๖. อนุรุทธสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๖. อนุรุทธสูตร ว่าด้วยพระอนุรุทธะ
สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล ครั้งนั้น เทวดาชั้นดาวดึงส์องค์หนึ่งชื่อชาลินี เคยเป็นภรรยาเก่าของท่านพระอนุรุทธะ เข้าไปหาท่านพระอนุรุทธะถึงที่อยู่แล้วได้กล่าวกับท่านพระอนุรุทธะด้วยคาถาว่า ท่านจงตั้งจิตของท่านไว้ในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยอารมณ์อันน่าใคร่ทั้งปวง ที่ท่านเคยอยู่มาในกาลก่อน ท่านผู้อันหมู่เทพยกย่องแวดล้อมเป็นบริวารจะงดงาม @เชิงอรรถ : @ ดู ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๑๙/๓๔๖ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๒๗} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๙. วนสังยุต] ๖. อนุรุทธสูตร ท่านพระอนุรุทธะกล่าวคาถานี้ว่า เหล่านางเทพกัญญาผู้มีคติอันเลว ดำรงมั่นอยู่ในสักกายทิฏฐิ สัตว์ทั้งหลายผู้มีคติอันเลวแม้เหล่านั้น ก็ยังมีนางเทพกัญญาปรารถนา เทวดานั้นกล่าวด้วยคาถานี้ว่า เทพเหล่าใดยังไม่เคยเห็นสวนนันทนวัน อันเป็นที่อยู่ของพวกนรเทพ ผู้มียศ ชั้นไตรทศ เทพเหล่านั้นยังไม่รู้จักความสุข ท่านพระอนุรุทธะกล่าวด้วยคาถานี้ว่า เทวดาผู้เขลา ท่านไม่รู้แจ้งถ้อยคำ ของพระอรหันต์ทั้งหลายว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง มีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความสงบระงับสังขารเหล่านั้นเป็นความสุข บัดนี้ การกลับไปอยู่ในสวรรค์ของเราไม่มีอีกต่อไป ตัณหาดุจตาข่ายในหมู่เทพของเราไม่มี การเวียนว่ายตายเกิดสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีกต่อไป อนุรุทธสูตรที่ ๖ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๒๘}