๑๑. สภิยสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สภิยสูตร
สมัยหนึ่ง ท่านพระสภิยกัจจานะอยู่ ณ ที่พักซึ่งก่อสร้างด้วยอิฐ ใกล้บ้านญาติ ครั้งนั้นแล วัจฉโคตรปริพาชกได้เข้าไปหาท่านพระสภิยกัจจานะ ถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านสภิยกัจจานะ ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกัน ไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสภิยกัจจานะว่า ดูกรกัจจานะผู้เจริญ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกหรือ ท่านพระสภิย- *กัจจานะตอบว่า ดูกรวัจฉะ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรง พยากรณ์ ฯ ว. ดูกรกัจจานะผู้เจริญ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีก หรือ ฯ ส. ดูกรวัจฉะ แม้ปัญหาข้อนี้ก็เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรง พยากรณ์ ฯ ว. ดูกรกัจจานะผู้เจริญ สัตว์เบื้องหน้าตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อม ไม่เกิดอีกก็มีหรือ ฯ ส. ดูกรวัจฉะ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ ฯ ว. ดูกรกัจจานะผู้เจริญ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้หรือ ฯ ส. ดูกรวัจฉะ แม้ปัญหาข้อนี้ก็เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรง พยากรณ์ ฯ ว. ดูกรกัจจานะผู้เจริญ เมื่อข้าพเจ้าถามว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายไป แล้วย่อมเกิดอีกหรือ ท่านก็ตอบว่า ดูกรวัจฉะ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาที่พระผู้มี พระภาคไม่ทรงพยากรณ์ ดูกรกัจจานะผู้เจริญ เมื่อข้าพเจ้าถามว่า สัตว์เบื้องหน้า แต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีกหรือ ท่านก็ตอบว่า ดูกรวัจฉะ ปัญหาข้อนี้ เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ เมื่อข้าพเจ้าถามว่า ดูกรกัจจานะ ผู้เจริญ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มีหรือ ท่านก็ ตอบว่า ดูกรวัจฉะ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ ดูกรกัจจานะผู้เจริญ เมื่อข้าพเจ้าถามว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หา มิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้หรือ ท่านก็ตอบว่า ดูกรวัจฉะ แม้ปัญหาข้อนี้ ก็เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ ดูกรกัจจานะผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระสมณโคดมไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้น ฯ ส. ดูกรวัจฉะ เหตุอันใดและปัจจัยอันใดเพื่อการบัญญัติว่า สัตว์มีรูปก็ดี ว่าสัตว์ไม่มีรูปก็ดี ว่าสัตว์มีสัญญาก็ดี ว่าสัตว์ไม่มีสัญญาก็ดี ว่าสัตว์มีสัญญา ก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ก็ดี เหตุอันนั้นและปัจจัยอันนั้น พึงดับทุกๆ อย่าง หาเศษมิได้ บุคคลเมื่อบัญญัติสัตว์ ว่าสัตว์มีรูปก็ดี ว่าสัตว์ไม่มีรูปก็ดี ว่าสัตว์ มีสัญญาก็ดี ว่าสัตว์หาสัญญามิได้ก็ดี ว่าสัตว์มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ก็ดี พึงบัญญัติด้วยอะไร ฯ ว. ดูกรกัจจานะผู้เจริญ ท่านบวชนานเท่าไร ฯ ส. ไม่นาน ได้สามพรรษา ฯ ว. ดูกรท่านผู้มีอายุ การกล่าวแก้ของผู้ที่กล่าวแก้ได้มากถึงเท่านี้ ก็เมื่อ การกล่าวแก้ไพเราะอย่างนี้แล้ว ก็ไม่จำต้องพูดอะไรกันอีก ฯ จบสูตรที่ ๑๑ จบ อัพยากตสังยุตต์ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. เขมาเถรีสูตร ๒. อนุราธสูตร ๓. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๑ ๔. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๒ ๕. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๓ ๖. สาริปุตต- *โกฏฐิตสูตรที่ ๔ ๗. โมคคัลลานสูตร ๘. วัจฉสูตร ๙. กุตุหลสาลา สูตร ๑๐. อานันทสูตร ๑๑. สภิยสูตร ฯ จบสฬายตนวรรคสังยุตต์ ----------------------------------------------------- รวมวรรคที่มีในสังยุตต์นี้ คือ ๑. สฬายตนสังยุตต์ ๒. เวทนาสังยุตต์ ๓. มาตุคามสังยุตต์ ๔. ชัมพุขาทกสังยุตต์ ๕. สามัณฑกสังยุตต์ ๖. โมคคัลลานสังยุตต์ ๗. จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๘. คามณิสังยุตต์ ๙. อสังขตสังยุตต์ ๑๐. อัพยากตสังยุตต์ ฯ -----------------------------------------------------
เอกํ สมยํ อายสฺมา สภิโย กจฺจาโน ญาติเก วิหรติ คิญฺชกาวสเถ ฯ อถ โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก เยนายสฺมา สภิโย กจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สภิเยน กจฺจาเนน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก อายสฺมนฺตํ สภิยํ กจฺจานํ เอตทโวจ กึ นุ โข โภ กจฺจาน โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ อพฺยากตํ โข เอตํ วจฺฉ ภควตา โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ กึ ปน โก กจฺจาน น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ เอตมฺปิ โข วจฺฉ อพฺยากตํ ภควตา น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ กึ นุ โข โภ กจฺจาน โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ อพฺยากตํ โข เอตํ วจฺฉ ภควตา โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ กึ ปน โภ กจฺจาน เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ เอตมฺปิ โข วจฺฉ อพฺยากตํ ภควตา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ กึ นุ โข โภ กจฺจาน โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน อพฺยากตํ โข เอตํ วจฺฉ ภควตา โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วเทสิ ฯ กึ ปน โภ กจฺจาน น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน อพฺยากตํ โข เอตํ วจฺฉ ภควตา น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วเทสิ ฯ กึ นุ โข โภ กจฺจาน โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน อพฺยากตํ โข เอตํ วจฺฉ ภควตา โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วเทสิ ฯ กึ ปน โภ กจฺจาน เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน เอตมฺปิ โข วจฺฉ อพฺยากตํ ภควตา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วเทสิ ฯ โก นุ โข โภ กจฺจาน เหตุ โก ปจฺจโย เยเนตํ อพฺยากตํ สมเณน โคตเมนาติ ฯ โย จ วจฺฉ เหตุ โย จ ปจฺจโย ปญฺญาปนาย รูปีติ วา อรูปีติ วา สญฺญีติ วา อสญฺญีติ วา เนวสญฺญินาสญฺญีติ วา โส จ เหตุ โส จ ปจฺจโย สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อปริเสสํ นิรุชฺเฌยฺย ฯ เกน นํ ปญฺญาปยมาโน ปญฺญเปยฺย รูปีติ วา อรูปีติ วา สญฺญีติ วา อสญฺญีติ วา เนวสญฺญินาสญฺญีติ วาติ ฯ กีวจิรํ ปพฺพชิโตสิ โภ กจฺจานาติ ฯ น จิรํ อาวุโส ตีณิ วสฺสานีติ ฯ ยสฺสปสฺส อาวุโส เอตฺตเกน เอตฺตกเมว ตํปสฺส พหุ โก ปน วาโท เอวํ อภิกฺกนฺเตติ ฯ เอกาทสมํ ฯ อพฺยากตสํยุตฺตํ สมตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ เขมา เถรี อนุราโธ สารีปุตฺตาติ โกฏฺฐิโต โมคฺคลฺลาโน จ วจฺโฉ จ กุตุหลสาลานนฺโท สภิโย เอกาทสมนฺติ ฯ สฬายตนวคฺคสํยุตฺตํ สมตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ สฬายตนเวทนา มาตุคาโม ชมฺพุขาทโก สามณฺฑโก โมคฺคลฺลาโน จิตฺโต คามณฺยสงฺขตํ อพฺยากตนฺติ ทส จาติ ฯ -----------