๑๒. มัชฌัณหิกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๙. วนสังยุต] ๑๓. ปากดินทริยสูตร ๑๒. มัชฌัณหิกสูตร ว่าด้วยเวลาเที่ยงวัน
สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล ครั้งนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในราวป่านั้น เข้าไปหาภิกษุนั้นถึงที่อยู่แล้วได้กล่าวคาถานี้ใน สำนักของภิกษุนั้นว่า เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่ เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ากลัวแก่ข้าพเจ้า ภิกษุนั้นกล่าวคาถานี้ว่า เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่ เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ายินดีแก่เรา มัชฌัณหิกสูตรที่ ๑๒ จบ ๑๓. ปากตินทริยสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้ไม่สำรวมอินทรีย์
สมัยหนึ่ง ภิกษุจำนวนมากอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล เป็นผู้ฟุ้งซ่าน ถือตัว โลเล ปากกล้า พูดจาพร่ำเพรื่อ หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตไม่ตั้งมั่น มีจิตกวัดแกว่ง ไม่สำรวมอินทรีย์ ครั้งนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในราว ป่านั้น มีความอนุเคราะห์หวังดีต่อภิกษุเหล่านั้น ประสงค์จะให้ภิกษุเหล่านั้นสลดใจ จึงเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้นถึงที่อยู่ ได้กล่าวกับภิกษุเหล่านั้นด้วยคาถาว่า @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๑๕ หน้า ๑๔ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๓๓}