คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๑๐. ทุติยโกกาลิกสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๕๙๘–๖๐๕พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๘ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ทุติยโกกาลิกสูตรที่ ๑๐

ทสมํ ทุติยโกกาลิกสุตฺตํ

๕๙๘

สาวัตถีนิทาน ฯ ครั้งนั้นแล พระโกกาลิกภิกษุเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ พระโกกาลิกภิกษุนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วแล ได้กราบทูลคำนี้ กะพระผู้มีพระภาคว่า "พระเจ้าข้า พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะมีความปรารถนาลามก ไปแล้วสู่อำนาจแห่งความปรารถนาอันลามก" ฯ

สาวตฺถิยํ ... อถ โข โกกาลิโก ภิกฺขุ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โกกาลิโก ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ ปาปิจฺฉา ภนฺเต สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานา ปาปิกานํ อิจฺฉานํ วสํ คตาติ ฯ

๕๙๙

เมื่อพระโกกาลิกภิกษุกล่าวเช่นนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัส คำนี้กะพระโกกาลิกภิกษุว่า "โกกาลิก ก็เธออย่าได้กล่าวเช่นนี้ โกกาลิก ก็เธออย่าได้กล่าวเช่นนี้ โกกาลิก เธอจงทำจิตให้เลื่อมใสในภิกษุชื่อว่าสารีบุตรและโมคคัลลานะ ภิกษุชื่อ ว่าสารีบุตรและโมคคัลลานะเป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก" ฯ แม้ครั้งที่สองแล พระโกกาลิกภิกษุก็ได้กราบทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า "พระเจ้าข้า บุคคลผู้มีวาจาควรเชื่อได้ควรไว้ใจได้ของข้าพระองค์ จะมีอยู่ก็จริง ถึงเช่นนั้นแล พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะก็ยังเป็นผู้ปรารถนา ลามก ไปแล้วสู่อำนาจแห่งความปรารถนาลามก" ฯ แม้ครั้งที่สองแล พระผู้มีพระภาคก็ได้ตรัสคำนี้กะพระโกกาลิกภิกษุว่า @ อัพพุท เป็นสังขยา ซึ่งมีจำนวนสูญ ๖๑ สูญ "โกกาลิก ก็เธออย่าได้กล่าวเช่นนี้ โกกาลิก ก็เธออย่าได้กล่าวเช่นนี้ โกกาลิก เธอจงทำจิตให้เลื่อมใสในภิกษุชื่อว่าสารีบุตรและโมคคัลลานะ ภิกษุ ชื่อว่าสารีบุตรและโมคคัลลานะเป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก" ฯ แม้ครั้งที่สามแล พระโกกาลิกภิกษุก็ทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า "ฯลฯ ไปแล้วสู่อำนาจแห่งความปรารถนาอันลามก" ฯ แม้ครั้งที่สามแล พระผู้มีพระภาคก็ตรัสคำนี้กะพระโกกาลิกภิกษุว่า "ฯลฯ ภิกษุชื่อว่าสารีบุตรและโมคคัลลานะเป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก" ฯ

เอวํ วุตฺเต ภควา โกกาลิกํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ มา เหวํ โกกาลิก อวจ มา เหวํ โกกาลิก อวจ ปสาเทหิ โกกาลิก สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ จิตฺตํ เปสลา สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานาติ ฯ ทุติยมฺปิ โข โกกาลิโก ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ กิญฺจาปิ เม ภนฺเต สทฺธายโก ปจฺจยโก อถ โข ปาปิจฺฉาว สารีปุตฺต- โมคฺคลฺลานา ปาปกานํ อิจฺฉานํ วสํ คตาติ ฯ ทุติยมฺปิ โข ภควา โกกาลิกํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ มา เหวํ โกกาลิก อวจ มา เหวํ โกกาลิก อวจ ปสาเทหิ โกกาลิก สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ จิตฺตํ เปสลา สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานาติ ฯ ตติยมฺปิ โข โกกาลิโก ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ ฯเปฯ อิจฺฉานํ วสํ คตาติ ฯ ตติยมฺปิ โข ภควา โกกาลิกํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ ฯเปฯ เปสลา สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานาติ ฯ

๖๐๐

ลำดับนั้นแล พระโกกาลิกภิกษุลุกจากอาสนะถวายอภิวาท พระผู้มีพระภาค กระทำประทักษิณหลีกไปแล้ว ฯ ก็เมื่อพระโกกาลิกภิกษุหลีกไปแล้วไม่นาน ต่อมทั้งหลายขนาดเมล็ด พรรณผักกาดได้ผุดขึ้นทั่วกายของเธอ ต่อมเหล่านั้นได้โตขึ้นเป็นขนาดถั่วเขียว แล้วก็โตขึ้นเป็นขนาดถั่วดำ แล้วก็โตขึ้นเป็นขนาดเมล็ดพุดซา แล้วก็โตขึ้นเป็น ขนาดลูกพุดซา แล้วก็โตขึ้นเป็นขนาดผลมะขามป้อม แล้วก็โตขึ้นเป็นขนาด ผลมะตูมอ่อน แล้วก็โตขึ้นเป็นขนาดผลมะตูม ต่อจากนั้นก็แตกทั่ว แล้วหนอง และเลือดหลั่งไหลออกแล้ว ฯ ครั้งนั้นแล พระโกกาลิกภิกษุได้กระทำกาละแล้ว เพราะอาพาธอันนั้น เอง ครั้นกระทำกาละแล้วก็เข้าถึงปทุมนรก เพราะจิตอาฆาตในพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ ฯ

อถ โข โกกาลิโก ภิกฺขุ อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ อจิรปกฺกนฺตสฺส จ โกกาลิกสฺส ภิกฺขุโน สาสปมตฺตีหิ ปิฬกาหิ สพฺโพ กาโย ผุฏฺโฐ อโหสิ สาสปมตฺติโย หุตฺวา มุคฺคมตฺติโย อเหสุํ มุคฺคมตฺติโย หุตฺวา กฬายมตฺติโย อเหสุํ กฬายมตฺติโย หุตฺวา โกลฏฺฐิมตฺติโย อเหสุํ โกลฏฺฐิมตฺติโย หุตฺวา โกลมตฺติโย อเหสุํ โกลมตฺติโย หุตฺวา อามลกมตฺติโย อเหสุํ อามลกมตฺติโย หุตฺวา เวลุวสลาฏุกมตฺติโย อเหสุํ เวลุวสลาฏุกมตฺติโย หุตฺวา พิลฺลมตฺติโย อเหสุํ พิลฺลมตฺติโย หุตฺวา ปภิชฺชึสุ ปุพฺพญฺจ โลหิตญฺจ ปคฺฆรึสุ ฯ อถ โข โกกาลิโก ภิกฺขุ เตเนว อาพาเธน กาลมกาสิ ฯ กาลกโต จ โกกาลิโก ภิกฺขุ ปทุมนิรยํ อุปปชฺชิ สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ จิตฺตํ อาฆาเตตฺวา ฯ

๖๐๑

ครั้งนั้นแล ท้าวสหัมบดีพรหม เมื่อราตรีปฐมยามล่วงแล้ว มีรัศมีงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่- *ประทับ ครั้นแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง ฯ ท้าวสหัมบดีพรหมยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วแล ได้ทูลคำนี้ กะพระผู้มีพระภาคว่า @ ปทุมนรก เป็นส่วนหนึ่งแห่งมหานรกอเวจี ผู้ที่เกิดในมหานรกอเวจี @ส่วนนี้จะต้องหมกไหม้อยู่สิ้นกาลปทุมหนึ่ง ปทุมนั้นเป็นสังขยาซึ่งมีจำนวนสูญ ๑๒๔ @สูญ พระเจ้าข้า พระโกกาลิกภิกษุได้กระทำกาละแล้ว และเข้าถึงแล้ว ซึ่งปทุมนรก เพราะจิตอาฆาตในพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ฯ ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวคำนี้แล้ว ครั้นแล้วถวายอภิวาทพระผู้มี พระภาค กระทำประทักษิณแล้วหายไปในที่นั้นแล ฯ

อถ โข พฺรหฺมา สหมฺปติ อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ เอกมนฺตํ ฐิโต โข พฺรหฺมา สหมฺปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ โกกาลิโก ภนฺเต ภิกฺขุ กาลกโต กาลกโต จ ภนฺเต โกกาลิโก ภิกฺขุ ปทุมนิรยํ อุปปนฺโน สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ จิตฺตํ อาฆาเตตฺวาติ ฯ อิทมโวจ พฺรหฺมา สหมฺปติ อิทํ วตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ

๖๐๒

ครั้นล่วงราตรีนั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย มาว่า ภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้ท้าวสหัมบดีพรหมเมื่อราตรีล่วงปฐมยามไปแล้ว มีรัศมีงามยิ่งนัก ยังวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปหาเราถึงที่อยู่ ครั้นแล้ว ไหว้เราแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ท้าวสหัมบดีพรหมยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วแล ได้กล่าวคำนี้กะเราว่าพระเจ้าข้า พระโกกาลิกภิกษุได้กระทำกาละแล้ว และเข้าถึงแล้วซึ่งปทุมนรก เพราะจิตอาฆาตในพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวคำนี้แล้ว ครั้นแล้ว ไหว้เรากระทำประทักษิณ แล้วหายไปในที่นั้นเอง ฯ

อถ โข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู อามนฺเตสิ อิมํ ภิกฺขเว รตฺตึ พฺรหฺมา สหมฺปติ อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ เอกมนฺตํ ฐิโต โข ภิกฺขเว พฺรหฺมา สหมฺปติ มํ เอตทโวจ โกกาลิโก ภนฺเต ภิกฺขุ กาลกโต กาลกโต จ ภนฺเต โกกาลิโก ภิกฺขุ ปทุมนิรยํ อุปปนฺโน สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ จิตฺตํ อาฆาเตตฺวาติ อิทมโวจ ภิกฺขเว พฺรหฺมา สหมฺปติ อิทํ วตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ

๖๐๓

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสเช่นนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลคำนี้ กะพระผู้มีพระภาคว่า "พระเจ้าข้า ประมาณแห่งอายุในปทุมนรกนานเท่าไรหนอ" ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "ดูกรภิกษุ ประมาณแห่งอายุในปทุมนรก นานแล อันใครๆ ไม่กระทำได้โดยง่าย เพื่ออันนับว่าเท่านี้ปี หรือว่าเท่านี้ ร้อยปี หรือว่าเท่านี้พันปี หรือว่าเท่านี้แสนปี" ฯ ภิกษุนั้นทูลถามว่า พระเจ้าข้า พระองค์อาจที่จะทรงกระทำอุปมา ได้หรือ ฯ

เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ กีวทีฆํ นุ โข ภนฺเต ปทุมนิรเย อายุปฺปมาณนฺติ ฯ ทีฆํ โข ภิกฺขุ ปทุมนิรเย อายุปฺปมาณํ ตํ น สุกรํ สงฺขาตุํ เอตฺตกานิ วสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ วสฺสสตานิ อิติ วา เอตฺตกานิ วสฺสสหสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ วสฺสสตสหสฺสานิ อิติ วาติ ฯ สกฺกา ปน ภนฺเต อุปมา กาตุนฺติ ฯ

๖๐๔

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "ดูกรภิกษุ เราอาจอยู่" แล้วตรัสว่า ดูกรภิกษุ เปรียบเหมือนเกวียนบรรทุกงาแห่งชาวโกศลซึ่งบรรทุกงาได้ ๒๐ ขารี บุรุษพึงเก็บงาขึ้นจากเกวียนนั้นโดยล่วงร้อยปีๆ ต่อเมล็ดหนึ่งๆ ฯ @ ๒๐ ขารีเท่า ๑ เกวียน คือ ๔ แล่งโดยแล่งที่เป็นของชาวมคธ เป็นหนึ่งแล่งใน @แคว้นโกศล ๔ แล่งโดยแล่งนั้นเป็นหนึ่งอาฬหก ๔ อาฬหกเป็นหนึ่งทะนาน ๔ ทะนาน @เป็นหนึ่งมาฌิกา ๔ มานิกาเป็นหนึ่งขารี ๒๐ ขารีเป็นหนึ่งเกวียน "ดูกรภิกษุ เกวียนบรรทุกงาแห่งชาวโกศลซึ่งบรรทุกงาได้ ๒๐ ขารีนั้น พึงถึงความสิ้นไปหมดไป เพราะความเพียรนี้เร็วกว่า ส่วนอัพพุทนรกหนึ่งยังไม่ ถึงความสิ้นหมดไปเลย" ฯ "ดูกรภิกษุ ๒๐ อัพพุทนรกเป็นหนึ่งนิรัพพุทนรก ๒๐ นิรัพพุทนรกเป็น หนึ่งอพพนรก ๒๐ อพพนรกเป็นหนึ่งอฏฏนรก ดูกรภิกษุ ๒๐ อฏฏนรกเป็น หนึ่งอหหนรก ๒๐ อหหนรกเป็นหนึ่งกุมุทนรก ๒๐ กุมุทนรกเป็นหนึ่งโสคันธิก นรก ดูกรภิกษุ ๒๐ โสคันธิกนรกเป็นหนึ่งอุปปลกนรก ๒๐ อุปปลกนรกเป็น หนึ่งปุณฑริกนรก ๒๐ ปุณฑริกนรกเป็นหนึ่งปทุมนรก ดูกรภิกษุ ก็ภิกษุโกกาลิก เข้าถึงปทุมนรกแล้วแล เพราะจิตอาฆาตในภิกษุ ชื่อว่าสารีบุตรและโมคคัลลานะ" ฯ

สกฺกา ภิกฺขูติ ภควา อโวจ เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติขาริโก โกสลโก ติลวาโห ตโต ปุริโส วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน เอกเมกํ ติลํ อุทฺธเรยฺย ขิปฺปตรํ โข โส ภิกฺขุ วีสติขาริโก โกสลโก ติลวาโห อิมินา อุปกฺกเมน ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย น เตฺวว เอโก อพฺพุโท นิรโย เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติ อพฺพุทา นิรยา เอวเมโก นิรพฺพุโท นิรโย เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติ นิรพฺพุทา นิรยา เอวเมโก อพโพ นิรโย เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติ อพพา นิรยา เอวเมโก อฏโฏ นิรโย เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติ อฏฏา นิรยา เอวเมโก อหโห นิรโย เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติ อหหา นิรยา เอวเมโก กุมุโท นิรโย เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติ กุมุทา นิรยา เอวเมโก โสคนฺธิโก นิรโย เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติ โสคนฺธิกา นิรยา เอวเมโก อุปฺปลโก นิรโย เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติ อุปฺปลกา นิรยา เอวเมโก ปุณฺฑรีโก นิรโย เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ วีสติ ปุณฺฑรีกา นิรยา เอวเมโก ปทุโม นิรโย ปทุมํ โข ปน ภิกฺขุ นิรยํ โกกาลิโก ภิกฺขุ อุปปนฺโน สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ จิตฺตํ อาฆาเตตฺวาติ ฯ

๖๐๕

พระผู้มีพระภาคผู้พระสุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า ชนพาลเมื่อกล่าวคำเป็นทุพภาษิตชื่อว่าย่อมตัดตนด้วยศัสตรา ใดก็ศัสตรานั้นย่อมเกิดในปากของบุรุษผู้เกิดแล้ว ฯ ผู้ใดสรรเสริญผู้ที่ควรถูกติ หรือติผู้ที่ควรได้รับความสรรเสริญ ผู้นั้นชื่อว่าสั่งสมโทษด้วยปาก เพราะโทษนั้น เขาย่อมไม่ ประสบความสุข ฯ ความปราชัยด้วยทรัพย์ในเพราะการพนันทั้งหลาย พร้อมด้วย สิ่งของๆ ตนทั้งหมดก็ดี พร้อมด้วยตนก็ดี ก็เป็นโทษเพียง เล็กน้อยๆ ฯ บุคคลใดทำใจให้ประทุษร้ายในท่านผู้ปฏิบัติดีทั้งหลาย ความ ประทุษร้ายแห่งใจของบุคคลนั้นเป็นโทษใหญ่กว่า ฯ บุคคลตั้งวาจาและใจอันลามกไว้ เป็นผู้มักติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรกซึ่งมีปริมาณ แห่งอายุถึงแสนสามสิบหกนิรัพ- พุท กับห้าอัพพุทะ ฯ จบวรรคที่ ๑ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรในปฐมวรรคนี้ มี ๑๐ สูตร คือ อายาจนสูตรที่ ๑ คารวสูตร ที่ ๒ พรหมเทวสูตรที่ ๓ พกพรหมสูตรที่ ๔ อปราทิฏฐิสูตรที่ ๕ ปมาทสูตรที่ ๖ โกกาลิกสูตรที่ ๗ ติสสกสูตรที่ ๘ ตุทุพรหมสูตรที่ ๙ อปรโกกาลิกสูตรที่ ๑๐ ฯ -----------------------------------------------------

อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา ปุริสสฺส หิ ขาตสฺส กุธารี ชายเต มุเข ยาย ฉินฺทติ อตฺตานํ พาโล ทุพฺภาสิตํ ภณํ โย นินฺทิยํ ปสํสติ ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย วิจินาติ มุเขน โส กลึ กลินา เตน สุขํ น วินฺทติ อปฺปมตฺโต อยํ กลิ โย อกฺเขสุ ธนปราชโย สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนา อยเมว มหนฺตตโร กลิ โย สุคเตสุ มนํ ปโทสเย ฯ สตํ สหสฺสาน นิรพฺพุทานํ ฉตฺตึสติ ปญฺจ จ อพฺพุทานิ ยมริเย ครหี นิรยํ อุเปติ วาจํ มนญฺจ ปณิธาย ปาปกนฺติ ฯ ปฐโม วคฺโค ฯ ตสฺสุทฺทานํ อายาจนํ คารโว พฺรหฺมเทโว พโก จ พฺรหฺมา อปรา จ ทิฏฺฐิ ปมาทโกกาลิกติสฺสโก จ ตุทุ จ พฺรหฺมา อปโร โกกาลิโกติ ฯ -------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย