คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๘. กัฏฐหารสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๒. อุปาสกวรรค ๘. กัฏฐหารสูตร ๘. กัฏฐหารสูตร ว่าด้วยคนหาฟืน

๒๐๔

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้น โกศล สมัยนั้น มาณพหลายคนซึ่งเป็นศิษย์ของพราหมณ์ภารทวาชโคตรคนหนึ่ง เป็นคนหาฟืน พากันเข้าไปยังราวป่านั้นแล้วได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า อยู่ในราวป่านั้น จึงเข้าไปหาพราหมณ์- ภารทวาชโคตรถึงที่อยู่ ได้กล่าวกับพราหมณ์ภารทวาชโคตรดังนี้ว่า “ขอท่าน พึงทราบ พระสมณโคดมประทับนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า อยู่ในราวป่า” ลำดับนั้น พราหมณ์ภารทวาชโคตรพร้อมด้วยมาณพเหล่านั้นเข้าไปยังราวป่า นั้นแล้ว ได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรงสติไว้ เฉพาะหน้าเช่นนั้นจริง จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้วได้กราบทูลด้วย คาถาว่า ภิกษุ ท่านเข้าไปสู่ป่าที่ว่างเปล่าปราศจากคน ในป่าหนาทึบน่าหวาดเสียวนัก มีกายไม่ไหวหวั่น มีประโยชน์อันงาม เพ่งพินิจอย่างดีหนอ ท่านเป็นมุนีอาศัยป่า อยู่ในป่าแต่ผู้เดียว ซึ่งไม่มีเสียงขับร้อง และเสียงบรรเลง การที่ท่านมีใจยินดี อยู่ในป่าแต่ผู้เดียวนี้ ปรากฏเป็นข้อน่าอัศจรรย์แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าปรารถนาไตรทิพย์อันยอดเยี่ยม จึงอยากเป็นสหายกับท้าวมหาพรหมผู้เป็นอธิบดีของโลก เหตุไรท่านจึงชอบใจป่าที่ปราศจากคน ท่านทำความเพียรอยู่ที่นี้เพื่อจะบังเกิดเป็นพรหมหรือ @เชิงอรรถ : @ ไตรทิพย์อันยอดเยี่ยม หมายถึงพรหมโลก (สํ.ส.อ. ๑/๒๐๔/๒๕๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๙๕} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๒. อุปาสกวรรค ๘. กัฏฐหารสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ความมุ่งหวัง หรือความเพลิดเพลินอย่างใดอย่างหนึ่ง ในอารมณ์หลายชนิดซึ่งมีอยู่ประจำทุกเมื่อนานาประการ หรือตัณหาอันเป็นเหตุให้กระชับแน่นทั้งปวงนั้น ซึ่งมีความไม่รู้เป็นมูลรากก่อให้เกิดต่อๆ ไป เราทำให้สิ้นสุดพร้อมทั้งรากแล้ว เรานั้นจึงไม่มีความมุ่งหวัง ไม่มีตัณหาอาศัย ไม่มีตัณหาเข้ามาใกล้ มีปกติเห็นหมดจดในธรรมทั้งปวง บรรลุสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม ประเสริฐสุดแล้ว เราจึงควรแก่ความเป็นพรหม แกล้วกล้า เพ่งพินิจอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พราหมณ์ภารทวาชโคตรได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจน ไพเราะยิ่งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” กัฏฐหารสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ความมุ่งหวัง ในที่นี้หมายถึงตัณหา (สํ.ส.อ. ๑/๒๐๔/๒๕๒) @ สัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม ในที่นี้หมายถึงพระอรหัต (สํ.ส.อ. ๑/๒๐๔/๒๕๓) @ เพ่งพินิจอยู่ ในที่นี้หมายถึงเพ่งพินิจอยู่ด้วยฌาน ๒ อย่าง คือ (๑) รูปฌาน (๒) อรูปฌาน @(สํ.ส.อ. ๑/๒๐๔/๒๕๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๙๖}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๘. กัฏฐหารสูตร