๖. จาลาสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค จาลาสูตรที่ ๖
ฉฏฺฐํ จาลาสุตฺตํ
สาวัตถีนิทาน ฯ ครั้งนั้น เวลาเช้า จาลาภิกษุณีนุ่งห่มแล้ว ถือบาตรและจีวรเข้าไป บิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี เที่ยวบิณฑบาตไปในพระนครสาวัตถีแล้ว เวลาปัจ- *ฉาภัตกลับจากบิณฑบาตแล้วเข้าไปยังป่าอันธวันเพื่อพักกลางวัน ครั้นถึงป่าอันธวัน แล้วจึงนั่งพักกลางวันที่โคนไม้ต้นหนึ่ง ฯ
สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข จาลา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ฯเปฯ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ ฯ
ลำดับนั้น มารผู้มีบาปใคร่จะให้จาลาภิกษุณีบังเกิดความกลัว ความหวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้า และใคร่จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึง เข้าไปหาจาลาภิกษุณีถึงที่นั่งพัก ครั้นแล้วได้กล่าวกะจาลาภิกษุณีว่า ดูกรภิกษุณี ท่านไม่ชอบใจอะไรหนอ ฯ จาลาภิกษุณีตอบว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ เราไม่ชอบความเกิดเลย ฯ
อถ โข มาโร ปาปิมา เยน จาลา ภิกฺขุนี ฯเปฯ อุปสงฺกมิตฺวา จาลํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ กึ นุ โข ตฺวํ ภิกฺขุนิ น โรเจสีติ ฯ ชาตึ ขฺวาหํ อาวุโส น โรเจมีติ ฯ
ม. เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงไม่ชอบความเกิดผู้เกิดมาแล้วย่อม บริโภคกาม ใครหนอให้ท่านยึดถือเรื่องนี้ อย่าเลยภิกษุณี ท่านจงชอบความเกิดขึ้น ฯ
กึ นุ ชาตึ น โรเจสิ ชาโต กามานิ ภุญฺชติ โก นุ ตฺวํ อิทมาทปยิ ชาติ มา โรจ ภิกฺขุนีติ ฯ
จา. ความตายย่อมมีแก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว ผู้ที่เกิดมาแล้วย่อมพบ เห็นทุกข์ คือ การจองจำ การฆ่า ความเศร้าหมอง เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ชอบความเกิด ฯ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเป็นเครื่องก้าวล่วงความเกิด พระองค์สอนให้เราตั้งอยู่ในสัจจะ เพื่อละทุกข์ทั้งมวล ฯ สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปภพ และสัตว์เหล่าใดเป็นภาคีแห่ง อรูปภพ สัตว์เหล่านั้นเมื่อยังไม่รู้นิโรธ ต้องมาสู่ภพอีก ฯ ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า จาลาภิกษุณีรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้อันตรธานไปในที่นั้นเอง ฯ
ชาตสฺส มรณํ โหติ ชาโต ทุกฺขานิ ปสฺสติ พนฺธํ วธํ ปริเกฺลสํ ตสฺมา ชาตึ น โรจเย พุทฺโธ ธมฺมมเทเสสิ ชาติยา สมติกฺกมํ สพฺพทุกฺขปฺปหานาย โส มํ สจฺเจ นิเวสยิ เย จ รูปูปคา สตฺตา เย จ อรูปภาคิโน นิโรธํ อปฺปชานนฺตา อาคนฺตาโร ปุนพฺภวนฺติ ฯ อถ โข มาโร ปาปิมา ชานาติ มํ จาลา ภิกฺขุนีติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ