อันตรไปยยาล
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อันตรไปยยาลที่ ๙
อนฺตรเปยฺยาโล นวโม
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ- *บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯลฯ ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียก ภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นชรามรณะ ตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในชรามรณะตามเป็นจริง บุคคลเมื่อไม่รู้ ไม่เห็นเหตุเกิดแห่งชรามรณะตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในเหตุเกิด แห่งชรามรณะตามเป็นจริง บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นความดับแห่งชรามรณะตามเป็น จริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในความดับแห่งชรามรณะตามเป็นจริง บุคคล เมื่อไม่รู้ไม่เห็นปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งชรามรณะตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งชรามรณะตามเป็นจริง ฯ [ไปยยาลแห่งบาลีประเทศทั้งปวงอย่างนี้] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นชาติตามความเป็นจริง ... เมื่อ ไม่รู้ไม่เห็นภพตามเป็นจริง ... เมื่อไม่รู้ไม่เห็นอุปาทานตามเป็นจริง ... เมื่อไม่รู้ไม่เห็น ตัณหาตามเป็นจริง ... เมื่อไม่รู้ไม่เห็นเวทนาตามเป็นจริง ... เมื่อไม่รู้ไม่เห็นผัสสะ ตามเป็นจริง ... เมื่อไม่รู้ไม่เห็นสฬายตนะตามเป็นจริง ... เมื่อไม่รู้ไม่เห็นนามรูป ตามความเป็นจริง ... เมื่อไม่รู้ไม่เห็นวิญญาณตามความเป็นจริง ... เมื่อไม่รู้ไม่เห็น สังขารทั้งหลายตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในสังขารทั้งหลายตามเป็น จริง เมื่อไม่รู้ไม่เห็นเหตุเกิดแห่งสังขารตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ ในเหตุเกิดแห่งสังขารตามเป็นจริง เมื่อไม่รู้ไม่เห็นความดับแห่งสังขารตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ความดับแห่งสังขารตามเป็นจริง เมื่อไม่รู้ไม่เห็นปฏิปทา อันให้ถึงความดับแห่งสังขารตามเป็นจริง พึงแสวงหาครู เพื่อความรู้ในปฏิปทาอัน ให้ถึงความดับแห่งสังขารตามเป็นจริง ฯ [พึงกระทำกิจในอริยสัจ ๔ แห่งปัจจยาการทั้งปวง เป็นสูตรหนึ่งๆ ]
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... ชรามรณํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรเณ ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ ชรามรณสมุทยํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรณสมุทเย ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ ชรามรณนิโรธํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรณนิโรเธ ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ ชรามรณนิโรธามินึ ปฏิปทํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรณนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพติ ฯ [สพฺเพสํ เอวํ เปยฺยาโล] ชาตึ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... ภวํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... อุปาทานํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... ตณฺหํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... เวทนํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... ผสฺสํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... สฬายตนํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... นามรูปํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... วิญฺญาณํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ... สงฺขาเร ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ สงฺขาเรสุ ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ สงฺขารสมุทยํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ สงฺขารสมุทเย ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ สงฺขารนิโรธํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ สงฺขารนิโรเธ ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพ สงฺขารนิโรธคามินึ ปฏิปทํ อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ สงฺขารนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ยถาภูตํ ญาณาย สตฺถา ปริเยสิตพฺโพติ ฯ [สพฺเพสํ จตุสจฺจิกํ กาตพฺพํ สุตฺตนฺโต เอโก ] ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้ไม่เห็นชราและมรณะตามเป็น จริง พึงกระทำความศึกษาเพื่อความรู้ในชราและมรณะตามความเป็นจริง ฯ [ไปยยาลอย่างนี้ พึงกระทำกิจอันเป็นไปในสัจจะ ๔] พึงกระทำความเพียร ... พึงกระทำฉันทะ ... พึงกระทำความอุตสาหะ ... พึงกระทำความไม่ย่อท้อ ... พึงกระทำความเพียรแผดเผากิเลส ... พึงกระทำความ เป็นผู้กล้า ... พึงกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อ ... พึงกระทำสติ ... พึงกระทำ สัมปชัญญะ ... พึงกระทำความไม่ประมาท ... ดังนี้แล ฯ จบอันตรไปยยาลที่ ๙ หัวข้อแห่งอันตรไปยยาล พระผู้มีพระภาคตรัส ครู ๑. ความศึกษา ๑. ความเพียร ๑. ฉันทะ ๑. ความอุตสาหะ ๑. ความไม่ย่อท้อ ๑. อาตัปปะ ๑. วิริยะ ๑. สาตัจจะ ๑. สติ ๑. สัมปชัญญะ ๑. อัปปมาท ๑. จบอันตรไปยยาลอันเป็นหัวข้อพระสูตร เบื้องต้นมีหัวข้อพระสูตร ๑๒ หัวข้อ รวมเป็น ๑๓๒ สูตร มีไปยยาลใน ระหว่าง พระผู้มีพระภาคตรัสด้วยสัจจะ ๔ ฯ จบหัวข้อในอันตรไปยยาลทั้งหลาย ฯ -----------------------------------------------------
ชรามรณํ ภิกฺขเว อชานตา อปสฺสตา ยถาภูตํ ชรามรเณ ยถาภูตํ ญาณาย สิกฺขา กรณียา ฯ [เอวํ เปยฺยาโล จตุสจฺจิกํ กาตพฺพํ] โยโค กรณีโย ... ฉนฺโท กรณีโย ... อุสฺโสฬฺหี กรณียา ... อปฺปฏิวานี กรณียา ... อาตปฺปํ กรณียํ ... วิริยํ กรณียํ ... สาตจฺจํ กรณียํ ... สติ กรณียา ... สมฺปชญฺญํ กรณียํ ... อปฺปมาโท กรณีโยติ ฯ อนฺตรเปยฺยาโล นวโม ฯ ตสฺส อุทฺทานํ สตฺถา สิกฺขา จ โยโค จ ฉนฺโท อุสฺโสฬฺหิ ปญฺจมี อปฺปฏิวานิยาตปฺปํ วิริยํ สาตจฺจ วุจฺจติ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ อปฺปมาเทน ทฺวาทสาติ ฯ สุตฺตนฺตา อนฺตรเปยฺยาลา นิฏฺฐิตา ฯ ปเร เต ทฺวาทส โหนฺติ สุตฺตา ทฺวตฺตึส สตานิ จ จตุสจฺเจน เต วุตฺตา เปยฺยาลา อนฺตรมฺหิ เยติ ฯ อนฺตรเปยฺยาเลสุ อุทฺทานํ สมตฺตํ ฯ -------------