๑๓. สัทธรรมปฏิรูปกสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๓. สัทธรรมปฏิรูปกสูตร
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปะเข้า ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นพระมหากัสสปะนั่งเรียบร้อยแล้วได้กราบทูลถามว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้เมื่อก่อนสิกขาบทมีน้อย และภิกษุตั้งอยู่ในพระอรหัตผลมีมาก และอะไรเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บัดนี้ สิกขาบทมีมาก และภิกษุตั้งอยู่ในพระอรหัตผลมีน้อย ฯ
เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา มหากสฺสโป ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน ปุพฺเพ อปฺปตรานิ เจว สิกฺขาปทานิ อเหสุํ พหุตรา จ ภิกฺขู อญฺญาย สณฺฐหึสุ โก ปน ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยเนตรหิ พหุตรานิ เจว สิกฺขาปทานิ อปฺปตรา จ ภิกฺขู อญฺญาย สณฺฐหนฺตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัสสป ข้อนั้นเป็นอย่างนี้คือ เมื่อหมู่สัตว์เลวลง พระสัทธรรมกำลังเลือนหายไป สิกขาบทจึงมีมากขึ้น ภิกษุที่ ตั้งอยู่ในพระอรหัตผลจึงน้อยเข้า สัทธรรมปฏิรูปยังไม่เกิดขึ้นในโลกตราบใด ตราบนั้นพระสัทธรรมก็ยังไม่เลือนหายไป และสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้นในโลกเมื่อ ใด เมื่อนั้นพระสัทธรรมจึงเลือนหายไป ทองเทียมยังไม่เกิดขึ้นในโลก ตราบใด ตราบนั้นทองคำธรรมชาติก็ยังไม่หายไป และเมื่อทองเทียมเกิดขึ้น ทองคำธรรม- *ชาติจึงหายไป ฉันใด พระสัทธรรมก็ฉันนั้น สัทธรรมปฏิรูปยังไม่เกิดขึ้นในโลก ตราบใด ตราบนั้นพระสัทธรรมก็ยังไม่เลือนหายไป เมื่อสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้น เมื่อใด เมื่อนั้นพระสัทธรรมจึงเลือนหายไป ฯ
เอวเญฺหตํ กสฺสป โหติ สตฺเตสุ หายมาเนสุ สทฺธมฺเม อนฺตรธายมาเน พหุตรานิ เจว สิกฺขาปทานิ โหนฺติ อปฺปตรา จ ภิกฺขู อญฺญาย สณฺฐหนฺติ น ตาว กสฺสป สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหติ ยาว น สทฺธมฺมปฏิรูปกํ โลเก อุปฺปชฺชติ ยโต จ โข กสฺสป สทฺธมฺมปฏิรูปกํ โลเก อุปฺปชฺชติ อถ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหติ ฯ เสยฺยถาปิ กสฺสป น ตาว ชาตรูปสฺส อนฺตรธานํ โหติ ยาว น ชาตรูปปฏิรูปกํ โลเก อุปฺปชฺชติ ยโต จ โข กสฺสป ชาตรูปปฏิรูปกํ โลเก อุปฺปชฺชติ อถ ชาตรูปสฺส อนฺตรธานํ โหติ ฯ เอวเมว โข กสฺสป น ตาว สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหติ ยาว น สทฺธมฺมปฏิรูปกํ โลเก อุปฺปชฺชติ ยโต จ โข กสฺสป สทฺธมฺมปฏิรูปกํ โลเก อุปฺปชฺชติ อถ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหติ ฯ
ดูกรกัสสป ธาตุดินยังพระสัทธรรมให้เลือนหายไปไม่ได้ ธาตุ น้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ก็ยังพระสัทธรรมให้เลือนหายไปไม่ได้ ที่แท้โมฆบุรุษใน โลกนี้ต่างหาก เกิดขึ้นมาก็ทำให้พระสัทธรรมเลือนหายไป เปรียบเหมือนเรือจะ อัปปาง ก็เพราะต้นหนเท่านั้น พระสัทธรรมยังไม่เลือนหายไปด้วยประการฉะนี้ ฯ
น โข กสฺสป ปฐวีธาตุ สทฺธมฺมํ อนฺตรธาเปติ น อาโปธาตุ สทฺธมฺมํ อนฺตรธาเปติ น เตโชธาตุ สทฺธมฺมํ อนฺตรธาเปติ น วาโยธาตุ สทฺธมฺมํ อนฺตรธาเปติ อถ โข อิเธว เต อุปฺปชฺชนฺติ โมฆปุริสา เย อิมํ สทฺธมฺมํ อนฺตรธาเปนฺติ เสยฺยถาปิ กสฺสป นาวา อาทิเกเนว โอปิลาวติ ฯ น โข กสฺสป เอวํ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหติ ฯ
ดูกรกัสสป เหตุฝ่ายต่ำ ๕ ประการเหล่านี้ ย่อมเป็นไปพร้อม เพื่อความฟั่นเฟือน เพื่อความเลือนหายแห่งพระสัทธรรม เหตุฝ่ายต่ำ ๕ ประการ เป็นไฉน คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพ ยำเกรงในพระศาสดา ๑ ในพระธรรม ๑ ในพระสงฆ์ ๑ ในสิกขา ๑ ในสมาธิ ๑ เหตุฝ่ายต่ำ ๕ ประการเหล่านี้แล ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความฟั่นเฟือน เพื่อ ความเลือนหายแห่งพระสัทธรรม ฯ
ปญฺจ โขเม กสฺสป โอกฺกมนิยา ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ ฯ กตเม ปญฺจ ฯ อิธ กสฺสป ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย สตฺถริ อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา ธมฺเม อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา สงฺเฆ อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา สิกฺขาย อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา สมาธิสฺมึ อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา ฯ อิเม โข กสฺสป ปญฺจ โอกฺกมนิยา ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ ฯ
ดูกรกัสสป เหตุ ๕ ประการเหล่านี้แล ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อ ความตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือน ไม่เลือนหายแห่งพระสัทธรรม เหตุ ๕ ประการเป็น ไฉน คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในธรรมวินัยนี้ มีความเคารพ ยำเกรงในพระศาสดา ๑ ในพระธรรม ๑ ในพระสงฆ์ ๑ ในสิกขา ๑ ในสมาธิ ๑ เหตุ ๕ ประการเหล่านี้แล ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือน ไม่เลือนหายแห่งพระสัทธรรม ฯ จบสูตรที่ ๑๓ จบกัสสปสังยุตต์ที่ ๔ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สันตุฏฐสูตร ๒. อโนตตัปปิสูตร ๓. จันทูปมสูตร ๔. กุลูปกสูตร ๕. ชิณณสูตร ๖. โอวาทสูตรที่ ๑ ๗. โอวาท สูตรที่ ๒ ๘. โอวาทสูตรที่ ๓ ๙. ฌานาภิญญาสูตร ๑๐. ภิกขุนูปัสสยสูตร ๑๑. จีวรสูตร ๑๒. ปรัมมรณสูตร ๑๓. สัทธรรมปฏิรูปกสูตร ฯ -----------------------------------------------------
ปญฺจ โขเม กสฺสป ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ ฯ กตเม ปญฺจ ฯ อิธ กสฺสป ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย สตฺถริ สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา ธมฺเม สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา สงฺเฆ สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา สิกฺขาย สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา สมาธิสฺมึ สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา ฯ อิเม โข กสฺสป ปญฺจ ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ เตรสมํ ฯ กสฺสปสํยุตฺตํ จตุตฺถํ นิฏฺฐิตํ ฯ ตสฺส อุทฺทานํ สนฺตุฏฺฐญฺจ อโนตฺตาปี จนฺทูปมํ กุลูปกํ ชิณฺณํ ตโย จ โอวาทา ฌานาภิญฺญา อุปสฺสยํ จีวรํ ปรมฺมรณํ สทฺธมฺมปฏิรูปกนฺติ ฯ --------