๑. นิกขันตสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค วังคีสสังยุต นิกขันตสูตรที่ ๑
วงฺคีสสํยุตฺตํ ------------ ปฐมํ นิกฺขนฺตสุตฺตํ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง ท่านพระวังคีสะ อยู่ที่อัคคาฬวเจดีย์ เขตเมืองอาฬวี กับท่าน พระนิโครธกัปปะผู้เป็นอุปัชฌาย์ ก็สมัยนั้น ท่านพระวังคีสะยังเป็นภิกษุใหม่ บวชได้ไม่นาน ถูกละไว้ให้เฝ้าวิหาร ฯ
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ อายสฺมา วงฺคีโส อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย อายสฺมตา นิโคฺรธกปฺเปน อุปชฺฌาเยน สทฺธึ ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา วงฺคีโส นโว โหติ อจิรปพฺพชิโต โอหิยฺยโก วิหารปาโล ฯ
ครั้งนั้น สตรีเป็นอันมาก ประดับประดาร่างกายแล้ว เข้าไป ยังอารามเที่ยวดูที่อยู่ของพวกภิกษุ ครั้งนั้นแล ความกระสันย่อมบังเกิดขึ้น ความกำหนัดย่อมรบกวนจิตของ ท่านพระวังคีสะ เพราะได้เห็นสตรีเหล่านั้น ฯ ลำดับนั้น ท่านพระวังคีสะ มีความคิดดังนี้ว่า ไม่เป็นลาภของเราหนอ ไม่ใช่ลาภของเราหนอ เราได้ชั่วเสียแล้วหนอ เราไม่ได้ดีเสียแล้วหนอ ที่เราเกิด ความกระสัน ที่ความกำหนัดรบกวนจิตเรา เหตุที่คนอื่นๆ จะพึงบรรเทาความ กระสันแล้วยังความยินดีให้บังเกิดขึ้นแก่เรา ในความกำหนัดที่บังเกิดขึ้นแล้วนี้เรา จะได้แต่ที่ไหน อย่ากระนั้นเลย เราพึงบรรเทาความกระสันเสียแล้วยังความยินดี ให้เกิดขึ้นแก่ตนด้วยตนเองเถิด ฯ
อถ โข สมฺพหุลา อิตฺถิโย สมลงฺกริตฺวา เยนาราโม เตนุปสงฺกมึสุ วิหารเปกฺขิกาโย ฯ อถ โข อายสฺมโต วงฺคีสสฺส ตา อิตฺถิโย ทิสฺวา อนภิรติ อุปฺปชฺชติ ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ ฯ อถ โข อายสฺมโต วงฺคีสสฺส เอตทโหสิ อลาภา วต เม น วต เม ลาภา ทุลฺลทฺธํ วต เม น วต เม สุลทฺธํ ยสฺส เม อนภิรติ อุปฺปนฺนา ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา ยํ เม ปเร อนภิรตึ วิโนเทตฺวา อภิรตึ อุปฺปาเทยฺยุํ ยนฺนูนาหํ อตฺตนาว อตฺตโน อนภิรตึ วิโนเทตฺวา อภิรตึ อุปฺปาเทยฺยนฺติ ฯ
ในกาลนั้นแล ท่านพระวังคีสะบรรเทาความกระสันเสียแล้ว ยังความยินดีให้เกิดขึ้นแก่ตนเองแล้ว ได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ในเวลานั้นว่า วิตกทั้งหลายเป็นเหตุให้คะนอง (เกิดมา) แต่ฝ่ายธรรมดำ เหล่านี้ ย่อมวิ่งเข้ามาสู่เราผู้ออกจากเรือนบวช เป็นผู้ไม่มี เหย้าเรือนแล้ว ฯ บุตรของคนชั้นสูงทั้งหลาย ผู้มีฝีมืออันเชี่ยวชาญ ศึกษาดี แล้ว ทรงธนูไว้มั่นคง พึงทำจำนวนคนที่ไม่ยอมหนีตั้งพันๆ ให้กระจัดกระจายไปรอบด้าน (ฉันใด) ถึงแม้ว่าสตรีมากยิ่งกว่านี้จักมา สตรีเหล่านั้นก็จักเบียดเบียน เรา ผู้ตั้งมั่นแล้วในธรรมของตนไม่ได้เลย (ฉันนั้น) เพราะว่า เราได้ฟังทางเป็นที่ไปสู่พระนิพพานนี้ในที่เฉพาะ พระพักตร์ของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ พระอาทิตย์แล้ว ใจของเรายินดีแล้วในทางเป็นที่ไปสู่พระนิพพานนั้น ฯ แน่ะมารผู้ชั่วร้าย ถ้าท่านจะเข้ามาหาเราผู้อยู่อย่างนี้ แน่ะ มฤตยุราช เราจักทำโดยวิธีที่ท่านจักไม่เห็นแม้ซึ่งทางของเรา ได้เลย ดังนี้ ฯ
อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส อตฺตนาว อตฺตโน อนภิรตึ วิโนเทตฺวา อภิรตึ อุปฺปาเทตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ นิกฺขนฺตํ วต มํ สนฺตํ อคารสฺมานคาริยํ วิตกฺกา อุปธาวนฺติ ปคพฺภา กณฺหโต อิเม อุคฺคปุตฺตา มหิสฺสาสา สิกฺขิตา ทฬฺหธมฺมิโน สมนฺตา ปริกีเรยฺยุํ สหสฺสํ อปลายินํ สเจปิ เอตฺตกา ภิยฺโย อาคมิสฺสนฺติ อิตฺถิโย เนว มํ พฺยาธยิสฺสนฺติ ธมฺเม สมฺหิ ปติฏฺฐิตํ สกฺขี หิ เม สุตํ เอตํ พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน นิพฺพานคมนํ มคฺคํ ตตฺถ เม นิรโต มโน เอวญฺเจ มํ วิหรนฺตํ ปาปิมา อุปคจฺฉสิ ตถา มจฺจุ กริสฺสามิ น เม มคฺคมฺปิ ทกฺขสีติ ฯ