คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๙. อริยสาวกสูตร ที่ ๑

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๗๘–๑๘๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๕ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๙. อริยสาวกสูตรที่ ๑

๑๗๘

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับมิได้มีความสงสัยอย่างนี้ว่า เมื่ออะไรมี อะไรจึงมีหรือหนอแล เพราะอะไรเกิดขึ้น อะไรจึงเกิดขึ้น เมื่ออะไรมี นามรูป จึงมี เมื่ออะไรมี สฬายตนะจึงมี เมื่ออะไรมี ผัสสะจึงมี เมื่ออะไรมี เวทนา จึงมี เมื่ออะไรมี ตัณหาจึงมี เมื่ออะไรมี อุปาทานจึงมี เมื่ออะไรมี ภพจึงมี เมื่ออะไรมี ชาติจึงมี เมื่ออะไรมี ชราและมรณะจึงมี ฯ

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ... น ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส เอวํ โหติ กึ นุ โข กิสฺมึ สติ กึ โหติ กิสฺสุปฺปาทา กึ อุปฺปชฺชติ กิสฺมึ สติ นามรูปํ โหติ กิสฺมึ สติ สฬายตนํ โหติ กิสฺมึ สติ ผสฺโส โหติ กิสฺมึ สติ เวทนา โหติ กิสฺมึ สติ ตณฺหา โหติ กิสฺมึ สติ อุปาทานํ โหติ กิสฺมึ สติ ภโว โหติ กิสฺมึ สติ ชาติ โหติ กิสฺมึ สติ ชรามรณํ โหตีติ ฯ

๑๗๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โดยที่แท้ อริยสาวกผู้ได้สดับย่อมมีญาณ หยั่งรู้ในเรื่องนี้ โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่อวิญญาณมีนามรูปจึงมี เมื่อนามรูปมี สฬายตนะจึงมี เมื่อ สฬายตนะมี ผัสสะจึงมี เมื่อผัสสะมี เวทนาจึงมี เมื่อเวทนามี ตัณหาจึงมี เมื่อตัณหามี อุปาทานจึงมี เมื่ออุปาทานมี ภพจึงมี เมื่อภพมี ชาติจึงมี เมื่อ ชาติมี ชราและมรณะจึงมี อริยสาวกนั้นย่อมรู้ประจักษ์อย่างนี้ว่า โลกนี้ย่อมเกิด ขึ้นอย่างนี้ ฯ

อถ โข ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส อปรปฺปจฺจยา ญาณเมเวตฺถ โหติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ วิญฺญาเณ สติ นามรูปํ โหติ นามรูเป สติ สฬายตนํ โหติ สฬายตเน สติ ผสฺโส โหติ ผสฺเส สติ เวทนา โหติ เวทนาย สติ ตณฺหา โหติ ตณฺหาย สติ อุปาทานํ โหติ อุปาทาเน สติ ภโว โหติ ฯเปฯ ชาติยา สติ ชรามรณํ โหตีติ ฯ โส เอวํ ปชานาติ เอวมยํ โลโก สมุทยตีติ ฯ

๑๘๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมไม่มีความสงสัย อย่างนี้ว่า เมื่ออะไรไม่มี อะไรจึงไม่มีหรือหนอแล เพราะอะไรดับ อะไรจึงดับ เมื่ออะไรไม่มี นามรูปจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ผัสสะจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี เวทนาจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ตัณหาจึงไม่มี เมื่อ อะไรไม่มี อุปาทานจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ภพจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ชาติจึง ไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี ฯ

น ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส เอวํ โหติ กึ นุ โข กิสฺมึ อสติ กึ น โหติ กิสฺส นิโรธา กึ นิรุชฺฌติ กิสฺมึ อสติ นามรูปํ น โหติ กิสฺมึ อสติ สฬายตนํ น โหติ กิสฺมึ อสติ ผสฺโส น โหติ กิสฺมึ อสติ เวทนา น โหติ กิสฺมึ อสติ ตณฺหา น โหติ กิสฺมึ อสติ อุปาทานํ น โหติ กิสฺมึ อสติ ภโว น โหติ กิสฺมึ อสติ ชาติ น โหติ กิสฺมึ อสติ ชรามรณํ น โหตีติ ฯ

๑๘๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โดยที่แท้ อริยสาวกผู้ได้สดับย่อมมีญาณ หยั่งรู้ในเรื่องนี้โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ เมื่อวิญญาณไม่มี นามรูปจึงไม่มี เมื่อนามรูปไม่มี สฬายตนะจึง ไม่มี ฯลฯ อุปาทานจึงไม่มี ... ภพจึงไม่มี ... ชาติจึงไม่มี เมื่อชาติไม่มี ชราและ มรณะจึงไม่มี อริยสาวกนั้นย่อมรู้ประจักษ์อย่างนี้ว่า โลกนี้ย่อมดับอย่างนี้ ฯ

อถ โข ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส อปรปฺปจฺจยา ญาณเมเวตฺถ โหติ อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ วิญฺญาเณ อสติ นามรูปํ น โหติ นามรูเป อสติ สฬายตนํ น โหติ ฯเปฯ อุปาทานํ น โหติ ... ภโว น โหติ ... ชาติ น โหติ ชาติยา อสติ ชรามรณํ น โหตีติ ฯ โส เอวํ ปชานาติ เอวมยํ โลโก นิรุชฺฌตีติ ฯ

๑๘๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล อริยสาวกรู้ทั่วถึงเหตุเกิดและ ความดับไปแห่งโลกตามเป็นจริงอย่างนี้ ในกาลนั้น อริยสาวกนี้ เราเรียกว่าเป็น ผู้สมบูรณ์ด้วยทิฐิบ้าง เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยทัศนะบ้าง เป็นผู้มาถึงสัทธรรมนี้บ้าง เห็นสัทธรรมนี้บ้าง เป็นผู้ประกอบด้วยญาณอันเป็นเสขะบ้าง เป็นผู้ประกอบด้วย วิชชาอันเป็นเสขะบ้าง เป็นผู้บรรลุกระแสแห่งธรรมบ้าง เป็นพระอริยะมีปัญญา เครื่องชำแรกกิเลสบ้าง ว่าอยู่ชิดประตูอมตนิพพานบ้าง ฯ จบสูตรที่ ๙

ยโต โข ภิกฺขเว อริยสาวโก เอวํ โลกสฺส สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อริยสาวโก ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน อิติปิ ฯเปฯ อมตทฺวารํ อาหจฺจ ติฏฺฐติ อิติปีติ ฯ นวมํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๙. อริยสาวกสูตร ที่ ๑