๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร ว่าด้วยการนอบน้อมของท้าวสักกะ สูตรที่ ๓
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพได้ตรัสกับมาตลีสังคาหก- เทพบุตรว่า ‘สหายมาตลี ท่านจงจัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เราจะไปยังพื้นที่อุทยานเพื่อชมภูมิภาคอันงดงาม’ มาตลีสังคาหกเทพบุตรทูลรับพระดำรัสแล้ว จัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้า อาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เสร็จแล้วกราบทูลแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า ‘ข้าแต่พระองค์ ผู้นิรทุกข์ รถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว สำหรับพระองค์จัดเตรียมไว้ เสร็จแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด’ ได้ทราบว่า ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพขณะเสด็จลงจากเวชยันต์ปราสาท ทรงประนมมือนอบน้อมภิกษุสงฆ์อยู่ ครั้งนั้น มาตลีสังคาหกเทพบุตรได้ทูลถามท้าว สักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า นรชนผู้นอนทับกายอันเปื่อยเน่าเหล่านี้ นอบน้อมพระองค์เท่านั้น พวกเขาจมอยู่ในซากศพ เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความหิวและความกระหาย ข้าแต่ท้าววาสวะ เพราะเหตุไรหนอ พระองค์จึงทรงโปรดปรานท่านผู้ไม่มีเรือนเหล่านั้น ขอพระองค์ตรัสบอกมรรยาทของฤๅษีทั้งหลาย ข้าพระองค์ขอฟังพระดำรัสของพระองค์ พระเจ้าข้า @เชิงอรรถ : @ จมอยู่ในซากศพ ในที่นี้หมายถึงอยู่ในท้องของมารดา ๑๐ เดือน (สํ.ส.อ. ๑/๒๖๖/๓๓๕, @สํ.ฏีกา ๑/๒๖๖/๓๖๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๘} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร ท้าวสักกะตรัสตอบว่า มาตลี เราโปรดปรานมรรยาท ของท่านผู้รู้ที่ไม่มีเรือนเหล่านั้น เพราะท่านเหล่านั้นเป็นผู้ไม่มีความห่วงใย ในบ้านที่ท่านจากไป บุคคลผู้จะเก็บข้าวเปลือก ของท่านเหล่านั้นไว้ในฉางก็ไม่มี จะเก็บไว้ในหม้อก็ไม่มี จะเก็บไว้ในกระเช้าก็ไม่มี ท่านเหล่านั้นมีวัตรงาม แสวงหาอาหารที่ผู้อื่นทำเสร็จแล้ว เยียวยาอัตภาพด้วยอาหารนั้น ท่านเหล่านั้นเป็นนักปราชญ์ กล่าวคำสุภาษิต เป็นผู้สงบ ประพฤติสม่ำเสมอ มาตลี พวกเทวดายังโกรธกับอสูร และสัตว์เป็นอันมากยังโกรธซึ่งกันและกัน เมื่อเขายังโกรธกัน แต่ท่านเหล่านั้นไม่โกรธ ดับ(ความโกรธ)เสียได้ในบุคคลผู้มีอาชญาในตน เมื่อชนทั้งหลายยังมีความถือมั่น ท่านเหล่านั้นไม่ถือมั่น มาตลี เราจึงนอบน้อมท่านเหล่านั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๙} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๒. ทุติยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค มาตลีสังคาหกเทพบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่ท้าวสักกะ ได้ยินว่า พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด แม้ข้าพระองค์ก็ขอนอบน้อมบุคคลเหล่านั้นเหมือนกัน ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราช ผู้เป็นประมุข ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงนอบน้อมภิกษุสงฆ์ เสด็จขึ้นราชรถกลับไป” ตติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๑๐ จบ วรรคที่ ๒ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปฐมเทวสูตร ๒. ทุติยเทวสูตร ๓. ตติยเทวสูตร ๔. ทฬิททสูตร ๕. รามเณยยกสูตร ๖. ยชมานสูตร ๗. วันทนาสูตร ๘. ปฐมสักกนมัสสนสูตร ๙. ทุติยสักกนมัสสนสูตร ๑๐. ตติยสักกนมัสสนสูตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๙๐}