๖. ภูมิชสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ๖. ภูมิชสูตร (๑๒๖)
ภูมิชสุตฺตํ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเวฬุวัน อันเคยเป็น สถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ท่าน- *พระภูมิชะ นุ่งสบง ทรงบาตรจีวรเข้าไปยังวังของพระราชกุมารชยเสนะในเวลาเช้า แล้วนั่งบนอาสนะที่เขาแต่งตั้งไว้ ต่อนั้น พระราชกุมารชยเสนะเข้าไปหาท่าน- *พระภูมิชะ แล้วได้ตรัสทักทายปราศรัยกับท่านพระภูมิชะ ครั้นผ่านคำทักทาย ปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข อายสฺมา ภูมิโช ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ชยเสนสฺส ราชกุมารสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ อถ โข ชยเสโน ราชกุมาโร เยนายสฺมา ภูมิโช เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา ภูมิเชน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ
พระราชกุมารชยเสนะ ประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้รับสั่ง กะท่านพระภูมิชะดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านภูมิชะ มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีวาทะ อย่างนี้ มีทิฐิอย่างนี้ว่า ถ้าแม้บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่ สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่ สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ในเรื่องนี้ ศาสดาของท่าน ภูมิชะมีวาทะอย่างไร มีความเห็นอย่างไร บอกไว้อย่างไร ฯ
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ชยเสโน ราชกุมาโร อายสฺมนฺตํ ภูมิชํ เอตทโวจ สนฺติ โภ ภูมิช เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมายาติ อิธ โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา กึวาที กึทิฏฺฐี กิมกฺขายีติ ฯ
ท่านภูมิชะกล่าวว่า ดูกรพระราชกุมาร เรื่องนี้อาตมภาพมิได้ สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล คือ พระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ถ้าแม้บุคคลทำความหวัง แล้วประ- *พฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความ ไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้า แม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติ พรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุ แต่ถ้าแม้ทำความหวัง แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความ ไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำ ทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาจะสามารถ บรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดย แยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ดูกรพระราชกุมาร เรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับ รับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่พระผู้มีพระภาคจะพึงทรง พยากรณ์อย่างนี้ นั่นเป็นฐานะที่มีได้แล ฯ ช. ถ้าศาสดาของท่านภูมิชะมีวาทะอย่างนี้ มีความเห็นอย่างนี้ บอกไว้ อย่างนี้ ศาสดาของท่านภูมิชะ ชะรอยจะดำรงอยู่เหนือหัวของสมณพราหมณ์ จำนวนมากทั้งมวลโดยแท้ ฯ ต่อนั้น พระราชกุมารชยเสนะทรงอังคาสท่านพระภูมิชะ ด้วยอาหารใน ภาชนะส่วนของพระองค์ ฯ
น โข เมตํ ราชกุมาร ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ฐานญฺจ โข เอตํ วิชฺชติ ยํ ภควา เอวํ พฺยากเรยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมายาติ น โข เมตํ ราชกุมาร ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ฐานญฺจ โข เอตํ วิชฺชติ ยํ ภควา เอวํ พฺยากเรยฺยาติ ฯ สเจ โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา เอวํวาที เอวํทิฏฺฐี เอวมกฺขายี อทฺธา โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา สพฺเพสํเยว ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ มุทฺธานํ มญฺเญ อาหจฺจ ติฏฺฐตีติ ฯ อถ โข ชยเสโน ราชกุมาโร อายสฺมนฺตํ ภูมิชํ สเกเนว ถาลิปาเกน ปริวิสิ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระภูมิชะกลับจากบิณฑบาต ภายหลังเวลา อาหารแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ ครั้นแล้วถวายอภิวาทพระผู้มี- *พระภาค นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มี- *พระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอกราบทูลให้ทรงทราบ เมื่อเช้านี้ ข้าพระองค์นุ่งสบง ทรงบาตรจีวรเข้าไปยังวังของพระราชกุมารชยเสนะ แล้วได้นั่ง บนอาสนะที่เขาแต่งตั้งไว้ ต่อนั้น พระราชกุมารชยเสนะได้เข้ามาหาข้าพระองค์ แล้วได้ตรัสทักทายปราศรัยกับข้าพระองค์ ครั้นผ่านคำทักทายปราศรัยพอให้ระลึก ถึงกันไปแล้ว ได้ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้รับสั่งกะข้าพระองค์ดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านภูมิชะ มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีวาทะ อย่างนี้ มีทิฐิอย่างนี้ว่า ถ้าแม้บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่ สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่ สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประ- *พฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ในเรื่องนี้ ศาสดาของท่านภูมิชะมี วาทะอย่างไร มีความเห็นอย่างไร บอกไว้อย่างไร ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อ พระราชกุมารรับสั่งแล้วอย่างนี้ ข้าพระองค์ได้กล่าวอย่างนี้ว่า ดูกรพระราชกุมาร เรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่เป็น ฐานะมีได้แล คือ พระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ถ้าแม้บุคคลทำ ความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะ บรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่ แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล แต่ถ้าแม้ ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาจะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็ จะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติ พรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ดูกรพระราชกุมาร เรื่องนี้ อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่พระผู้มี- *พระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ นั่น เป็นฐานะที่มีได้แล พระราชกุมารชยเสนะ รับสั่งว่า ถ้าศาสดาของท่านภูมิชะมีวาทะอย่างนี้ มีความเห็นอย่างนี้ บอกไว้อย่างนี้ ศาสดาของท่านภูมิชะ ชะรอยจะดำรงอยู่เหนือหัวของสมณพราหมณ์จำนวนมาก ทั้งมวลโดยแท้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้ว เมื่อพยากรณ์ อย่างนี้ จะเป็นผู้กล่าวตามพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค ไม่กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค ด้วยคำไม่จริง พยากรณ์ธรรมสมควรแก่ธรรม และวาทะอนุวาทะไรๆ อันชอบ ด้วยเหตุ จะไม่ถึงฐานะน่าตำหนิบ้างหรือ ฯ
อถ โข อายสฺมา ภูมิโช ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ภูมิโช ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธาหํ ภนฺเต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ชยเสนสฺส ราชกุมารสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมึ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทึ ฯ อถ โข ภนฺเต ชยเสโน ราชกุมาโร เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มยา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ภนฺเต ชยเสโน ราชกุมาโร มํ เอตทโวจ สนฺติ โภ ภูมิช เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมายาติ อิธ โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา กึวาที กึทิฏฺฐี กิมกฺขายีติ ฯ {๔๐๘.๑} เอวํ วุตฺเต อหํ ภนฺเต ชยเสนํ ราชกุมารํ เอตทโวจํ น โข เมตํ ราชกุมาร ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ฐานญฺจ โข เอตํ วิชฺชติ ยํ ภควา เอวํ พฺยากเรยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมายาติ น โข เมตํ ราชกุมาร ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ฐานญฺจ โข เอตํ วิชฺชติ ยํ ภควา เอวํ พฺยากเรยฺยาติ ฯ สเจ โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา เอวํวาที เอวํทิฏฺฐี เอวมกฺขายี อทฺธา โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา สพฺเพสํเยว ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ มุทฺธานํ มญฺเญ อาหจฺจ ติฏฺฐตีติ ฯ กจฺจาหํ ภนฺเต เอวํ ปุฏฺโฐ เอวํ พฺยากรมาโน วุตฺตวาที เจว ภควโต โหมิ น จ ภควนฺตํ อภูเตน อพฺภาจิกฺขามิ ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรมิ น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุวาโท คารยฺหฏฺฐานํ อาคจฺฉตีติ ฯ
พ. ดูกรภูมิชะ เหมาะแล้ว เธอถูกถามอย่างนี้ เมื่อพยากรณ์ อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้กล่าวตามถ้อยคำของเรา ไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่จริง พยากรณ์ ธรรมสมควรแก่ธรรม และวาทะอนุวาทะไรๆ อันชอบด้วยเหตุ ย่อมไม่ถึง ฐานะน่า ตำหนิ ดูกรภูมิชะ ก็สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ที่มีทิฐิผิด มีสังกัปปะผิด มีวาจาผิด มีกัมมันตะผิด มีอาชีวะผิด มีวายามะผิด มีสติผิด มีสมาธิผิด ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุ ผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่ สามารถจะบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผล ได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ
ตคฺฆ ตฺวํ ภูมิช เอวํ ปุฏฺโฐ เอวํ พฺยากรมาโน วุตฺตวาที เจว เม โหสิ น จ มํ อภูเตน อพฺภาจิกฺขสิ ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรสิ น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุวาโท คารยฺหฏฺฐานํ อาคจฺฉติ ฯ เย หิ เกจิ ภูมิช สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน มิจฺฉาสงฺกปฺปา มิจฺฉาวาจา มิจฺฉากมฺมนฺตา มิจฺฉาอาชีวา มิจฺฉาวายามา มิจฺฉาสตี มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการน้ำมัน แสวงหาน้ำมัน จึงเที่ยวเสาะหาน้ำมัน เกลี่ยทรายลงในรางแล้วคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ ถ้าแม้ทำ ความหวังแล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ไม่สามารถจะได้ น้ำมัน ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วเกลี่ยทราย ลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน ถ้าทำความหวัง ก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ ไม่สามารถจะได้น้ำมัน นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะได้ น้ำมันโดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือ พราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด มีสังกัปปะผิด มีวาจาผิด มีกัมมันตะผิด มีอาชีวะผิด มีวายามะผิด มีสติผิด มีสมาธิผิด ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติ พรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติ พรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวัง แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล นั่นเพราะ เหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผลได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ
เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส เตลตฺถิโก เตลคเวสี เตลปริเยสนํ จรมาโน วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช เตลสฺส อธิคมาย เอวเมว โข {๔๑๐.๑} ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน มิจฺฉาสงฺกปฺปา มิจฺฉาวาจา มิจฺฉากมฺมนฺตา มิจฺฉาอาชีวา มิจฺฉาวายามา มิจฺฉาสตี มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธึคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการนมสด แสวงหานมสด จึงเที่ยวเสาะหานมสด แต่รีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน ถ้าแม้ทำความหวังแล้วรีด เอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว รีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด ถ้าแม้ทำทั้งความหวัง และความไม่หวังแล้วรีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด ถ้า แม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วรีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่ สามารถจะได้นมสด นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะได้ นมสด โดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือ พราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด ฯลฯ มีสมาธิผิด ถ้าแม้ทำความหวังแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความ ไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวัง ก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผลได้โดยอุบายไม่ แยบคาย ฯ
เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส ขีรตฺถิโก ขีรคเวสี ขีรปริเยสนํ จรมาโน คาวึ ตรุณวจฺฉํ วิสาณโต อาวิญฺเชยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา คาวึ ตรุณวจฺฉํ วิสาณโต อาวิญฺเชยฺย อภพฺโพ ขีรสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ฯเปฯ เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา คาวึ ตรุณวจฺฉํ วิสาณโต อาวิญฺเชยฺย อภพฺโพ ขีรสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ขีรสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการเนยข้น แสวงหาเนยข้น จึงเที่ยวเสาะหาเนยข้น ใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น ถ้าแม้ทำความหวังแล้ว ใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น ถ้าแม้ทำความ ไม่หวังแล้วใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น ถ้าแม้ ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่ สามารถจะได้เนยข้น ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วใส่น้ำลง ในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น นั่นเพราะเหตุไร ดูกร- *ภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะได้เนยข้นโดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด ฯลฯ มี สมาธิผิด ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุ ผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่ สามารถจะบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผล ได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ
เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส นวนีตตฺถิโก นวนีตคเวสี นวนีตปริเยสนํ จรมาโน อุทกํ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา อุทกํ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย อภพฺโพ นวนีตสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา อุทกํ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย อภพฺโพ นวนีตสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส โภ ภูมิช นวนีตสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส โภ ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการไฟ แสวงหาไฟ จึง เที่ยวเสาะหาไฟ เอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป ถ้าแม้ทำความหวังแล้ว เอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ ถ้าแม้ทำ ความไม่หวังแล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วเอาไม้สด ที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ นั่นเพราะเหตุไร ดูกร- *ภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะได้ไฟโดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้น เหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด ฯลฯ มีสมาธิผิด ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำ ความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้ง ความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่ สามารถจะบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผล ได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ
เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส อคฺคิตฺถิโก อคฺคิคเวสี อคฺคิปริเยสนํ จรมาโน อลฺลํ กฏฺฐํ สเสฺนหํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา อลฺลํ กฏฺฐํ สเสฺนหํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย อภพฺโพ อคฺคิสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา อลฺลํ กฏฺฐํ สเสฺนหํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย อภพฺโพ อคฺคิสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช อคฺคิสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ ส่วนสมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิ ชอบ มีสังกัปปะชอบ มีวาจาชอบ มีกัมมันตะชอบ มีอาชีวะชอบ มีวายามะชอบ มีสติชอบ มีสมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถ บรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหม- *จรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถ บรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ
เย จ โข เกจิ ภูมิช สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน สมฺมาสงฺกปฺปา สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺตา สมฺมาอาชีวา สมฺมาวายามา สมฺมาสตี สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการน้ำมัน แสวงหาน้ำมัน จึงเที่ยวเสาะหาน้ำมัน เกลี่ยงาป่นลงในรางแล้วคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ ถ้าแม้ทำ ความหวังแล้วเกลี่ยงาป่นลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็สามารถได้น้ำมัน ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้ว เกลี่ยงาป่นลงในรางคั้นไป เอาน้ำพรม ไปๆ เขาก็สามารถได้น้ำมัน นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถ ได้น้ำมันโดยวิธีแยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือ พราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ ฯลฯ มีสมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ
เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส เตลตฺถิโก เตลคเวสี เตลปริเยสนํ จรมาโน ติลปิฏฺฐํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา ติลปิฏฺฐํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย ภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา ติลปิฏฺฐํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย ภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช เตลสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการนมสด แสวงหานมสด จึงเที่ยวเสาะหานมสด รีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน ถ้าแม้ทำความหวังแล้วรีด เอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวัง ก็มิใช่แล้วรีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถได้นมสดโดยวิธีแยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ ฯลฯ มี สมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ
เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส ขีรตฺถิโก ขีรคเวสี ขีรปริเยสนํ จรมาโน คาวึ ตรุณวจฺฉํ ถนโต อาวิญฺเชยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา คาวึ ตรุณวจฺฉํ ถนโต อาวิญฺเชยฺย ภพฺโพ ขีรสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา คาวึ ตรุณวจฺฉํ ถนโต อาวิญฺเชยฺย ภพฺโพ ขีรสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ขีรสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการเนยข้น แสวงหาเนยข้น จึงเที่ยวเสาะหาเนยข้น ใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น ถ้าแม้ทำความหวัง แล้วใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็สามารถได้เนยข้น ถ้าแม้ทำความ ไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวัง ก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็สามารถ ได้เนยข้น นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถได้เนยข้นโดยวิธี แยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใด พวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ ฯลฯ มีสมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและ ความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติ พรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขา สามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ
เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส นวนีตตฺถิโก นวนีตคเวสี นวนีตปริเยสนํ จรมาโน ทธึ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา ทธึ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย ภพฺโพ นวนีตสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา ทธึ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย ภพฺโพ นวนีตสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช นวนีตสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการไฟ แสวงหาไฟ จึง เที่ยวเสาะหาไฟ เอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป ถ้าแม้ทำความหวังแล้ว เอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็สามารถได้ไฟ ถ้าแม้ทำความไม่หวัง แล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วเอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็สามารถได้ไฟ นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถได้ไฟโดยวิธีแยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิ- *ชอบ ฯลฯ มีสมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถ บรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหม- *จรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถ บรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ
เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส อคฺคิตฺถิโก อคฺคิคเวสี อคฺคิปริเยสนํ จรมาโน สุกฺขํ กฏฺฐํ โกฬาปํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย ภพฺโพ อคฺคิสฺส อธิคมาย อาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา สุกฺขํ กฏฺฐํ โกฬาปํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย ภพฺโพ อคฺคิสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช อคฺคิสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน สมฺมาสงฺกปฺปา ฯเปฯ สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภูมิชะ ถ้าอุปมา ๔ ข้อนี้ จะพึงแจ่มแจ้งแก่พระราชกุมาร- *ชยเสนะ พระราชกุมารชยเสนะจะพึงเลื่อมใสเธอ และเลื่อมใสแล้ว จะพึงทำ อาการของบุคคลผู้เลื่อมใสต่อเธออย่างไม่น่าอัศจรรย์ ฯ ท่านพระภูมิชะกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็อุปมา ๔ ข้อนี้จักให้ ข้าพระองค์แจ่มแจ้งแก่พระราชกุมารชยเสนะได้แต่ที่ไหน เพราะอุปมาน่าอัศ- *จรรย์ ข้าพระองค์ไม่เคยได้สดับมาในก่อนเหมือนที่ได้สดับต่อพระผู้มีพระภาค ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้แล้ว ท่านพระภูมิชะจึงชื่นชมยินดี พระภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล ฯ จบ ภูมิชสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------
สเจ โข ภูมิช ชยเสนสฺส ราชกุมารสฺส อิมา จตสฺโส อุปมา ปฏิภาเสยฺยุํ อนจฺฉริยํ เต ชยเสโน ราชกุมาโร ปสีเทยฺย ปสนฺโน จ เต ปสนฺนาการํ กเรยฺยาติ ฯ กุโต ปน มํ ภนฺเต ชยเสนสฺส ราชกุมารสฺส อิมา จตสฺโส อุปมา ปฏิภาสิสฺสนฺติ อนจฺฉริยา ปุพฺเพ อสฺสุตปุพฺพา เสยฺยถาปิ ภควนฺตนฺติ ฯ อิทมโวจ ภควา อตฺตมโน อายสฺมา ภูมิโช ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทีติ ฯ ภูมิชสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------