๑๓. ปากตินทริยสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ปากตินทริยสูตรที่ ๑๓
เตรสมํ ปากตินฺทฺริยสุตฺตํ
สมัยหนึ่ง ภิกษุมากรูปด้วยกัน พำนักอยู่ในแนวป่าแห่งหนึ่ง ในแคว้นโกศล ล้วนเป็นผู้ฟุ้งซ่าน เห่อเหิม ขี้โอ่ ปากกล้า พูดเหลวไหล มีสติฟั่นเฟือน ไม่รู้สึกตน ไม่หนักแน่น จิตไม่มั่นคง มีอินทรีย์อันเปิดเผย ฯ
เอกํ สมยํ สมฺพหุลา ภิกฺขู โกสเลสุ วิหรนฺติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ อุทฺธตา อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา มุฏฺฐสฺสติโน อสมฺปชานา อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา ปากตินฺทฺริยา ฯ
ครั้งนั้นแล เทวดาผู้สิงอยู่ในแนวป่านั้น มีความเอ็นดู ใคร่ประโยชน์แก่ภิกษุเหล่านั้น หวังจะให้พวกเธอสังเวชจึงเข้าไปหาถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะพวกเธอด้วยคาถาว่า ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นสาวก ของพระสมณโคดมในกาลก่อน มีปกติเป็นอยู่ง่าย ไม่มักได้ แสวงหาบิณฑบาต [ตามได้] ไม่มักได้แสวงหาเสนาสนะ [ตามได้] ท่านเหล่านั้นรู้ความ ไม่เที่ยงในโลกแล้ว ได้กระทำที่สุดแห่งทุกข์แล้ว [ส่วน พวกท่าน] ทำตนให้เป็นผู้เลี้ยงยาก ประดุจผู้เอาเปรียบ ชาวบ้านในบ้าน กินแล้วๆ ก็นอนหมกมุ่นอยู่ในเรือนของ คนอื่น เราขอกระทำอัญชลีแก่พระสงฆ์แล้วขอกล่าวถึงภิกษุ ที่ควรกล่าวบางพวก ในพระศาสนานี้ ท่านเหล่านั้นถูกเขา ทอดทิ้งหาที่พึ่งมิได้ เหมือนอย่างคนที่ตายแล้ว ถูกเขา ทอดทิ้งไว้ในป่าช้า ฉะนั้น เรากล่าวหมายถึงภิกษุจำพวกที่ เป็นผู้ประมาทอยู่ แต่ท่านเหล่าใดเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ เราขอ กระทำการนอบน้อมแก่ท่านเหล่านั้น ฯ ลำดับนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นเป็นผู้อันเทวดานั้นให้สังเวชถึงซึ่งความสลดใจ แล้วแล ฯ
อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา เตสํ ภิกฺขูนํ อนุกมฺปิกา อตฺถกามา เต ภิกฺขู สํเวเชตุกามา เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู คาถาหิ อชฺฌภาสิ สุขชีวิโน ปุเร อาสุํ ภิกฺขู โคตมสาวกา อนิจฺฉา ปิณฺฑํ เอสนา อนิจฺฉา สยนาสนํ โลเก อนิจฺจตํ ญตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ อกํสุ เต ทุปฺโปสํ กตฺวา อตฺตานํ คาเม คามณิกา วิย ภุตฺวา ภุตฺวา นิปชฺชนฺติ ปราคาเรสุ มุจฺฉิตา สงฺฆสฺส อญฺชลึ กตฺวา อิเธกจฺเจ วทามหํ อปวิฏฺฐา อนาถา เต ยถา เปตา ตเถว เต เย โข ปมตฺตา วิหรนฺติ เต เม สนฺธาย ภาสิตํ เย อปฺปมตฺตา วิหรนฺติ นโม เตสํ กโรมหนฺติ ฯ อถ โข เต ภิกฺขู ตาย เทวตาย สํเวชิตา สํเวคมาปาทุนฺติ ฯ