๑๐. ภิกขุสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๐. ภิกขุสูตร
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ- *บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค ... ได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็น อันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราย่อมกล่าวถึงลาภสักการะและชื่อเสียงว่า เป็นอันตรายแม้แก่ภิกษุผู้ เป็นอรหันตขีณาสพ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้ ท่านพระอานนท์จึงทูลถาม พระผู้มีพระภาคว่า เพราะเหตุไรเล่าพระเจ้าข้า ลาภสักการะและชื่อเสียงจึงเป็น อันตรายแก่ภิกษุขีณาสพ ฯ
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... โยปิ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อรหํ ขีณาสโว ตสฺสปหํ ลาภสกฺการสิโลกํ อนฺตรายาย วทามีติ ฯ เอวํ วุตฺเต อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ กิสฺส ปน ภนฺเต ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน ลาภสกฺการสิโลโก อนฺตรายายาติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ เรากล่าวถึงลาภสักการะ และชื่อเสียงว่าเป็นอันตรายแก่เจโตวิมุติอันไม่กำเริบของภิกษุขีณาสพนั้นหามิได้ แต่เรากล่าวถึงลาภสักการะและชื่อเสียง ว่าเป็นอันตรายแก่ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขใน ปัจจุบัน อันภิกษุขีณาสพผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปแล้วอยู่นั้น บรรลุแล้ว กะเธอทั้งหลาย ดูกรอานนท์ ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มี ธรรมอื่นยิ่งไปกว่านี้ เพราะเหตุนั้นแล อานนท์ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักละลาภสักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้วเสีย และลาภสักการะ และชื่อเสียงที่บังเกิดขึ้นแล้ว จักครอบงำจิตของเราทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้ เธอ ทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบตติยวรรคที่ ๓ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. มาตุคามสูตร ๒. ชนปทกัลยาณีสูตร ๓. ปุตตสูตร ๔. เอกธีตุสูตร ๕. สมณพราหมณสูตรที่ ๑ ๖. สมณพราหมณสูตรที่ ๒ ๗. สมณพราหมณ สูตรที่ ๓ ๘. ฉวิสูตร ๙. รัชชุสูตร ๑๐. ภิกขุ สูตร ฯ -----------------------------------------------------
ยา หิสฺส สา อานนฺท อกุปฺปา เจโตวิมุตฺติ นาหํ ตสฺสา ลาภสกฺการสิโลกํ อนฺตรายาย วทามิ ฯ เย จ ขฺวสฺส โว อานนฺท อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารา อธิคตา เตสาหมสฺส ลาภสกฺการสิโลกํ อนฺตรายาย วทามิ ฯ เอวํ ทารุโณ โข อานนฺท ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย ฯ ตสฺมาติห อานนฺท เอวํ สิกฺขิตพฺพํ อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการสิโลกํ ปชหิสฺสาม น จ โน อุปฺปนฺโน ลาภสกฺการสิโลโก จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตีติ ฯ เอวญฺหิ โว อานนฺท สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ทสมํ ฯ ตติยวคฺโค ตติโย ฯ ตสฺส อุทฺทานํ มาตุคาโม จ กลฺยาณี ปุตฺโต จ เอกธีตุยา สมณพฺราหฺมณา ตีณิ ฉวิ รชฺชุ จ ภิกฺขุนาติ ฯ -------