คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๘. อุปวาณสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๗๘–๘๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๗ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อุปวาณสูตร

๗๘

ครั้งนั้นแล ท่านพระอุปวาณะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่ตรัสว่า ธรรม อันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไร พระธรรมจึงชื่อว่าอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน พระเจ้าข้า ฯ

อถ โข อายสฺมา อุปวาโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อุปวาโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโมติ ภนฺเต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ

๗๙

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุปวาณะ ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้วเป็นผู้เสวยรูป เสวยความกำหนัดในรูป และรู้ชัดซึ่งความ กำหนัดในรูปอันมีอยู่ในภายในว่า เรายังมีความกำหนัดในรูปในภายใน อาการที่ ภิกษุเห็นรูปด้วยจักษุแล้วเป็นผู้เสวยรูป เสวยความกำหนัดในรูป และรู้ชัดซึ่งความ กำหนัดในรูปอันมีอยู่ในภายในว่า เรายังมีความกำหนัดในรูปในภายใน อย่างนี้แล เป็นธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควร น้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ฯ

อิธ ปน อุปวาณ ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา รูปปฏิสํเวที จ โหติ รูปราคปฏิสํเวที จ สนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ รูเปสุ ราคํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ รูเปสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ ยนฺตํ อุปวาณ ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา รูปปฏิสํเวที จ โหติ รูปราคปฏิสํเวที จ สนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ รูเปสุ ราคํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ รูเปสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ เอวมฺปิ โข อุปวาณ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯเปฯ

๘๐

อีกประการหนึ่ง ดูกรอุปวาณะ ภิกษุลิ้มรสด้วยลิ้น ฯลฯ

ปุน จปรํ อุปวาณ ภิกฺขุ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา รสปฏิสํเวที จ โหติ รสราคปฏิสํเวที จ สนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ รเสสุ ราคํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ รเสสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ ยนฺตํ อุปวาณ ภิกฺขุ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา รสปฏิสํเวที จ โหติ รสราคปฏิสํเวที จ สนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ รเสสุ ราคํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ รเสสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ เอวมฺปิ โข อุปวาณ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ

๘๑

อีกประการหนึ่ง ดูกรอุปวาณะ ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ ด้วยใจ แล้วเป็นผู้เสวยธรรมารมณ์ เสวยความกำหนัดในธรรมารมณ์ และรู้ชัดซึ่งความ กำหนัดในธรรมารมณ์อันมีอยู่ภายในว่า เรายังมีความกำหนัดในธรรมารมณ์ในภาย- *ใน อาการที่ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้วเป็นผู้เสวยธรรมารมณ์ เสวยความ กำหนัดในธรรมารมณ์ และรู้ชัดซึ่งความกำหนัดในธรรมารมณ์อันมีอยู่ในภายในว่า เรายังมีความกำหนัดในธรรมารมณ์ในภายใน อย่างนี้แล เป็นธรรมอันผู้บรรลุจะพึง เห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชน พึงรู้เฉพาะตน ฯ

ปุน จปรํ อุปวาณ ภิกฺขุ มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย ธมฺมปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมราคปฏิสํเวที จ สนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ ราคํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ ยนฺตํ อุปวาณ ภิกฺขุ มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย ธมฺมปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมราคปฏิสํเวที จ สนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ ราคํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ เอวมฺปิ โข อุปวาณ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ ฯเปฯ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ

๘๒

ดูกรอุปวาณะ ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้วเป็น ผู้เสวยรูป แต่ไม่เสวยความกำหนัดในรูป และรู้ชัดซึ่งความกำหนัดในรูปอันไม่มี ในภายในว่า เราไม่มีความกำหนัดในรูปในภายใน อาการที่ภิกษุเป็นผู้เห็นรูปด้วย จักษุแล้วเป็นผู้เสวยรูป แต่ไม่เสวยความกำหนัดในรูป และรู้ชัดซึ่งความกำหนัด ในรูปอันไม่มีในภายในว่า เราไม่มีความกำหนัดในรูปในภายในอย่างนี้แล เป็น ธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อม เข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ฯ

อิธ ปน อุปวาณ ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา รูปปฏิสํเวที จ โหติ โน จ รูปราคปฏิสํเวที อสนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ รูเปสุ ราคํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ รูเปสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ ยนฺตํ อุปวาณ ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา รูปปฏิสํเวที หิ โข โหติ โน จ รูปราคปฏิสํเวที อสนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ รูเปสุ ราคํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ รูเปสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ เอวมฺปิ โข อุปวาณ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ

๘๓

ดูกรอุปวาณะ อีกประการหนึ่ง ภิกษุฟังเสียงด้วยหู สูดกลิ่นด้วย จมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น ฯลฯ

ปุน จปรํ อุปวาณ ภิกฺขุ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา รสปฏิสํเวที หิ โข โหติ โน จ รสราคปฏิสํเวที อสนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ รเสสุ ราคํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ รเสสุ ราโคติ ปชานาติ ฯเปฯ

๘๔

ดูกรอุปวาณะ อีกประการหนึ่ง ภิกษุรู้ซึ่งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว เป็นผู้เสวยธรรมารมณ์ แต่ไม่เสวยความกำหนัดในธรรมารมณ์ และรู้ชัดซึ่งความ กำหนัดในธรรมารมณ์อันไม่มีในภายในว่า เราไม่มีความกำหนัดในธรรมารมณ์ใน ภายใน อาการที่ภิกษุรู้ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้วเป็นผู้เสวยธรรมารมณ์ แต่ไม่เสวย ความกำหนัดในธรรมารมณ์ และรู้ชัดซึ่งความกำหนัดในธรรมารมณ์อันไม่มีในภาย ในว่า เราไม่มีความกำหนัดในธรรมารมณ์ในภายใน อย่างนี้แล เป็นธรรมอันผู้ บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ฯ จบสูตรที่ ๘

ปุน จปรํ อุปวาณ ภิกฺขุ มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย ธมฺมปฏิสํเวที หิ โข โหติ โน จ ธมฺมราคปฏิสํเวที อสนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ ราคํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ ยนฺตํ อุปวาณ ภิกฺขุ มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย ธมฺมปฏิสํเวที หิ โข โหติ โน จ ธมฺมราคปฏิสํเวที อสนฺตญฺจ อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ ราคํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ ราโคติ ปชานาติ ฯ เอวมฺปิ โข อุปวาณ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย