๗. อัสสาทสูตร ที่ ๓
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๗. อัสสาทสูตรที่ ๓ ว่าด้วยคุณโทษและเครื่องสลัดออกแห่งขันธ์ ๕
พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณแห่งรูปจักไม่มี ไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงกำหนัดในรูป. แต่เพราะคุณแห่งรูปมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึง กำหนัดในรูป. ถ้าโทษแห่งรูปจักไม่มีไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในรูป. แต่เพราะโทษ แห่งรูปมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงเบื่อหน่ายในรูป. ถ้าเครื่องสลัดออกแห่งรูปจักไม่มีไซร้ สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงออกไปจากรูปได้. แต่เพราะเครื่องสลัดออกแห่งรูปมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ ทั้งหลาย จึงออกไปจากรูปได้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณแห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา ฯลฯ แห่งสังขาร ฯลฯ แห่งวิญญาณจักไม่มีไซร้ สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงกำหนัดในวิญญาณ. แต่ เพราะคุณแห่งวิญญาณมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงกำหนัดในวิญญาณ. ถ้าโทษแห่งวิญญาณ จักไม่มีไซร้ สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ. แต่เพราะโทษแห่งวิญญาณมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ. ถ้าเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณจักไม่มีไซร้ สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงออกไปจากวิญญาณได้. แต่เพราะเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงออกไปจากวิญญาณได้.
สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺชนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว เวทนาย อสฺสาโท อภวิสฺส ฯเปฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สญฺญาย ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สงฺขารานํ อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ สงฺขารานํ อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺชนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สงฺขารานํ อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรสุ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ สงฺขารานํ อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สงฺขารานํ นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรหิ นิสฺสเรยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ สงฺขารานํ นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรหิ นิสฺสรนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺชนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว วิญฺญาณสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ วิญฺญาณสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว วิญฺญาณสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ วิญฺญาณสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ยังไม่รู้ยิ่งซึ่งคุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความ เป็นโทษ และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ตาม ความเป็นจริง เพียงใด สัตว์ทั้งหลาย ก็ยังไม่เป็นผู้ออกไป พรากไป หลุดพ้นไป มีใจอันหา ขอบเขตมิได้อยู่ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้ง สมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ เพียงนั้น. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด สัตว์ทั้งหลาย รู้ยิ่งซึ่ง คุณโดยความเป็นคุณ ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ ซึ่งเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ตามความเป็นจริง เมื่อนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเป็นผู้ออกไป พรากไป หลุดพ้นไป มีใจอันหาขอบเขตมิได้อยู่ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่ สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์. จบ สูตรที่ ๗.
ยาวกีวญฺจ ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ น อพฺภญฺญึสุ เนว ตาว ภิกฺขเว สตฺตา สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรึสุ ฯ ยโต จ โข ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญึสุ อถ ภิกฺขเว สตฺตา สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรนฺตีติ ฯ