํ ปมตฺตํ อสฺสุมฺหา อปฺเปวนาม มยํ กทาจิ กรหจิ ธนญฺชานินา พฺราหฺมเณน สทฺธึ สมาคจฺเฉยฺยาม อปฺเปวนาม สิยา โกจิเทว กถาสลฺลาโปติ ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ทกฺขิณาคิริสฺมึ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน ราชคหํ เตน จาริกํ ปกฺกามิ อนุปุพฺเพน จาริกญฺจรมาโน เยน ราชคหํ ตทวสริ ฯ
ได้ยินว่า สมัยนั้น ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาป สถาน ใกล้พระนครราชคฤห์. ครั้งนั้นเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตรนุ่งแล้ว ถือบาตรและจีวร เข้าไปยังพระนครราชคฤห์. สมัยนั้น ธนัญชานิพราหมณ์ใช้คนให้รีดนมโคอยู่ที่คอกโค ภายนอก พระนคร. ท่านพระสารีบุตรเที่ยวบิณฑบาตในพระนครราชคฤห์ ภายหลังภัต กลับจากบิณฑบาต แล้ว เข้าไปหาธนัญชานิพราหมณ์ถึงที่อยู่. ธนัญชานิพราหมณ์ได้เห็นท่านพระสารีบุตรกำลังมา แต่ไกล จึงเข้าไปหาท่านพระสารีบุตร แล้วได้กล่าวว่า นิมนต์ดื่มน้ำนมสดทางนี้เถิด ท่านสารีบุตร ท่านยังมีเวลาฉันอาหาร. สา. อย่าเลยพราหมณ์ วันนี้ฉันทำภัตตกิจเสร็จแล้ว ฉันจักพักกลางวันที่โคนต้นไม้โน้น ท่านพึงมาในที่นั้น ธนัญชานิพราหมณ์รับคำท่านพระสารีบุตรแล้ว ครั้งนั้น ธนัญชานิพราหมณ์ บริโภคอาหารเวลาเช้าเสร็จแล้ว ได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตร ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง. การประพฤติไม่ชอบธรรม
ตตฺร สุทํ อายสฺมา สารีปุตฺโต ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปาวิสิ ฯ เตน โข ปน สมเยน ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ พหินคเร คาโว โคฏฺเฐ ทุหาเปติ ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต เยน ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ เตนุปสงฺกมิ ฯ อทฺทสา โข ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ อิโต โภ สารีปุตฺต ปโย ปียตํ ตว ภตฺตสฺส กาโล ภวิสฺสตีติ ฯ อลํ พฺราหฺมณ กตํ เม อชฺช ภตฺตกิจฺจํ อมุกสฺมึ เม รุกฺขมูเล ทิวาวิหาโร ภวิสฺสติ ตตฺร อาคจฺเฉยฺยาสีติ ฯ เอวํ โภติ โข ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสิ ฯ อถ โข ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ ปจฺฉาภตฺตํ ภุตฺตปาตราโส เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ
ท่านพระสารีบุตรได้ถามว่า ดูกรธนัญชานิ ท่านเป็นผู้ไม่ประมาทหรือ? ธนัญชานิพราหมณ์ได้ตอบว่า ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร ที่ไหนข้าพเจ้าจะไม่ประมาท เพราะ ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงมารดาบิดา ต้องเลี้ยงบุตรและภรรยา ต้องเลี้ยงพวกทาส กรรมกร และคนรับใช้ ต้องทำกิจสำหรับมิตรและอำมาตย์ แก่มิตรและอำมาตย์ ต้องทำกิจสำหรับญาติสาโลหิต แก่ญาติ สาโลหิต ต้องทำกิจสำหรับแขกแก่แขก ต้องทำบุญที่ควรทำแก่ปุพเปตชนส่งไปให้ปุพเปตชน ต้องทำการบวงสรวงแก่พวกเทวดา ต้องทำราชการให้แก่หลวง แม้กายนี้ก็ต้องให้อิ่มหนำ ต้องให้เจริญ.
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ธนญฺชานึ พฺราหฺมณํ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ กจฺจิสิ ธนญฺชานิ อปฺปมตฺโตติ ฯ กุโต โภ สารีปุตฺต อมฺหากํ อปฺปมาโท เยสนฺโน มาตาปิตโร โปเสตพฺพา ปุตฺตทาโร โปเสตพฺโพ ทาสกมฺมกรโปริสํ โปเสตพฺพํ มิตฺตามจฺจานํ มิตฺตามจฺจกรณียํ กาตพฺพํ ญาติสาโลหิตานํ ญาติสาโลหิตกรณียํ กาตพฺพํ อติถีนํ อติถิกรณียํ กาตพฺพํ ปุพฺพเปตานํ ปุพฺพเปตกรณียํ กาตพฺพํ เทวตานํ เทวตากรณียํ กาตพฺพํ รญฺโญ ราชกรณียํ กาตพฺพํ อยมฺปิ กาโย ปิเณตพฺโพ พฺรูเหตพฺโพติ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งบิดามารดา นายนิริยบาลจะพึง ฉุดคร่าเขาผู้นั้นไปยังนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขา จะพึงได้ตามความปรารถนาหรือว่าเราเป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุ แห่งมารดาบิดา ขอนายนิริยบาลอย่างพึงฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือมารดาบิดาของผู้นั้นจะพึงได้ ตามความปรารถนาว่า ผู้นี้เป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเราทั้งหลาย ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ มาตาปิตูนํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสมจริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปกฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข มาตาปิตูนํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ มาตาปิตโร วา ปนสฺส ลเภยฺยุํ เอโส โข อมฺหากํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งบุตรและภรรยา นายนิริยบาล จะพึงฉุดคร่าผู้นั้นไปนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขา จะพึงได้ตามความปรารถนาหรือหนอว่า เราประพฤติไม่ชอบธรรม เพราะเหตุแห่งบุตรและภรรยา ขอนายนิริยบาลอย่างพึงฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือว่าบุตรหรือภรรยาของผู้นั้น จะพึงได้ตามความ ปรารถนาว่า ผู้นี้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเราทั้งหลาย ขอนาย นิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ ปุตฺตทารสฺส เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสมจริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปกฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข ปุตฺตทารสฺส เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ ปุตฺตทาโร วา ปนสฺส ลเภยฺย เอโส โข อมฺหากํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจข้อความนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งทาสกรรมกรและคนรับใช้ นายนิริยบาล จะพึงฉุดคร่าเขาผู้นั้นไปนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขาจะพึงได้ตามความปรารถนาหรือหนอว่า เราเป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งทาส กรรมกรและคนรับใช้ ขอนายนิริยบาลอย่างพึงฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือว่า พวกทาส กรรมกรและคนรับใช้ของเขาจะพึงได้ตามความปรารถนาว่า ผู้นี้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเราทั้งหลาย ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนเขาลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ ทาสกมฺมกรโปริสสฺส เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสมจริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปกฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข ทาสกมฺมกร- โปริสสฺส เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ ทาสกมฺมกรโปริสํ วา ปนสฺส ลเภยฺย เอโส โข อมฺหากํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งมิตรและอำมาตย์ นายนิริยบาลจะพึง ฉุดคร่าเขาผู้นั้นไปยังนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขา จะพึงได้ตามความปรารถนาหรือหนอว่า เราเป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งมิตรและอำมาตย์ ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือว่ามิตรและ อำมาตย์ของเขาพึงได้ตามความปรารถนาว่า ผู้นี้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเราทั้งหลาย ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนเขาลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ มิตฺตามจฺจานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสมจริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปกฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข มิตฺตามจฺจานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ มิตฺตามจฺจา วา ปนสฺส ลเภยฺยุํ เอโส โข อมฺหากํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งญาติสาโลหิต นายนิริยบาลจะพึงฉุดคร่า เขาผู้นั้นไปยังนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขาจะพึงได้ ตามความปรารถนาหรือหนอว่า เราประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่ง ญาติสาโลหิต ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือว่าญาติสาโลหิตของเขาจะพึงได้ ตามความปรารถนาว่า ผู้นี้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเราทั้งหลาย ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนเขาลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ ญาติสาโลหิตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสมจริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปกฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข ญาติสาโลหิตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ ญาติสาโลหิตา วา ปนสฺส ลเภยฺยุํ เอโส โข อมฺหากํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งแขก นายนิริยบาลจะพึงฉุดคร่าเขาผู้นั้น ไปยังนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขาจะพึงได้ตามความ ปรารถนาหรือหนอว่า เราประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งแขก ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือว่าแขกของเขาจะพึงได้ตามความปรารถนาว่า ผู้นี้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเราทั้งหลาย ขอนายนิริยบาลอย่าพึง ฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนเขาลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ อติถีนํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสมจริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปกฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข อติถีนํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ อติถิโน วา ปนสฺส ลเภยฺยุํ เอโส โข อมฺหากํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งปุพเปตชน นายนิริยบาลจะพึงฉุดคร่า เขาผู้นั้นไปยังนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขาจะพึงได้ ตามความปรารถนาหรือหนอว่า เราประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่ง ปุพเปตชน ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือว่าปุพเปตชนของเขาจะพึงได้ตาม ความปรารถนาว่า ผู้นี้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเราทั้งหลาย ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนเขาลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ ปุพฺพเปตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสมจริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปกฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข ปุพฺพเปตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ ปุพฺพเปตา วา ปนสฺส ลเภยฺยุํ เอโส โข อมฺหากํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเทวดา นายนิริยบาลจะพึงฉุดคร่า เขาผู้นั้นไปยังนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขาจะพึงได้ ตามความปรารถนาหรือหนอว่า เราประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเทวดา ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือว่าเทวดาของเขาจะพึงได้ตามความปรารถนาว่า ผู้นี้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเราทั้งหลาย ขอนายนิริยบาลอย่าพึง ฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนเขาลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ เทวตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสมจริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปกฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข เทวตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ เทวตา วา ปนสฺส ลเภยฺยุํ เอโส โข อมฺหากํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งพระราชา นายนิริยบาลจะพึงฉุดคร่า เขาผู้นั้นไปยังนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขาจะพึงได้ ตามความปรารถนาหรือหนอว่า เราประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่ง พระราชา ขอนายนิริยบาลอย่างพึงฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือว่าพระราชาของผู้นั้นจะพึงได้ตาม ความปรารถนาว่า ผู้นี้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเราทั้งหลาย ขอ นายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนเขาลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ รญฺโญ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสมจริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข รญฺโญ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ ราชา วา ปนสฺส ลเภยฺย เอโส โข อมฺหากํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งการเลี้ยงกาย เพราะเหตุทำนุบำรุงกาย นายนิริยบาลจะพึงฉุดคร่าเขาผู้นั้นไปยังนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและ ประพฤติผิดธรรม เขาจะพึงได้ตามความปรารถนาหรือหนอว่า เราประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุการเลี้ยงกาย เพราะเหตุการทำนุบำรุงกาย ขอนายนิริยบาลอย่าพึง ฉุดคร่าเราไปนรกเลย หรือว่าชนเหล่าอื่นของเขาจะพึงได้ตามความปรารถนาว่า ผู้นี้ประพฤติไม่ ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุการเลี้ยงกาย เพราะเหตุทำนุบำรุงกาย ขอนายนิริยบาล อย่าพึงฉุดคร่าเขาไปนรกเลย? ธ. ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพระสารีบุตร ที่แท้ ถึงผู้นั้นจะคร่ำครวญมากมาย นายนิริยบาล ก็พึงโยนเขาลงในนรกจนได้.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ อิเธกจฺโจ กายสฺส ปิณนาเหตุ พฺรูหนาเหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส ตเมนํ อธมฺมจริยวิสม- จริยาเหตุ นิรยํ นิรยปาลา อุปกฑฺเฒยฺยุํ ลเภยฺย นุ โข โส อหํ โข กายสฺส ปิณนาเหตุ พฺรูหนาเหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสึ มา มํ นิรยํ นิรยปาลาติ ปเร วา ปนสฺส ลเภยฺยุํ เอโส โข กายสฺส ปิณนาเหตุ พฺรูหนาเหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อโหสิ มา นํ นิรยํ นิรยปาลาติ ฯ โน หิทํ โภ สารีปุตฺต อถ โข นํ วิกนฺทนฺตํเยว นิรเย นิรยปาลา ปกฺขิเปยฺยุํ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติไม่ ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งมารดาบิดา กับบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติ ถูกธรรม เพราะเหตุแห่งมารดาบิดา ไหนจะประเสริฐกว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร ผู้ที่ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุ แห่งมารดาบิดา ไม่ประเสริฐ ส่วนผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุแห่ง มารดาบิดา ประเสริฐ ด้วยว่าการประพฤติชอบธรรมและการประพฤติถูกธรรม ประเสริฐกว่า การประพฤติไม่ชอบธรรมและการประพฤติผิดธรรม. สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอย่างอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคล อาจเลี้ยงมารดาบิดาได้ ไม่ต้องทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็นบุญได้ มีอยู่.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ โย วา มาตาปิตูนํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา มาตาปิตูนํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต มาตาปิตูนํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต มาตาปิตูนํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา มาตาปิตโร เจว โปเสตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ ฯ
ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งบุตรและภรรยา กับบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุบุตรและภรรยา ไหนจะประเสริฐกว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะ เหตุแห่งบุตรและภรรยา ไม่ประเสริฐ ส่วนบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะ เหตุแห่งบุตรและภรรยา ประเสริฐ ด้วยว่า การประพฤติชอบธรรมและการประพฤติถูกธรรม ประเสริฐกว่า การประพฤติไม่ชอบธรรม และการประพฤติผิดธรรม. สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอย่างอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคล อาจเลี้ยงบุตรและภรรยาได้ ไม่ต้องทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็นบุญได้ มีอยู่.
ตํ กึ มญฺเญสิ ธนญฺชานิ โย วา ปุตฺตทารสฺส เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา ปุตฺตทารสฺส เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต ปุตฺตทารสฺส เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต ปุตฺตทารสฺส เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา ปุตฺตทาเร เจว โปเสตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ ฯ
ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งพวกทาส กรรมกร และคนรับใช้ กับบุคคลผู้ประพฤติชอบ ธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุแห่งพวกทาส กรรมกร และคนรับใช้ ไหนจะประเสริฐ กว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะ เหตุแห่งพวกทาส กรรมกรและคนรับใช้ ไม่ประเสริฐ ส่วนบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุแห่งพวกทาส กรรมกรและคนรับใช้ ประเสริฐ ด้วยว่า การ ประพฤติชอบธรรมและการประพฤติถูกธรรม ประเสริฐกว่า การประพฤติไม่ชอบธรรมและการ ประพฤติผิดธรรม. สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอย่างอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคล อาจเลี้ยงพวกทาส กรรมกรและคนรับใช้ได้ ไม่ต้องกระทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทา อันเป็นบุญได้ มีอยู่.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ โย วา ทาสกมฺมกรโปริสสฺส เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา ทาสกมฺมกรโปริสสฺส เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต ทาสกมฺมกรโปริสสฺส เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต ทาสกมฺมกรโปริสสฺส เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา ทาสกมฺมกรโปริสํ เจว โปเสตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ ฯ
ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งมิตรและอำมาตย์ กับบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม และประพฤติ ถูกธรรม เพราะเหตุแห่งมิตรและอำมาตย์ ไหนจะประเสริฐกว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะ เหตุแห่งมิตรและอำมาตย์ ไม่ประเสริฐ ส่วนบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุแห่งมิตรและอำมาตย์ ประเสริฐ ด้วยว่า การประพฤติชอบธรรมและการประพฤติถูก ธรรม ประเสริฐกว่า การประพฤติไม่ชอบธรรมและการประพฤติผิดธรรม. สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอย่างอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคล อาจทำกรณียกิจแก่มิตรและอำมาตย์ได้ ไม่ต้องทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็น บุญได้ มีอยู่.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ โย วา มิตฺตามจฺจานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา มิตฺตามจฺจานํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต มิตฺตามจฺจานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต มิตฺตามจฺจานํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา มิตฺตามจฺจานญฺเจว มิตฺตามจฺจกรณียํ กาตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ ฯ
ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งญาติสาโลหิต กับบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุแห่งญาติสาโลหิต ไหนจะประเสริฐกว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะ เหตุแห่งญาติสาโลหิต ไม่ประเสริฐ ส่วนบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะ เหตุแห่งญาติสาโลหิต ประเสริฐ ด้วยว่า การประพฤติชอบธรรมและการประพฤติถูกธรรม ประเสริฐกว่า การประพฤติไม่ชอบธรรมและการประพฤติผิดธรรม. สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอย่างอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคล อาจทำกรณียกิจแก่ญาติสาโลหิตได้ ไม่ต้องทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็นบุญได้ มีอยู่.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ โย วา ญาติสาโลหิตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา ญาติสาโลหิตานํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต ญาติสาโลหิตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต ญาติสาโลหิตานํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา ญาติสาโลหิตานญฺเจว ญาติสาโลหิตกรณียํ กาตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ ฯ
ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งแขก กับบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะ เหตุแห่งแขก ไหนจะประเสริฐกว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะ เหตุแห่งแขก ไม่ประเสริฐ ส่วนบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม ประเสริฐ ด้วยว่า การประพฤติชอบธรรมและการประพฤติถูกธรรม ประเสริฐกว่าการประพฤติไม่ชอบธรรม และการประพฤติผิดธรรม. สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคลอาจ ทำกรณียกิจแก่แขกได้ ไม่ต้องทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็นบุญได้ มีอยู่.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ โย วา อติถีนํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา อติถีนํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต อติถีนํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต อติถีนํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา อติถีนญฺเจว อติถิกรณียํ กาตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ ฯ
ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งปุพเปตชน กับบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุแห่งปุพเปตชน ไหนจะประเสริฐกว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะ เหตุแห่งปุพเปตชน ไม่ประเสริฐ ส่วนบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม ประเสริฐ ด้วยว่า การประพฤติชอบธรรมและการประพฤติถูกธรรม ประเสริฐกว่า การประพฤติไม่ชอบธรรม และการประพฤติผิดธรรม. สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอย่างอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคล อาจทำกรณียกิจแก่ปุพเปตชนได้ ไม่ต้องทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็นบุญได้ มีอยู่.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ โย วา ปุพฺพเปตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา ปุพฺพเปตานํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต ปุพฺพเปตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต ปุพฺพเปตานํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา ปุพฺพเปตานญฺเจว ปุพฺพเปตกรณียํ กาตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ ฯ
ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งเทวดา กับบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะ เหตุแห่งเทวดา ไหนจะประเสริฐกว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรมประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุ แห่งเทวดา ไม่ประเสริฐ ส่วนบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุแห่ง เทวดา ประเสริฐ ด้วยว่า การประพฤติชอบธรรมและการประพฤติถูกธรรม ประเสริฐกว่า การประพฤติไม่ชอบธรรมและการประพฤติผิดธรรม สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอย่างอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคล อาจทำกรณียกิจแก่เทวดาได้ ไม่ต้องทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็นบุญได้ มีอยู่.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ โย วา เทวตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา เทวตานํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต เทวตานํ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต เทวตานํ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา เทวตานญฺเจว เทวตากรณียํ กาตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ ฯ
ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบ ธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งพระราชา กับบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูก ธรรม เพราะเหตุแห่งพระราชา ไหนจะประเสริฐกว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะ เหตุแห่งพระราชา ไม่ประเสริฐ ส่วนบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุ แห่งพระราชา ประเสริฐ ด้วยว่า การประพฤติชอบธรรมและการประพฤติถูกธรรม ประเสริฐ กว่า การประพฤติไม่ชอบธรรมและการประพฤติผิดธรรม. สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอย่างอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคล อาจทำกรณียกิจแห่งพระราชาได้ ไม่ต้องทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็นบุญได้ มีอยู่. การประพฤติชอบธรรมประเสริฐ
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ โย วา รญฺโญ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา รญฺโญ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต รญฺโญ เหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต รญฺโญ เหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา รญฺโญ เจว ราชกรณียํ กาตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุํ ฯ
ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุการเลี้ยงกาย เพราะเหตุทำนุบำรุงกาย กับบุคคลผู้ประพฤติชอบ ธรรม ประพฤติถูกธรรม เพราะเหตุการเลี้ยงกาย เพราะเหตุการทำนุบำรุงกาย ไหนจะประเสริฐ กว่ากัน? ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร บุคคลผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะ เหตุการเลี้ยงกาย เพราะเหตุทำนุบำรุงกาย ไม่ประเสริฐ ส่วนบุคคลผู้ประพฤติชอบธรรม ประ- *พฤติถูกธรรม เพราะเหตุการเลี้ยงกาย เพราะเหตุทำนุบำรุงกาย ประเสริฐ ด้วยว่า การประพฤติ ชอบธรรมและการประพฤติถูกธรรม ประเสริฐกว่า การประพฤติไม่ชอบธรรมและการประพฤติ ผิดธรรม. สา. ดูกรธนัญชานิ การงานอย่างอื่นที่มีเหตุ ประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคล อาจเลี้ยงกาย ทำนุบำรุงกายได้ ไม่ต้องทำกรรมอันลามก และให้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็นบุญได้ มีอยู่. ครั้งนั้นแล ธนัญชานิพราหมณ์ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของท่านพระสารีบุตร ลุกจาก อาสนะหลีกไปแล้ว. ธนัญชานิพราหมณ์อาพาธ
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ โย วา กายสฺส ปิณนาเหตุ พฺรูหนาเหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส โย วา กายสฺส ปิณนาเหตุ พฺรูหนาเหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส กตมํ เสยฺโยติ ฯ โย หิ โภ สารีปุตฺต กายสฺส ปิณนาเหตุ พฺรูหนาเหตุ อธมฺมจารี วิสมจารี อสฺส น ตํ เสยฺโย โย จ โข โภ สารีปุตฺต กายสฺส ปิณนาเหตุ พฺรูหนาเหตุ ธมฺมจารี สมจารี อสฺส ตเทเวตฺถ เสยฺโย อธมฺมจริยวิสมจริยาหิ โภ สารีปุตฺต ธมฺมจริยสมจริยา เสยฺโยติ ฯ อตฺถิ โข ธนญฺชานิ อญฺเญ สเหตุกา ธมฺมิกา กมฺมนฺตา เยหิ สกฺกา กายสฺส เจว ปิเณตุํ พฺรูเหตุํ น จ ปาปกมฺมํ กาตุํ ปุญฺญญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตุนฺติ ฯ อถ โข ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ
ครั้นสมัยต่อมา ธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้อาพาธ ได้รับทุกข์เป็นไข้หนัก. จึง จึงเรียกบุรุษคนหนึ่งมาว่า บุรุษผู้เจริญ มานี่เถิดท่าน ท่านจงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ จงถวายบังคมพระบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า ตามคำของเราว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธนัญชานิพราหมณ์อาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก เขาถวายบังคมพระบาทของพระผู้มีพระภาค ด้วยเศียรเกล้า และจงเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ แล้วจงไหว้เท้าพระสารีบุตรตามคำ ของเราว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ธนัญชานิพราหมณ์อาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก เขาไหว้เท้า ท่านพระสารีบุตรด้วยเศียรเกล้า และจงเรียนท่านอย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอ โอกาส ขอท่านพระสารีบุตรจงอาศัยความอนุเคราะห์เข้าไปยังนิเวศน์ของธนัญชานิพราหมณ์เถิด.
อถ โข ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ อปเรน สมเยน อาพาธิโก โหติ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ฯ อถ โข ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ อญฺญตรํ ปุริสํ อามนฺเตสิ เอหิ ตฺวํ อมฺโภ ปุริส เยน ภควา เตนุปสงฺกม อุปสงฺกมิตฺวา มม วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทาหิ ธนญฺชานิ ภนฺเต พฺราหฺมโณ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน โส ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ เยน จายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกม อุปสงฺกมิตฺวา มม วจเนน อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปาเท สิรสา วนฺทาหิ ธนญฺชานิ ภนฺเต พฺราหฺมโณ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน โส อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปาเท สิรสา วนฺทตีติ เอวญฺจ วเทหิ สาธุ กิร ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต เยน ธนญฺชานิสฺส พฺราหฺมณสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายาติ ฯ
บุรุษนั้นรับคำธนัญชานิพราหมณ์แล้ว ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. แล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ธนัญชานิพราหมณ์อาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก เขาถวายบังคมพระบาทของพระ ผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า แล้วได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ไหว้ท่านพระสารีบุตรแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. แล้วได้เรียนท่านพระสารีบุตรว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธนัญชานิ พราหมณ์อาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก เขาไหว้เท้าของท่านพระสารีบุตรด้วยเศียรเกล้า และ สั่งมาอย่างนี้ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอโอกาส ขอท่านพระสารีบุตรจงอาศัยความอนุเคราะห์ เข้าไปยังนิเวศน์ของธนัญชานิพราหมณ์เถิด ท่านพระสารีบุตรรับนิมนต์ด้วยอาการดุษณีภาพ. พระสารีบุตรเข้าไปเยี่ยม
เอวํ ภนฺเตติ โข โส ปุริโส ธนญฺชานิสฺส พฺราหฺมณสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ปุริโส ภควนฺตํ เอตทโวจ ธนญฺชานิ ภนฺเต พฺราหฺมโณ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน โส ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ปุริโส อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ ธนญฺชานิ ภนฺเต พฺราหฺมโณ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน โส อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปาเท สิรสา วนฺทติ เอวญฺจ วเทติ สาธุ กิร ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต เยน ธนญฺชานิสฺส พฺราหฺมณสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายาติ ฯ อธิวาเสสิ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ตุณฺหีภาเวน ฯ
ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรนุ่งแล้ว ถือบาตรและจีวร เข้าไปยังนิเวศน์ของ ธนัญชานิพราหมณ์ แล้วนั่งบนอาสนะที่เขาจัดถวาย. ได้ถามธนัญชานิพราหมณ์ว่า ดูกรธนัญชานิ ท่านยังพอทนได้หรือ พอจะยังชีวิตให้เป็นไปได้หรือ ทุกขเวทนา ค่อยถอยลงไม่เจริญขึ้นหรือ อาการปรากฏค่อยคลายไม่ทวีขึ้นหรือ?
อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ธนญฺชานิสฺส พฺราหฺมณสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ นิสชฺช โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ธนญฺชานึ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ กจฺจิ เต ธนญฺชานิ ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ กจฺจิ ทุกฺขา เวทนา ปฏิกฺกมนฺติ โน อภิกฺกมนฺติ ปฏิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ โน อภิกฺกโมติ ฯ
ธนัญชานิพราหมณ์กราบเรียนว่า ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร ข้าพเจ้าทนไม่ไหว จะยังชีวิตให้เป็นไปไม่ได้ ทุกขเวทนาของข้าพเจ้ากล้านัก เจริญขึ้นไม่ถอยเลย ปรากฏอาการทวี ยิ่งขึ้น ไม่ลดถอย ข้าแต่ท่านพระสารีบุตรผู้เจริญ เปรียบเหมือนบุรุษมีกำลัง เอาเหล็กแหลม คมกดศีรษะ ฉันใด ข้าพเจ้าก็ฉันนั้นแล ลมเสียดแทงศีรษะกล้านัก ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร ข้าพเจ้าทนไม่ไหว จะยังชีวิตให้เป็นไปไม่ได้ ทุกขเวทนาของข้าพเจ้ากล้านัก เจริญขึ้น ไม่ถอย เลย ปรากฏอาการทวียิ่งขึ้นไม่ลดถอย เปรียบเหมือนบุรุษมีกำลังเอาเส้นเชือกที่เขม็งมัดรัดศีรษะ ฉันใด เวทนาในศีรษะของข้าพเจ้าก็เหลือทนฉันนั้น ข้าพเจ้าทนไม่ไหว จะยังชีวิตให้เป็นไป ไม่ได้ ทุกขเวทนาของข้าพเจ้ากล้านัก เจริญขึ้น ไม่ถอยเลย ปรากฏอาการทวีขึ้น ไม่ลดถอย ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร เปรียบเหมือนนายโคฆาต หรือลูกมือนายโคฆาตคนขยัน เอามีดสำหรับ เชือดเนื้อโคอันคมมาเชือดท้องฉันใด ข้าพเจ้าก็ฉันนั้น ลมเสียดท้องกล้านัก ข้าพเจ้าทนไม่ไหว จะยังชีวิตให้เป็นไปไม่ได้ ทุกขเวทนาของข้าพเจ้ากล้านัก เจริญยิ่งขึ้น ไม่ถอยเลย ปรากฏ อาการทวีขึ้น ไม่ลดถอย ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร เปรียบเหมือนบุรุษมีกำลังสองคน ช่วยกันจับ บุรุษมีกำลังน้อยกว่าคนละแขน รมย่างไว้ที่หลุมถ่านเพลิง ฉันใด ในกายของข้าพเจ้าก็ร้อน เหมือนกัน ฉันนั้น ข้าพเจ้าทนไม่ไหว จะยังชีวิตให้เป็นไปไม่ได้ ทุกขเวทนาของข้าพเจ้ากล้า นัก ทวีขึ้นไม่ถอยเลย ปรากฏอาการทวีขึ้น ไม่ลดถอย. ว่าด้วยทุคติ-สุคติภูมิ
น เม โภ สารีปุตฺต ขมนียํ น ยาปนียํ พาฬฺหา เม ทุกฺขา เวทนา อภิกฺกมนฺติ โน ปฏิกฺกมนฺติ อภิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโม เสยฺยถาปิ โภ สารีปุตฺต พลวา ปุริโส ติเณฺหน สิขเรน มุทฺธานํ อภิมตฺเถยฺย เอวเมว โข เม โภ สารีปุตฺต อธิมตฺตา วาตา มุทฺธานํ โอหนนฺติ {๖๙๙.๑} น เม โภ สารีปุตฺต ขมนียํ น ยาปนียํ พาฬฺหา เม ทุกฺขา เวทนา อภิกฺกมนฺติ โน ปฏิกฺกมนฺติ อภิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโม เสยฺยถาปิ โภ สารีปุตฺต พลวา ปุริโส ทเฬฺหน วรตฺตกฺขนฺเธน สีเส สีสเวธนํ ทเทยฺย เอวเมว โข เม โภ สารีปุตฺต อธิมตฺตา สีเส สีสเวทนา น เม โภ สารีปุตฺต ขมนียํ น ยาปนียํ พาฬฺหา เม ทุกฺขา เวทนา อภิกฺกมนฺติ โน ปฏิกฺกมนฺติ อภิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโม เสยฺยถาปิ โภ สารีปุตฺต ทกฺโข โคฆาตโก วา โคฆาตกนฺเตวาสี วา ติเณฺหน โควิกนฺตเนน กุจฺฉึ ปริกนฺเตยฺย เอวเมว โข เม โภ สารีปุตฺต อธิมตฺตา วาตา กุจฺฉึ ปริกนฺตนฺติ {๖๙๙.๒} น เม โภ สารีปุตฺต ขมนียํ น ยาปนียํ พาฬฺหา เม ทุกฺขา เวทนา อภิกฺกมนฺติ โน ปฏิกฺกมนฺติ อภิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโม เสยฺยถาปิ โภ สารีปุตฺต เทฺว พลวนฺโต ปุริสา ทุพฺพลตรํ ปุริสํ นานาพาหาสุ คเหตฺวา องฺคารกาสุยา สนฺตาเปยฺยุํ สมฺปริตาเปยฺยุํ เอวเมว โข เม โภ สารีปุตฺต อธิมตฺโต กายสฺมึ ฑาโห น เม โภ สารีปุตฺต ขมนียํ น ยาปนียํ พาฬฺหา เม ทุกฺขา เวทนา อภิกฺกมนฺติ โน ปฏิกฺกมนฺติ อภิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโมติ ฯ
สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน นรกกับกำเนิดสัตว์ ดิรัจฉาน ไหนจะดีกว่ากัน? ธ. กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานดีกว่านรก ท่านพระสารีบุตร. สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานกับปิตติวิสัย ไหนจะดีกว่ากัน? ธ. ปิตติวิสัยดีกว่ากำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ท่านพระสารีบุตร. สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน ปิตติวิสัยกับมนุษย์ ไหนจะดี กว่ากัน? ธ. มนุษย์ดีกว่าปิตติวิสัย ท่านพระสารีบุตร. สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน มนุษย์กับเทวดาชั้นจาตุมมหาราช ไหนจะดีกว่ากัน? ธ. เทวดาชั้นจาตุมมหาราชดีกว่ามนุษย์ ท่านพระสารีบุตร. สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน เทวดาชั้นจาตุมมหาราชกับเทวดา ชั้นดาวดึงส์ ไหนจะดีกว่ากัน? ธ. เทวดาชั้นดาวดึงส์ดีกว่าเทวดาชั้นจาตุมมหาราช ท่านพระสารีบุตร. สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน เทวดาชั้นดาวดึงส์กับเทวดา ชั้นยามา ไหนจะดีกว่ากัน? ธ. เทวดาชั้นยามาดีกว่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ ท่านพระสารีบุตร. สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน เทวดาชั้นยามากับเทวดาชั้น ดุสิต ไหนจะดีกว่ากัน? ธ. เทวดาชั้นดุสิตดีกว่าเทวดาชั้นยามา ท่านพระสารีบุตร. สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน เทวดาชั้นดุสิตกับเทวดาชั้น นิมมานรดี ไหนจะดีกว่ากัน? ธ. เทวดาชั้นนิมมานรดีดีกว่าเทวดาชั้นดุสิต ท่านพระสารีบุตร. สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน เทวดาชั้นนิมมานรดีกับเทวดา ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี ไหนจะดีกว่ากัน? ธ. เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัสดีดีกว่าเทวดาชั้นนิมมานรดี ท่านพระสารีบุตร. สา. ดูกรธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัสดีกับ พรหมโลก ไหนจะดีกว่ากัน? ธ. ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า พรหมโลก ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า พรหมโลก หรือ? ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรมีความดำริว่า พราหมณ์เหล่านี้ น้อมใจไปในพรหมโลก ถ้ากระไร เราพึงแสดงทางเพื่อความเป็นสหายกับพรหมแก่ธนัญชานิพราหมณ์เถิด ดังนี้ แล้วจึง กล่าวว่า ดูกรธนัญชานิ เราจักแสดงทางเพื่อความเป็นสหายกับพรหม ท่านจงฟัง จงตั้งใจให้ดี เราจักกล่าว. ธนัญชานิพราหมณ์รับคำท่านพระสารีบุตรแล้ว.
ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย นิรโย วา ติรจฺฉานโยนิ วาติ ฯ นิรยา โภ สารีปุตฺต ติรจฺฉานโยนิ เสยฺโยติ ฯ ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย ติรจฺฉานโยนิ วา ปิตฺติวิสโย วาติ ฯ ติรจฺฉานโยนิยา โภ สารีปุตฺต ปิตฺติวิสโย เสยฺโยติ ฯ ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย ปิตฺติวิสโย วา มนุสฺสา วาติ ฯ ปิตฺติวิสยา โภ สารีปุตฺต มนุสฺสา เสยฺโยติ ฯ ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย มนุสฺสา วา จาตุมฺมหาราชิกา เทวา วาติ ฯ มนุสฺเสหิ โภ สารีปุตฺต จาตุมฺมหาราชิกา เทวา เสยฺโยติ ฯ {๗๐๐.๑} ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย จาตุมฺมหาราชิกา เทวา วา ตาวตึสา เทวา วาติ ฯ จาตุมฺมหาราชิเกหิ โภ สารีปุตฺต เทเวหิ ตาวตึสา เทวา เสยฺโยติ ฯ ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย ตาวตึสา เทวา วา ยามา เทวา วาติ ฯ ตาวตึเสหิ โภ สารีปุตฺต เทเวหิ ยามา เทวา เสยฺโยติ ฯ ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย ยามา เทวา วา ตุสิตา เทวา วาติ ฯ ยาเมหิ โภ สารีปุตฺต เทเวหิ ตุสิตา เทวา เสยฺโยติ ฯ ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย ตุสิตา เทวา วา นิมฺมานรตี เทวา วาติ ฯ ตุสิเตหิ โภ สารีปุตฺต เทเวหิ นิมฺมานรตี เทวา เสยฺโยติ ฯ ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย นิมฺมานรตี เทวา วา ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทวา วาติ ฯ นิมฺมานรตีหิ โภ สารีปุตฺต เทเวหิ ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทวา เสยฺโยติ ฯ {๗๐๐.๒} ตํ กึ มญฺญสิ ธนญฺชานิ กตมํ เสยฺโย ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทวา วา พฺรหฺมโลโก วาติ ฯ พฺรหฺมโลโกติ ภวํ สารีปุตฺโต อาห พฺรหฺมโลโกติ ภวํ สารีปุตฺโต อาหาติ ฯ อถ โข อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส เอตทโหสิ อิเม โข พฺราหฺมณา พฺรหฺมโลกาธิมุตฺตา ยนฺนูนาหํ ธนญฺชานิสฺส พฺราหฺมณสฺส พฺรหฺมานํ สหพฺยตาย มคฺคํ เทเสยฺยนฺติ ฯ พฺรหฺมานํ ธนญฺชานิ สหพฺยตาย มคฺคํ เทเสสฺสามิ ตํ สุณาหิ สาธุกํ มนสิกโรหิ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ โภติ โข ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสิ ฯ
ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ดูกรธนัญชานิ ก็ทางเพื่อความเป็นสหายกับ พรหมเป็นไฉน ดูกรธนัญชานิ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจประกอบด้วยเมตตา แผ่ไปสู่ทิศหนึ่ง อยู่ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เหมือนกัน ตามนัยนี้ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอดโลก ทั่วสัตว์ทุกเหล่า เพื่อประโยชน์แก่สัตว์ทั่วหน้า ในที่ทุกสถาน ด้วยใจอัน ประกอบด้วยเมตตาอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน อยู่ แม้ข้อนี้ก็เป็นทางเพื่อความเป็นสหายกับพรหม ดูกรธนัญชานิ อีกประการหนึ่ง ภิกษุมีใจ ประกอบด้วยกรุณา ... มีใจประกอบด้วยมุทิตา ... มีใจประกอบด้วยอุเบกขา แผ่ไปสู่ทิศหนึ่งอยู่. ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เหมือนกัน ตามนัยนี้ เบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไป ตลอดโลก ทั่วสัตว์ทุกเหล่า เพื่อประโยชน์แก่สัตว์ทั่วหน้า ในที่ทุกสถาน ด้วยใจอันประกอบ ด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ นี้แล เป็นทางเพื่อความเป็นสหายกับพรหม. ธ. ข้าแต่ท่านพระสารีบุตร ถ้าเช่นนั้น ขอท่านจงถวายบังคมพระบาทของพระผู้มีพระภาค ด้วยเศียรเกล้า ตามคำของข้าพเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธนัญชานิพราหมณ์ป่วย ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก เขาถวายบังคมพระบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า.
อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ กตโม จ ธนญฺชานิ พฺรหฺมานํ สหพฺยตาย มคฺโค อิธ ธนญฺชานิ ภิกฺขุ เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺถตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน ผริตฺวา วิหรติ อยมฺปิ โข ธนญฺชานิ พฺรหฺมานํ สหพฺยตาย {๗๐๑.๑} มคฺโค ปุน จปรํ ธนญฺชานิ ภิกฺขุ กรุณาสหคเตน เจตสา ... มุทิตาสหคเตน เจตสา ... อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺถตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน ผริตฺวา วิหรติ อยํ โข ธนญฺชานิ พฺรหฺมานํ สหพฺยตาย มคฺโคติ ฯ เตนหิ โภ สารีปุตฺต มม วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทาหิ ธนญฺชานิ ภนฺเต พฺราหฺมโณ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน โส ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรได้ประดิษฐานธนัญชานิพราหมณ์ไว้ในพรหมโลก ชั้นต่ำ ในเมื่อยังมีกิจที่จะพึงทำให้ยิ่งขึ้นได้ แล้วลุกจากอาสนะหลีกไป. ทันใดนั้น เมื่อท่าน พระสารีบุตรหลีกไปไม่นาน ธนัญชานิพราหมณ์ทำกาละแล้วไปบังเกิดยังพรหมโลก. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรนี้ได้ประดิษฐาน ธนัญชานิพราหมณ์ไว้ในพรหมโลกชั้นต่ำ ในเมื่อยังมีกิจที่จะพึงทำให้ยิ่งขึ้นได้ แล้วลุกจาก อาสนะหลีกไป.
อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ธนญฺชานึ พฺราหฺมณํ สติ อุตฺตริกรณีเย หีเน พฺรหฺมโลเก ปติฏฺฐาเปตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ อถ โข ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ อจิรปกฺกนฺเต อายสฺมนฺเต สารีปุตฺเต กาลมกาสิ พฺรหฺมโลกํ อุปปชฺชิ ฯ อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เอโส ภิกฺขเว สารีปุตฺโต ธนญฺชานึ พฺราหฺมณํ สติ อุตฺตริกรณีเย หีเน พฺรหฺมโลเก ปติฏฺฐาเปตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกนฺโตติ ฯ
ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคม พระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธนัญชานิพราหมณ์ป่วย ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก เขาถวายบังคมพระบาทของพระผู้มีพระภาค ด้วยเศียรเกล้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรสารีบุตร ทำไมเธอจึงประดิษฐานธนัญชานิพราหมณ์ไว้ใน พรหมโลกชั้นต่ำ ในเมื่อมีกิจอันจะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไปได้ แล้วลุกจากอาสนะหลีกไปเล่า? สา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์มีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า พราหมณ์เหล่านี้น้อมใจ ไปในพรหมโลก ถ้ากระไร เราพึงแสดงทางเพื่อความเป็นสหายกับพรหมแก่ธนัญชานิพราหมณ์ เถิด ดังนี้ พระเจ้าข้า. พ. ดูกรสารีบุตร ธนัญชานิพราหมณ์ทำกาละไปบังเกิดในพรหมโลกแล้ว ฉะนี้แล. จบ ธนัญชานิสูตร ที่ ๗. -----------------------------------------------------
อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ ธนญฺชานิ ภนฺเต พฺราหฺมโณ อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน โส ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ ฯ กึ ปน ตฺวํ สารีปุตฺต ธนญฺชานึ พฺราหฺมณํ สติ อุตฺตริกรณีเย หีเน พฺรหฺมโลเก ปติฏฺฐาเปตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกนฺโตติ ฯ มยฺหํ โข ภนฺเต เอวํ อโหสิ อิเม โข พฺราหฺมณา พฺรหฺมโลกาธิมุตฺตา ยนฺนูนาหํ ธนญฺชานิสฺส พฺราหฺมณสฺส พฺรหฺมานํ สหพฺยตาย มคฺคํ เทเสยฺยนฺติ ฯ กาลกโตว สารีปุตฺต ธนญฺชานิ พฺราหฺมโณ พฺรหฺมโลเก อุปปนฺโนติ ฯ ธนญฺชานิสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ สตฺตมํ ฯ ----------