๕. สานุสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สานุสูตรที่ ๕
ปญฺจมํ สานุสุตฺตํ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตเมืองสาวัตถี ฯ สมัยนั้นแล บุตรของอุบาสิกาคนหนึ่งชื่อสานุ ถูกยักษ์เข้าสิง ฯ
เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตริสฺสา อุปาสิกาย สานุ นาม ปุตฺโต ยกฺเขน คหิโต โหติ ฯ
ครั้งนั้นแล อุบาสิกานั้นได้ปริเวทนาการกล่าวคาถาเหล่านี้ใน เวลานั้นว่า ฉันได้สดับต่อพระอรหันต์ทั้งหลายว่า ชนเหล่าใดเข้าอยู่ อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการด้วยดี ตลอดดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ และที่ ๘ แห่งปักษ์ ทั้งตลอดปาริหาริกปักษ์ ประพฤติ พรหมจรรย์อยู่ ยักษ์ทั้งหลายย่อมไม่เล่นกับชนเหล่านั้น บัดนี้ ฉันเห็นในวันนี้ ยักษ์เล่นกับสามเณรสานุ ฯ
อถ โข สา อุปาสิกา ปริเทวมานา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาริหาริกปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ อุโปสถํ อุปวสนฺติ พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ เย น เตหิ ยกฺขา กีฬนฺติ อิติ เม อรหตํ สุตํ สาทานิ อชฺช ปสฺสามิ ยกฺขา กีฬนฺติ สานุนาติ ฯ
ยักษ์กล่าวว่า ท่านได้สดับต่อพระอรหันต์ทั้งหลายว่า ชนเหล่าใดเข้าอยู่ อุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ตลอดดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ และที่ ๘ แห่งปักษ์ ทั้งตลอดปาริหาริกปักษ์ ประพฤติ พรหมจรรย์อยู่ ยักษ์ทั้งหลายย่อมไม่เล่นกับชนเหล่านั้น เป็น การชอบ ท่านพึงบอกสานุผู้ฟื้นขึ้นแล้วว่า ยักษ์สั่งคำนี้ไว้ว่า ท่านอย่าได้กระทำกรรมอันลามกทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ถ้าท่าน จักกระทำหรือกำลังกระทำกรรมอันลามกไซร้ ถึงท่านจะเหาะ หนีไปก็ไม่พ้นจากทุกข์ ฯ
จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาริหาริกปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ อุโปสถํ อุปวสนฺติ พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ เย น เตหิ ยกฺขา กีฬนฺติ สาหุ เต อรหตํ สุตํ สานุํ ปพุทฺธํ วชฺชาสิ ยกฺขานํ วจนํ อิทํ มากาสิ ปาปกํ กมฺมํ อาวิ วา ยทิ วา รโห สเจว ปาปกํ กมฺมํ กริสฺสสิ กโรสิ วา น เต ทุกฺขา ปมุตฺยตฺถิ อุปฺปจฺจาปิ ปลายโตติ ฯ
สามเณรสานุฟื้นขึ้นแล้วกล่าวว่า โยม ญาติ และมิตรทั้งหลายย่อมร้องไห้ถึงคนที่ตายแล้ว หรือยังเป็นอยู่แต่หายไป โยมยังเห็นฉันเป็นอยู่ ไฉนเหตุไร โยมจึงร้องไห้ถึงฉัน ฯ
มตํ วา อมฺม โรทนฺติ โย วา ชีวํ น ทิสฺสติ ชีวนฺตํ อมฺม ปสฺสนฺตี กสฺมา มํ อมฺม โรทสีติ ฯ
อุบาสิกากล่าวว่า ลูกเอ๋ย ญาติและมิตรทั้งหลายย่อมร้องไห้ถึงคนที่ตายแล้ว หรือยังเป็นอยู่แต่หายไป แต่คนใดละกามทั้งหลายแล้วจะ กลับมาในกามนี้อีก ลูกรัก ญาติและมิตรทั้งหลายย่อมร้องไห้ ถึงคนนั้น เพราะเขาเป็นอยู่ต่อไปอีกก็เหมือนตายแล้ว แน่พ่อ เรายกท่านขึ้นจากเถ้ารึงที่ยังร้อนระอุแล้ว ท่านอยากจะตกลง ไปสู่เถ้ารึงอีก แน่พ่อ เรายกท่านขึ้นจากเหวแล้ว ท่านอยาก จะตกลงไปสู่เหวอีก เราจะโพนทะนาแก่ใครเล่าว่า ขอท่าน จงช่วยกัน ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน ประดุจสิ่งของที่ขน ออกแล้วจากเรือนที่ไฟไหม้ แต่ท่านอยากจะเผามันเสียอีก ฯ
มตํ วา ปุตฺต โรทนฺติ โย วา ชีวํ น ทิสฺสติ โย จ กาเม จชิตฺวาน ปุนราคจฺฉเต อิธ ตํ วาปิ ปุตฺต โรทนฺติ ปุน ชีวํ มโต หิ โส กุกฺกุลา อุพฺภโต ตาต กุกฺกุลํ ปติตุมิจฺฉสิ นรกา อุภโต ตาต นรกํ ปติตุมิจฺฉสิ อภิธาวถ ภทฺทนฺเต กสฺส อุชฺฌาปยามเส อาทิตฺตา นิพฺภตํ ภณฺฑํ ปุน ฑยฺหิตุมิจฺฉสีติ ฯ