๙. สุสิมสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สุสิมสูตรที่ ๙
นวมํ สุสิมสุตฺตํ
สาวัตถีนิทาน ฯ ณ กาลครั้งหนึ่ง ท่านพระอานนท์เถระเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ครั้นแล้วจึงถวายอภิวาท นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ @ คือ อิริยาบถทั้ง ๔ ยืน เดิน นั่ง นอน คือทั้ง ๙ ทวาร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระอานนท์ว่า อานนท์ เธอชอบสารีบุตร หรือไม่ ฯ อ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่ คนงมงาย ไม่ใช่คนมีจิตวิปลาส จะไม่ชอบท่านพระสารีบุตร เพราะท่านเป็น บัณฑิต มีปัญญามาก เป็นเจ้าปัญญา มีปัญญาชวนให้ร่าเริง มีปัญญาแล่น มีปัญญาหลักแหลม มีปัญญาแทงตลอด มีความปรารถนาน้อย สันโดษ เป็นผู้สงัดกาย สงัดใจ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร เป็นผู้เข้าใจพูด อดทนต่อถ้อยคำ เป็นผู้โจทก์ท้วงคนผิด เป็นผู้ตำหนิคนชั่ว ข้าแต่พระองค์- *ผู้เจริญ ใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คนงมงาย ไม่ใช่คน มีจิตวิปลาส จะไม่ชอบท่าน ฯ
สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ภควา เอตทโวจ ตุยฺหํปิ โน อานนฺท สารีปุตฺโต รุจฺจตีติ ฯ {๓๐๓.๑} กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถ- จิตฺตสฺส อายสฺมา สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺย ปณฺฑิโต ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ปุถุปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต หาสปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ชวนปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ติกฺขปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต นิพฺเพธิกปญฺโญ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต อปฺปิจฺโฉ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต สนฺตุฏฺโฐ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ปวิวิตฺโต ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต อสํสฏฺโฐ ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต อารทฺธวิริโย ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต วตฺตา ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต วจนกฺขโม ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต โจทโก ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ปาปครหี ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺยาติ ฯ
พ. อย่างนั้นๆ อานนท์ ใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คนงมงาย ไม่ใช่คนมีจิตวิปลาส จะไม่ชอบสารีบุตร เพราะสารีบุตรเป็น บัณฑิต มีปัญญามาก เป็นเจ้าปัญญา มีปัญญาชวนให้ร่าเริง มีปัญญาแล่น มีปัญญาหลักแหลม มีปัญญาแทงตลอด มีความปรารถนาน้อย สันโดษ เป็นผู้ สงัดกาย สงัดใจ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร เป็นผู้เข้าใจพูด อดทน ต่อถ้อยคำ เป็นผู้โจทก์ท้วงคนผิด เป็นผู้ตำหนิคนชั่ว อานนท์ ใครเล่าที่ไม่ใช่คน พาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คนงมงาย ไม่ใช่คนมีจิตวิปลาส จะไม่ชอบสารีบุตร ฯ
เอวเมตํ อานนฺท เอวเมตํ อานนฺท กสฺส หิ นาม อานนฺท อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺย ปณฺฑิโต อานนฺท สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต ปุถุปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต หาสปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต ชวนปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต ติกฺขปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต นิพฺเพธิกปญฺโญ อานนฺท สารีปุตฺโต อปฺปิจฺโฉ อานนฺท สารีปุตฺโต สนฺตุฏฺโฐ อานนฺท สารีปุตฺโต ปวิวิตฺโต อานนฺท สารีปุตฺโต อสํสฏฺโฐ อานนฺท สารีปุตฺโต อารทฺธวิริโย อานนฺท สารีปุตฺโต วตฺตา อานนฺท สารีปุตฺโต วจนกฺขโม อานนฺท สารีปุตฺโต โจทโก อานนฺท สารีปุตฺโต ปาปครหี อานนฺท สารีปุตฺโต กสฺส หิ นาม อานนฺท อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺยาติ ฯ
ณ กาลครั้งนั้น สุสิมเทพบุตร แวดล้อมไปด้วยเทพบุตร บริษัทเป็นอันมาก ขณะที่พระผู้มีพระภาคและพระอานนท์เถระ กำลังกล่าว สรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงถวายอภิวาท แล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อยืนเรียบร้อยแล้ว จึงได้กราบบังคมทูลพระผู้มีพระภาคว่า จริงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาค จริง อย่างนั้น พระสุคต อันใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คนงมงาย ไม่ใช่คนมีจิตวิปลาส จะไม่ชอบท่านพระสารีบุตร เพราะท่านเป็นบัณฑิต ฯลฯ เป็นผู้ตำหนิคนชั่ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะข้าพระองค์ได้เข้าร่วมประชุม เทพบุตรบริษัทใดๆ ก็ได้ยินเสียงอย่างหนาหูว่า ท่านพระสารีบุตรเป็นบัณฑิต ฯลฯ เป็นผู้ตำหนิคนชั่ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ใครเล่าที่ไม่ใช่คนพาล ไม่ใช่คนมุทะลุ ไม่ใช่คนงมงาย ไม่ใช่คนมีจิตวิปลาส จะไม่ชอบท่าน ฯ
อถ โข สุสิโม เทวปุตฺโต อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน มหติยา เทวปุตฺตปริสาย ปริวุโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ เอกมนฺตํ ฐิโต โข สุสิโม เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ เอวเมตํ ภควา เอวเมตํ สุคต กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺย ปณฺฑิโต ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ฯเปฯ ปาปครหี ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺย อหมฺปิ หิ ภนฺเต ยญฺจ เทวปุตฺตปริสํ อุปสงฺกมึ เอตเทว พหุลํ สทฺทํ สุณามิ ปณฺฑิโต อายสฺมา สารีปุตฺโต มหาปญฺโญ อายสฺมา ปุถุปญฺโญ อายสฺมา หาสปญฺโญ อายสฺมา ชวนปญฺโญ อายสฺมา ติกฺขปญฺโญ อายสฺมา นิพฺเพธิกปญฺโญ อายสฺมา อปฺปิจฺโฉ อายสฺมา สนฺตุฏฺโฐ อายสฺมา ปวิวิตฺโต อายสฺมา อสํสฏฺโฐ อายสฺมา อารทฺธวิริโย อายสฺมา วตฺตา อายสฺมา วจนกฺขโม อายสฺมา โจทโก อายสฺมา ปาปครหี อายสฺมา สารีปุตฺโต กสฺส หิ นาม ภนฺเต อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สารีปุตฺโต น รุจฺเจยฺยาติ ฯ
ครั้งนั้น เทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตร กำลังกล่าวสรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติ โสมนัส มีรัศมีแห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ
อถ โข สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ ฯ
แก้วมณีและแก้วไพฑูรย์ อันงาม โชติช่วง แปดเหลี่ยม อันบุคคลขัดสีเรียบร้อยแล้ว วางไว้บนผ้ากัมพลสีเหลือง ย่อมส่องแสงแพรวพราว รุ้งร่วง ฉันใด เทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตรกำลังกล่าว สรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส มีรัศมีแห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ
เสยฺยถาปิ นาม มณิเวฬุริโย สุโภ โชติมา อฏฺฐํโส สุปริกมฺมกโต ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺโต ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ ฯ
แท่งทองชมพูนุท เป็นของที่บุตรนายช่างทองผู้ขยันหมั่นใส่เบ้า หลอมไล่จนสิ้นราคีเสร็จแล้ว วางไว้บนผ้ากัมพลสีเหลือง ย่อมขึ้นสีผุดผ่องเปล่ง- *ปลั่ง ฉันใด เทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตรกำลังกล่าว สรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส มีรัศมี แห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ
เสยฺยถาปิ นาม เนกฺขํ ชมฺโพนทํ ทกฺเขน กมฺมารปุตฺตํ อุกฺกามุเขสุ กุสลํ สมฺปหฏฺฐํ ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺตํ ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา ฯเปฯ อุปทํเสติ ฯ
ดาวประกายพฤกษ์ ขณะที่อากาศปลอดโปร่งปราศจากหมู่เมฆใน ฤดูสรทกาล ย่อมส่องแสงสุกสกาววาวระยับ ฉันใด เทพบุตรบริษัทของสุสิม เทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตรกำลังกล่าวสรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ เป็นผู้ ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส มีรัศมีแห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ
เสยฺยถาปิ นาม สรทสมเย วิทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว โอสธิตารกา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ ฯ
พระอาทิตย์ขณะที่อากาศปลอดโปร่ง ปราศจากหมู่เมฆในฤดู สรทกาล พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ขจัดความมืดที่มีอยู่ในอากาศทั้งปวง ย่อมแผดแสง แจ่มจ้าไพโรจน์ ฉันใด เทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตร กำลังกล่าวสรรเสริญคุณท่านพระสารีบุตรอยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติ- *โสมนัส มีรัศมีแห่งผิวพรรณแพรวพราวปรากฏอยู่ ฯ
เสยฺยถาปิ นาม สรทสมเย วิทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว อาทิจฺโจ นภํ อพฺภุสฺสุกฺกมาโน สพฺพํ อากาสคตํ ตมคตํ อภิวิหจฺจ ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ ฯ
ครั้งนั้น สุสิมเทพบุตร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาค ปรารภถึงท่านพระสารีบุตรว่า ท่านพระสารีบุตร คนรู้จักท่านดีว่าเป็นบัณฑิตไม่ใช่คนมักโกรธ มีความปรารถนาน้อย สงบเสงี่ยม ฝึกฝนมาดี มีคุณงาม ความดีอันพระศาสดาทรงสรรเสริญ เป็นผู้แสวงคุณ ฯ
อถ โข สุสิโม เทวปุตฺโต อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต สารีปุตฺโต อโกธโน อปฺปิจฺโฉ โสรโต ทนฺโต สตฺถุวณฺณภโต อิสีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ภาษิตคาถาตอบสุสิมเทพบุตรปรารภถึงท่าน- พระสารีบุตรว่า สารีบุตร ใครๆ ก็รู้จักว่าเป็นบัณฑิต ไม่ใช่คนมักโกรธ มีความ ปรารถนาน้อย สงบเสงี่ยม อบรม ฝึกฝนมาดี จำนงอยู่ก็ แต่กาลเป็นที่ปรินิพพาน ฯ
อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ อารพฺภ สุสิมํ เทวปุตฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต สารีปุตฺโต อโกธโน อปฺปิจฺโฉ โสรโต ทนฺโต กาลํ กงฺขติ ภาวิโต สุทนฺโตติ ฯ