คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๙. สุนทริกสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๖๕๘–๖๖๖พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๙ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สุนทริกสูตรที่ ๙

นวมํ สุนฺทริกสุตฺตํ

๖๕๘

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำสุนทริกา ใน โกศลชนบท ฯ ก็โดยสมัยนั้นแล สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ บูชาไฟ บำเรอการบูชาไฟ อยู่ที่ฝั่งแม่น้ำสุนทริกา ฯ ลำดับนั้นแล สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ บูชาไฟ บำเรอการบูชาไฟแล้ว ลุกขึ้นจากอาสนะ เหลียวดูทิศทั้ง ๔ โดยรอบ ด้วยคิดว่า ใครหนอควรบริโภค ปายาสอันเหลือจากการบูชานี้ ฯ

เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ สุนฺทริกาย นทิยา ตีเร ฯ เตน โข ปน สมเยน สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ สุนฺทริกาย นทิยา ตีเร อคฺคึ ชุหติ อคฺคิหุตฺตํ ปริจรติ ฯ อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ อคฺคึ ชุหิตฺวา อคฺคิหุตฺตํ ปริจริตฺวา อุฏฺฐายาสนา สมนฺตา จตุทฺทิสา อนุวิโลเกสิ โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยาติ ฯ

๖๕๙

สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ทรงคลุม อวัยวะพร้อมด้วยพระเศียร ประทับนั่งที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่ง ครั้นแล้วถือข้าวปายาส ที่เหลือจากการบูชาไฟด้วยมือซ้าย ถือเต้าน้ำด้วยมือขวา เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ยังที่ประทับ ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเปิดพระเศียรด้วยเสียงเท้าของสุนทริก- *ภารทวาชพราหมณ์ ครั้งนั้นแล สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กล่าวว่า นี้พระสมณะโล้นผู้เจริญ นี้พระสมณะโล้นผู้เจริญ แล้วประสงค์จะกลับจากที่นั้นทีเดียว ฯ ลำดับนั้นแล สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ได้มีความดำริว่า พราหมณ์บาง พวกในโลกนี้เป็นผู้โล้นบ้างก็มี ถ้ากระไรเราพึงเข้าไปหาพระสมณะผู้โล้นนั้นแล้ว ถามถึงชาติ ฯ ลำดับนั้นแล สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ เข้าไปหาพระผู้มีพระภาคยังที่ ประทับ ครั้นแล้ว ได้ถามพระผู้มีพระภาคว่า ท่านเป็นชาติอะไร ฯ

อทฺทสา โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล สสีสํ ปารุตํ นิสินฺนํ ทิสฺวาน วาเมน หตฺเถน หพฺยเสสํ คเหตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน กมณฺฑลุํ คเหตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ฯ อถ โข ภควา สุนฺทริกภารทฺวาชสฺส พฺราหฺมณสฺส ปทสทฺเทน สีสํ วิวริ ฯ อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ มุณฺโฑ อยํ ภวํ มุณฺฑโก อยํ ภวนฺติ ตโตว ปุน นิวตฺติตุกาโม อโหสิ ฯ อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาชสฺส พฺราหฺมณสฺส เอตทโหสิ มุณฺฑาปิ หิ อิเธกจฺเจ พฺราหฺมณา ภวนฺติ ยนฺนูนาหํ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ชาตึ ปุจฺเฉยฺยนฺติ ฯ อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ กึชจฺโจ ภวนฺติ ฯ

๖๖๐

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ท่านอย่าถามถึงชาติ แต่จงถามถึงความประพฤติเถิด ไฟย่อม เกิดจากไม้แล บุคคลแม้เกิดในตระกูลต่ำเป็นมุนี มีความเพียร เป็นผู้รู้ทั่วถึงเหตุ ห้ามโทษเสียด้วยหิริ ฝึกตนแล้วด้วยสัจจะ ประกอบด้วยการปราบปราม ถึงที่สุดแห่งเวท มีพรหมจรรย์ อันอยู่จบแล้ว ผู้ใดมียัญอันน้อมเข้าไปแล้ว บูชาพราหมณ์ผู้ นั้น ผู้นั้นชื่อว่าย่อมบูชาพระทักขิไณยบุคคลโดยกาล ฯ

มา ชาตึ ปุจฺฉ จรณญฺจ ปุจฺฉ กฏฺฐา หเว ชายติ ชาตเวโท นีจากุลีโนปิ มุนิ ธิติมา อาชานีโย โหติ หิรินิเสโธ สจฺเจน ทนฺโต ทมสา อุเปโต เวทนฺตคู วุสิตพฺรหฺมจริโย ยญฺญูปนีโต ตมุปวฺหเยถ กาเลน โส ชุหติ ทกฺขิเณยฺเยติ ฯ

๖๖๑

สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลว่า การบูชานี้ของข้าพระองค์เป็นอันบูชาดีแล้ว เซ่นสรวงดีแล้ว เป็นแน่ เพราะข้าพระองค์ได้พบผู้ถึงเวทเช่นนั้น และเพราะ ข้าพระองค์ไม่พบบุคคลเช่นพระองค์ ชนอื่นจึงบริโภคปายาส อันเหลือจากการบูชา ฯ สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลว่า พระโคดมผู้เจริญเป็นพราหมณ์ เชิญบริโภคเถิด ฯ

อทฺธา สุยิฏฺฐํ สุหุตํ มมยิทํ ยํ ตาทิสํ เวทคุมทฺทสามิ ตุมฺหาทิสานํ หิ อทสฺสเนน อญฺโญ ชโน ภุญฺชติ หพฺยเสสนฺติ ฯ ภุญฺชตุ ภวํ โคตโม พฺราหฺมโณ ภวนฺติ ฯ

๖๖๒

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เราไม่บริโภคโภชนะที่ขับด้วยคาถา ดูกรพราหมณ์ นั่นไม่ใช่ ธรรมของผู้พิจารณาอยู่ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมบรรเทา โภชนะที่ขับด้วยคาถา ดูกรพราหมณ์ เมื่อธรรมมีอยู่ นั่น เป็นความประพฤติ อนึ่ง ท่านจงบำรุงพระขีณาสพทั้งสิ้น ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ผู้มีความคะนองอันสงบแล้ว ด้วยสิ่ง อื่นคือข้าวน้ำ เพราะว่าการบำรุงนั้นย่อมเป็นเขตของผู้มุ่งบุญ ฯ

คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺยํ สมฺปสฺสตํ พฺราหฺมณ เนส ธมฺโม คาถาภิคีตํ ปนุทนฺติ พุทฺธา ธมฺเม สติ พฺราหฺมณ วุตฺติ เรสา อญฺเญน จ เกวลินํ มเหสึ ขีณาสวํ กุกฺกุจฺจวูปสนฺตํ อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐหสฺสุ เขตฺตญฺหิ ตํ ปุญฺญเปกฺขสฺส โหตีติ ฯ

๖๖๓

ลำดับนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลว่า ข้าแต่พระ- *โคดมผู้เจริญ ถ้าเช่นนั้นข้าพระองค์จะให้ปายาสอันเหลือจากการบูชานี้แก่ใคร ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ เรายังไม่แลเห็นบุคคลในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ซึ่งจะบริโภคปายาสที่เหลือจากการบูชานี้แล้ว จะพึงถึงความ ย่อยไปโดยชอบ นอกจากตถาคตหรือสาวกของตถาคต ดูกรพราหมณ์ ถ้าอย่างนั้น ท่านจงทิ้งปายาสอันเหลือจากการบูชานั้น ณ ที่ปราศจากของเขียว หรือทิ้งให้จม ลงไปในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์ ฯ

อถ กสฺส จาหํ โภ โคตม อิมํ หพฺยเสสํ ทมฺมีติ ฯ น ขฺวาหนฺตํ พฺราหฺมณ ปสฺสามิ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ยสฺเสโส หพฺยเสโส ภุตฺโต สมฺมาปริณามํ คจฺเฉยฺย อญฺญตฺร ตถาคตสฺส วา ตถาคตสาวกสฺส วา เตนหิ ตฺวํ พฺราหฺมณ ตํ หพฺยเสสํ อปหริเต วา ฉฑฺเฑหิ อปฺปาณเก วา อุทเก โอปิลาเปหีติ ฯ

๖๖๔

ลำดับนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ทิ้งปายาสอันเหลือจากการ บูชานั้น ให้จมลงไปในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์ ฯ ครั้งนั้นแล ปายาสอันเหลือจากการบูชานั้น อันสุนทริกภารทวาชพราหมณ์ เทลงแล้วในน้ำย่อมมีเสียงดัง วิจิฏะ วิฏิจิฏะ และเดือดเป็นควันกลุ้ม เหมือน อย่างผาลที่ร้อนแล้วตลอดอัน อันบุคคลใส่ลงแล้วในน้ำ ย่อมมีเสียงดัง วิจิฏะ วิฏิจิฏะ และเดือดเป็นควันคลุ้ม ฉะนั้น ฯ ลำดับนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ หลากใจเกิดขนชูชัน เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ ครั้นแล้ว ได้ยืนอยู่ในที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ตํ หพฺยเสสํ อปฺปาณเก อุทเก โอปิลาเปสิ ฯ อถ โข โส หพฺยเสโส อุทเก ปกฺขิตฺโต วิจิฏายติ วิฏิจิฏายติ สนฺธูปายติ สมฺปธูปายติ ฯ เสยฺยถาปิ นาม ผาโล ทิวสสนฺตตฺโต อุทเก ปกฺขิตฺโต วิจิฏายติ วิฏิจิฏายติ สนฺธูปายติ สมฺปธูปายติ เอวเมว โส หพฺยเสโส อุทเก ปกฺขิตฺโต วิจิฏายติ วิฏิจิฏายติ สนฺธูปายติ สมฺปธูปายติ ฯ อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ

๖๖๕

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะสุนทริกภารทวาชพราหมณ์ ผู้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ด้วยพระคาถาทั้งหลายว่า ดูกรพราหมณ์ ท่านเผาไม้อยู่อย่าสำคัญซึ่งความบริสุทธิ์ ก็ การเผาไม้นี้เป็นของภายนอก ผู้ฉลาดทั้งหลายย่อมไม่กล่าว ความบริสุทธิ์ด้วยการเผาไม้นั้น ดูกรพราหมณ์ เราละการ เผาไม้ซึ่งบุคคลพึงปรารถนาความบริสุทธิ์ด้วยการเผาไม้อันเป็น ของมีในภายนอก แล้วยังไฟคือญาณให้โพลงภายในตนที เดียว เราเป็นพระอรหันต์ มีไฟอันโพลงแล้วเป็นนิตย์ มี จิตตั้งไว้ชอบแล้วเป็นนิตย์ ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ ดูกร- พราหมณ์ มานะแลเป็นดุจภาระคือ หาบของท่าน ความ โกรธดุจควัน มุสาวาทเป็นดุจเถ้า ลิ้นเป็นประดุจภาชนะ เครื่องบูชา หทัยเป็นที่ตั้งกองกูณฑ์ ตนที่ฝึกดีแล้ว เป็น ความรุ่งเรืองของบุรุษ ดูกรพราหมณ์ บุคคลผู้ถึงเวททั้งหลาย นั้นแล อาบในห้วงน้ำคือธรรมของบุรุษทั้งหลาย มีท่าคือศีล ไม่ขุ่นมัว อันบัณฑิตทั้งหลายสรรเสริญแล้ว มีตัวไม่เปียก แล้ว ย่อมข้ามถึงฝั่ง ดูกรพราหมณ์ สัจจะธรรม ความ สำรวม พรหมจรรย์ การถึงธรรมอันประเสริฐ อาศัยใน ท่ามกลาง ท่านจงกระทำความนอบน้อมในพระขีณาสพผู้ตรง ทั้งหลาย เรากล่าวคนนั้นว่าผู้มีธรรมเป็นสาระ ฯ

เอกมนฺตํ ฐิตํ โข สุนฺทริกภารทฺวาชํ พฺราหฺมณํ ภควา คาถาหิ อชฺฌภาสิ มา พฺราหฺมณ ทารุสมาทหาโน สุทฺธึ อมญฺญี พหิทฺธา หิ เอตํ น หิ เตน สุทฺธึ กุสลา วทนฺติ โย พาหิเรน ปริสุทฺธิมิจฺเฉ หิตฺวา อหํ พฺราหฺมณ ทารุทาหํ อชฺฌตฺตเมว ชลยามิ โชตึ นิจฺจคฺคินี นิจฺจสมาหิตตฺโต อรหํ อหํ พฺรหฺมจริยํ จรามิ มาโน หิ เต พฺราหฺมณ ขาริภาโร โกโธ ธูโม ภสฺมนิมฺโมสวชฺชํ ชิวฺหา สุชา หทยํ โชติฐานํ อตฺตา สุทนฺโต ปุริสสฺส โชติ ธมฺโม รหโท พฺราหฺมณ สีลติตฺโถ อนาวิโล สพฺภิ สตํ ปสตฺโถ ยตฺถ หเว เวทคุโน สินาตา อนลฺลคตฺตาว ตรนฺติ ปารํ สจฺจํ ธมฺโม สํยโม พฺรหฺมจริยํ มชฺเฌสิตา พฺราหฺมณ พฺรหฺมปตฺติ สตุชฺชุภูเตสุ นโม กโรหิ ตมหํ นรํ ธมฺมสารีติ พฺรูมีติ ฯ

๖๖๖

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้ง นัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ ก็แหละท่าน พระภารทวาชะ ได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังนี้ แล ฯ

เอวํ วุตฺเต สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อญฺญตโร จ ปนายสฺมา ภารทฺวาโช อรหตํ อโหสีติ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๙. สุนทริกสูตร