คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๘. โกฏฐิกทุกขสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑ ข้อ๑ ฉบับ

๘. โกฏฐิกทุกขสูตร ว่าด้วยทรงแสดงความทุกข์แก่พระมหาโกฏฐิกะ

๑๖๓

ครั้งนั้น ท่านพระมหาโกฏฐิกะ ฯลฯ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส ฯลฯ อุทิศกายและใจอยู่เถิด” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “โกฏฐิกะ สิ่งใดเป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในสิ่งนั้น ก็อะไรเล่าชื่อว่าเป็นทุกข์ คือ จักขุเป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในจักขุนั้น รูปเป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะ ในรูปนั้น จักขุวิญญาณเป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในจักขุวิญญาณนั้น จักขุสัมผัส เป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในจักขุสัมผัสนั้น แม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์ หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะ ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัส เป็นปัจจัยที่เป็นทุกข์นั้น ฯลฯ ชิวหาเป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในชิวหานั้น ฯลฯ มโนเป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในมโนนั้น ธรรมารมณ์เป็นทุกข์ เธอพึงละ ฉันทะในธรรมารมณ์นั้น มโนวิญญาณเป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในมโนวิญญาณนั้น มโนสัมผัสเป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในมโนสัมผัสนั้น แม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็น สุขหรือทุกข์ หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้น เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยที่เป็นทุกข์นั้น โกฏฐิกะ สิ่งใดเป็นทุกข์ เธอพึงละฉันทะในสิ่งนั้น” โกฏฐิกทุกขสูตรที่ ๘ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๙๘}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้