๖. สตาปารัทธสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๖. สตาปารัทธสูตร
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัส เรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้า กัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อม คบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว แม้ในอดีตกาล ... แม้ในอนาคตกาล ... แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ฯ
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... ธาตุโสว ภิกฺขเว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ อตีตมฺปิ ภิกฺขเว อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทึสุ สมึสุ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ ฯ อนาคตมฺปิ ภิกฺขเว อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ ฯ เอตรหิปิ ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คูถกับคูถย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ มูตร กับมูตรย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ เขฬะกับเขฬะย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ บุพโพกับบุพโพย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ โลหิตกับโลหิตย่อมเข้ากันได้ ร่วม กันได้ แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้นแล ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว แม้ในอดีตกาล ... แม้ในอนาคต กาล ... แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดย ธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับ สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว คูโถ คูเถน สํสนฺทติ สเมติ มุตฺตํ มุตฺเตน สํสนฺทติ สเมติ เขโฬ เขเฬน สํสนฺทติ สเมติ ปุพฺโพ ปุพฺเพน สํสนฺทติ สเมติ โลหิตํ โลหิเตน สํสนฺทติ สเมติ เอวเมว โข ภิกฺขเว ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อตีตมฺปิ อทฺธานํ ... อนาคตมฺปิ อทฺธานํ ... เอตรหิปิ ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคม กับสัตว์ จำพวกที่มีอัธยาศัยดี แม้ในอดีตกาล ... แม้ในอนาคตกาล ... แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มี อัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ฯ
ธาตุโสว ภิกฺขเว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ อตีตมฺปิ ภิกฺขเว อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทึสุ สมึสุ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ ฯ อนาคตมฺปิ ภิกฺขเว อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ ฯ เอตรหิปิ ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย น้ำนมสดกับน้ำนมสดย่อมเข้ากันได้ ร่วม กันได้ น้ำมันกับน้ำมันย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ เนยใสกับเนยใสย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ น้ำผึ้งกับน้ำผึ้งย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ น้ำอ้อยกับน้ำอ้อยย่อมเข้ากัน ได้ ร่วมกันได้ แม้ฉันใด สัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้นแล ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี แม้ในอดีตกาล ... แม้ในอนาคตกาล ... แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวก ที่มีอัธยาศัยดี ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ขีรํ ขีเรน สํสนฺทติ สเมติ เตลํ เตเลน สํสนฺทติ สเมติ สปฺปิ สปฺปินา สํสนฺทติ สเมติ มธุ มธุนา สํสนฺทติ สเมติ ผาณิตํ ผาณิเตน สํสนฺทติ สเมติ เอวเมว โข ภิกฺขเว ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อตีตมฺปิ อทฺธานํ ... อนาคตมฺปิ อทฺธานํ ... เอตรหิปิ ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาค ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปว่า ฯ กิเลสเพียงดังหมู่ไม้ในป่า เกิดขึ้น เพราะการคบค้าสมาคม ย่อมขาด เพราะไม่คบค้าสมาคม คนเกาะท่อนไม้เล็กๆ พึงจมลงในห้วงมหรรณพ ฉันใด แม้สาธุชนก็ย่อมจมลง เพราะอาศัยคนเกียจคร้าน ฉันนั้น เพราะฉะนั้น พึงเว้นคน เกียจคร้าน มีความเพียรเลวนั้นเสีย พึงอยู่ร่วมกับบัณฑิตผู้ สงัด ผู้เป็นอริยะ ผู้มีใจสูง ผู้เพ่งพินิจ ผู้ปรารภความเพียร เป็นนิตย์ ฯ จบ สูตรที่ ๖
อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา สํสคฺคา วนโถ ชาโต อสํสคฺเคน ฉิชฺชติ ปริตฺตํ ทารุมารูยฺห ยถา สีเท มหณฺณเว เอวํ กุสีตมาคมฺม สาธุชีวีปิ สีทติ ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย กุสีตํ หีนวีริยํ ปวิวิตฺเตหิ อริเยหิ ปหิตตฺเตหิ ฌายิภิ นิจฺจํ อารทฺธวิริเยหิ ปณฺฑิเตหิ สหาวเสติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ