๕. สานุสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๐. ยักขสังยุต] ๕. สานุสูตร ๕. สานุสูตร ว่าด้วยสามเณรสานุ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น บุตรของอุบาสิกาคนหนึ่งชื่อสานุ ถูกยักษ์เข้าสิง ครั้งนั้น อุบาสิกานั้นได้คร่ำครวญกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า ฉันได้สดับคำของพระอรหันต์ทั้งหลายว่า ‘ชนเหล่าใดเข้าอยู่จำอุโบสถอันประกอบ ด้วยองค์ ๘ ประการด้วยดี ตลอดดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ และที่ ๘ แห่งปักษ์ ทั้งตลอดปาฏิหาริยปักษ์ ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ ยักษ์ทั้งหลายย่อมเข้าสิงชนเหล่านั้นไม่ได้’ เป็นการถูกต้องแล้ว บัดนี้ ฉันเห็นแล้ว ในวันนี้ยักษ์เข้าสิงสามเณรสานุ ยักษ์กล่าวว่า ท่านได้สดับคำของพระอรหันต์ทั้งหลายว่า ‘ชนเหล่าใดเข้าอยู่จำอุโบสถอันประกอบ ด้วยองค์ ๘ ประการด้วยดี ตลอดดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ และที่ ๘ แห่งปักษ์ ทั้งตลอดปาฏิหาริยปักษ์ ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ ยักษ์ทั้งหลายย่อมเข้าสิงชนเหล่านั้นไม่ได้’ เป็นการถูกต้องแล้ว ท่านจงบอกสานุผู้ฟื้นขึ้นแล้วว่า ยักษ์สั่งคำนี้ไว้ว่า ท่านอย่าได้กระทำกรรมอันลามกทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ ถ้าท่านจักกระทำหรือกำลังกระทำกรรมอันลามก ถึงท่านจะเหาะหนีไปก็ไม่พ้นจากความทุกข์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๔๒} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๐. ยักขสังยุต] ๕. สานุสูตร สามเณรสานุฟื้นขึ้นแล้วกล่าวว่า โยมแม่ ญาติและมิตรทั้งหลาย ย่อมร้องไห้ถึงคนที่ตายแล้ว หรือยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่ปรากฏ ท่านยังเห็นฉันซึ่งมีชีวิตอยู่แท้ๆ เพราะเหตุไรจึงร้องไห้ถึงฉันเล่า อุบาสิกากล่าวว่า ลูกเอ๋ย ญาติและมิตรทั้งหลาย ย่อมร้องไห้ถึงคนที่ตายแล้ว หรือยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่ปรากฏ แต่คนใดละกามแล้วยังคิดจะกลับมาในกามนี้อีก ลูกเอ๋ย ญาติและมิตรทั้งหลายย่อมร้องไห้ถึงคนนั้น เพราะเขาเป็นอยู่ต่อไปอีกก็เหมือนตายแล้ว พ่อ เรายกท่านขึ้นจากการครองเรือนที่รุ่มร้อนแล้ว ท่านยังปรารถนาจะตกลงไปสู่การครองเรือนอีก พ่อ เรายกท่านขึ้นจากเหวแล้ว ท่านยังปรารถนาจะตกลงไปสู่เหวอีกหรือ เราจะโพนทะนาแก่ใครเล่าว่า ขอท่านจงช่วยกัน ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน ดุจสิ่งของที่ขนออกแล้วจากเรือนที่ไฟไหม้ แต่ท่านปรารถนาจะเผามันอีก สานุสูตรที่ ๔ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๔๓}