๑๐. เถรนามสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๐. เถรนามสูตร
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันกลันทก- *นิวาปสถาน เขตพระนครราชคฤห์ สมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีชื่อว่าเถระ มี ปรกติอยู่ผู้เดียว และสรรเสริญการอยู่ผู้เดียว เธอเป็นผู้เดียว เข้าไปสู่บ้านเพื่อ บิณฑบาต เป็นผู้เดียวเดินกลับ ย่อมนั่งในที่ลับผู้เดียว และย่อมเป็นผู้เดียว อธิษฐานจงกรม ครั้งนั้นแล ภิกษุมากรูปด้วยกันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นภิกษุเหล่านั้น นั่งเรียบร้อยแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุ รูปหนึ่งในพระธรรมวินัยนี้ มีชื่อว่าเถระ มีปรกติอยู่คนเดียว และมีปรกติกล่าว สรรเสริญการอยู่คนเดียว ฯ
เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ เถรนามโก เอกวิหารี เจว โหติ เอกวิหารสฺส จ วณฺณวาที ฯ โส เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ เอโก ปฏิกฺกมติ เอโก รโห นิสีทติ เอโก จงฺกมํ อธิฏฺฐาติ ฯ อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ อิธ ภนฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ เถรนามโก เอกวิหารี เอกวิหารสฺส จ วณฺณวาทีติ ฯ
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุรูปหนึ่งมาตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอจงไปบอกภิกษุชื่อเถระตามคำของเราว่า พระศาสดารับสั่งให้หา ภิกษุนั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว เข้าไปหาท่านพระเถระถึงที่อยู่ ครั้นเข้าไปหา แล้วกล่าวว่า อาวุโส พระศาสดารับสั่งให้หาท่าน ท่านพระเถระรับคำภิกษุนั้น แล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
อถ โข ภควา อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ เอหิ ตฺวํ ภิกฺขุ มม วจเนน เถรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตหิ สตฺถา ตํ อาวุโส เถรํ อามนฺเตตีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา เยนายสฺมา เถโร เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ เถรํ เอตทโวจ สตฺถา ตํ อาวุโส เถรํ อามนฺเตตีติ ฯ เอวมาวุโสติ โข อายสฺมา เถโร ตสฺส ภิกฺขุโน ปฏิสฺสุณิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ
ครั้นท่านพระเถระนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัส ถามว่า ดูกรเถระ ได้ยินว่า เธอมีปรกติอยู่คนเดียวและมักสรรเสริญการอยู่คน เดียว จริงหรือ ฯ พระเถระกราบทูลว่า จริง พระเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรเถระ ก็เธอมีปรกติอยู่คนเดียว และมักกล่าวสรรเสริญการอยู่ คนเดียวอย่างไร ฯ ถ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในข้อนี้ คือข้าพระองค์คนเดียวเข้าไปสู่บ้าน เพื่อบิณฑบาต เดินกลับคนเดียว นั่งในที่ลับคนเดียว อธิษฐานจงกรมคนเดียว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์มีปรกติอยู่คนเดียว และมักกล่าวสรรเสริญการ อยู่คนเดียว อย่างนี้แล ฯ
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ เถรํ ภควา เอตทโวจ สจฺจํ กิร ตฺวํ เถร เอกวิหารี เอกวิหารสฺส จ วณฺณวาทีติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ ยถากถํ ปน ตฺวํ เถร เอกวิหารี เอกวิหารสฺส จ วณฺณวาทีติ ฯ อิธาหํ ภนฺเต เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิสามิ เอโก ปฏิกฺกมามิ เอโก รโห นิสีทามิ เอโก จงฺกมํ อธิฏฺฐามิ เอวํ ขฺวาหํ ภนฺเต เอกวิหารี เอกวิหารสฺส จ วณฺณวาทีติ ฯ
พ. ดูกรเถระ การอยู่คนเดียวนี้มีอยู่ เราจะกล่าวว่าไม่มีก็หา ไม่ เถระ อนึ่ง การอยู่คนเดียวของเธอย่อมเป็นอันบริบูรณ์โดยพิสดารกว่าด้วย ประการใด เธอจงฟังประการนั้น จงทำไว้ในใจให้ดี เราจักกล่าว ท่านพระเถระ ทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังต่อไปนี้ ฯ
อตฺเถโส เถร เอกวิหาโร น โส นตฺถีติ วทามิ อปิจ เต เถร ยถา เอกวิหาโร วิตฺถารตเรน ปริปุณฺโณ โหติ ตํ สุณาหิ สาธุกํ มนสิกโรหิ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข ฯเปฯ
ดูกรเถระ ก็การอยู่คนเดียว ย่อมเป็นอันบริบูรณ์โดยพิสดาร กว่าอย่างไร ในข้อนี้ สิ่งใดที่ล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็ละได้แล้ว สิ่งใดยังไม่มาถึง สิ่งนั้นก็สละคืนได้แล้ว ฉันทราคะในการได้อัตภาพที่เป็นปัจจุบันถูกกำจัดแล้วด้วย ดี การอยู่คนเดียวย่อมเป็นอันบริบูรณ์โดยพิสดารกว่า อย่างนี้แล ฯ
กถญฺจ เถร เอกวิหาโร วิตฺถารตเรน ปริปุณฺโณ โหติ อิธ เถร ยํ อตีตํ ตํ ปหีนํ ยํ อนาคตํ ตํ ปฏินิสฺสฏฺฐํ ปจฺจุปฺปนฺเนสุ จ อตฺตภาวปฏิลาเภสุ ฉนฺทราโค สุปฏิวินีโต เอวํ โข เถร เอกวิหาโร วิตฺถารตเรน ปริปุณฺโณ โหตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า เราย่อมเรียกนรชนผู้ครอบงำขันธ์ อายตนะ ธาตุ และไตรภพ ทั้งหมดได้ ผู้รู้ทุกข์ทุกอย่าง ผู้มีปัญญาดี ผู้ไม่แปดเปื้อนใน ธรรมทั้งปวง ผู้ละสิ่งทั้งปวงเสียได้ ผู้หลุดพ้น ในเพราะ นิพพานเป็นที่สิ้นตัณหา ว่าเป็นผู้มีปรกติอยู่คนเดียว ดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๑๐
อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา สพฺพาภิภุํ สพฺพวิทุํ สุเมธํ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺตํ สพฺพํ ชหํ ตณฺหกฺขเย วิมุตฺตํ ตมหํ นรํ เอกวิหารีติ พฺรูมีติ ฯ ทสมํ ฯ