คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๙. คังคาเปยยาล ๑๐. อัปปมาทวรรค ๑๑. พลกรณียวรรค ๑๒. เอสนาวรรค ๑๓. โอฆวรรค ๑๔.…

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๖๗๒–๖๗๗พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๖ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

๖๗๒

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไป สู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีนฉันใด ฯลฯ แม่น้ำทั้ง ๖ สายไหลไปสู่ทิศปราจีน แม่น้ำทั้ง ๖ สายไหลไปสู่สมุทร ทั้ง ๒ อย่างๆ ละ ๖ รวมเป็น ๑๒ เพราะเหตุนั้นจึงเรียกว่าวรรค. จบ คังคาเปยยาลที่ ๙

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว คงฺคา นที ปาจีนนินฺนา ปาจีนโปณา ปาจีนปพฺภารา ฯเปฯ ฉ ปาจีนโต นินฺนา ฉ นินฺนา จ สมุทฺทโต เทฺว เต ฉ ทฺวาทส โหนฺติ วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ ฯ คงฺคาเปยฺยาโล นวโม ฯ

๖๗๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่ไม่มีเท้าก็ดี ๒ เท้าก็ดี ๔ เท้าก็ดี เท้ามากก็ดี มี ประมาณเท่าใด พึงขยายเนื้อความอย่างที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง. รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ตถาคตสูตร ๒. ปทสูตร ๓. กูฏสูตร ๔. มูลสูตร ๕. สารสูตร ๖. วัสสิก สูตร ๗. ราชาสูตร ๘. จันทิมสูตร ๙. สุริยสูตร ๑๐. วัตถสูตร (พึงขยายความอัปปมาทวรรค ด้วยสามารถโพชฌงค์ แห่งโพชฌงคสังยุต) จบ อัปปมาทวรรคที่ ๑๐ แห่งโพชฌงคสังยุต

ยาวตา ภิกฺขเว สตฺตา อปาทา วา ทฺวิปาทา วา จตุปฺปาทา วา พหุปฺปาทา วาติ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ ตถาคตํ ปทํ กูฏํ มูลํ สาเรน วสฺสิกํ ราชา จนฺทิมสุริยา จ วตฺเถน ทสมํ ปทํ ฯ (อปฺปมาทวคฺโค โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส โพชฺฌงฺควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ ) ฯ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส อปฺปมาทวคฺโค ทสโม ฯ

๖๗๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังอย่างใดอย่างหนึ่ง อันบุคคลทำ อยู่ การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังทั้งหมดนั้น อันบุคคลอาศัยแผ่นดิน ดำรงอยู่บนแผ่นดิน จึงทำได้ ฉันใด. (พึงขยายเนื้อความอย่างที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง) รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. พลสูตร ๒. พีชสูตร ๓. นาคสูตร ๔. รุกขสูตร ๕. กุมภสูตร ๖. สุก- *สูตร ๗. อากาสสูตร ๘. เมฆสูตรที่ ๑ ๙. เมฆสูตรที่ ๒ ๑๐. นาวาสูตร ๑๑. อาคันตุก สูตร ๑๒. นทีสูตร (พึงขยายความพลกรณียวรรค ด้วยสามารถโพชฌงค์ แห่งโพชฌงคสังยุต) จบ พลกรณียวรรคที่ ๑๑

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เยเกจิ พลกรณียา กมฺมนฺตา กยิรนฺตีติ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ พลํ พีชญฺจ นาโค จ รุกฺขกุมฺเภน สุกิยา อากาเสน จ เทฺว เมฆา นาวา อาคนฺตุกา นที ฯ (พลกรณียวคฺโค โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส โพชฺฌงฺควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ พลกรณียวคฺโค เอกาทสโม ฯ

๖๗๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน? คือ การ แสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ (พึงขยายเนื้อความที่กล่าวนี้เป็น ตัวอย่าง) รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. เอสนาสูตร ๒. วิธาสูตร ๓. อาสวสูตร ๔. ภวสูตร ๕. ทุกขสูตรที่ ๑ ๖. ทุกขสูตรที่ ๒ ๗. ทุกขสูตรที่ ๓ ๘. ขีลสูตร ๙. มลสูตร ๑๐. นีฆสูตร ๑๑. เวทนา สูตร ๑๒. ตัณหาสูตร. (เอสนาเปยยาลแห่งโพชฌงคสังยุต บัณฑิตพึงให้พิสดารโดยอาศัยวิเวก) จบ เอสนาวรรคที่ ๑๒ โอฆะ ๔

ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนาติ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ เอสนา วิธา อาสโว ภโว จ ทุกฺขตา ติสฺโส ขีลํ มลํ จ นีโฆ จ เวทนา ตณฺหาเยน จาติ ฯ (โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส เอสนาเปยฺยาลํ วิเวกนิสฺสิตโต วิทูหิ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ เอสนาวคฺโค ทฺวาทสโม ฯ

๖๗๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โอฆะ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน? ได้แก่โอฆะ คือกาม โอฆะคือภพ โอฆะคือทิฏฐิ โอฆะคืออวิชชา (พึงขยายเนื้อความดังที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง).

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว โอฆา ฯ กตเม จตฺตาโร ฯ กาโมโฆ ภโวโฆ ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆติ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ

๖๗๗

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน? คือ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา สังโยชน์อันเป็นส่วน เบื้องสูง ๕ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ อันภิกษุควรเจริญ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนด รู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละซึ่งสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้แล โพชฌงค์ ๗ เป็น ไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัย วิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ มีอันกำจัดราคะ เป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัม- *โพชฌงค์ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ย่อม เจริญสติสัมโพชฌงค์ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อม เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ย่อม เจริญสติสัมโพชฌงค์ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อม เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ เหล่านี้แล อันภิกษุควรเจริญ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละซึ่งสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้แล. รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โอฆสูตร ๒. โยคสูตร ๓. อุปาทานสูตร ๔. คันถสูตร ๕. อนุสยสูตร ๖. กามคุณสูตร ๗. นิวรณสูตร ๘. ขันธสูตร ๙. อุทธัมภาคิยสูตร จบ โอฆวรรคที่ ๑๓ แม่น้ำทั้ง ๖ สาย ไหลไปสู่ทิศปราจีน แม่น้ำทั้ง ๖ สาย ไหลไปสู่สมุทร ทั้ง ๒ อย่างนั้น อย่างละ ๖ รวมเป็น ๑๒ เพราะเหตุนั้นจึงเรียกว่าวรรค (คังคาเปยยาลแห่งโพชฌงคสังยุต พึงขยายความด้วยสามารถแห่งราคะ) จบ วรรคที่ ๑๔ ๑. ตถาคตสูตร ๒. ปทสูตร ๓. กูฏสูตร ๔. มูลสูตร ๕. สารสูตร ๖. วัสสิก- *สูตร ๗. ราชสูตร ๘. จันทิมสูตร ๙. สุริยสูตร ๑๐. วัตถสูตร (อัปปมาทวรรค พึงขยายเนื้อความให้พิสดารด้วยสามารถแห่งราคะ) จบ วรรคที่ ๑๕ ๑. พลสูตร ๒. พีชสูตร ๓. นาคสูตร ๔. รุกขสูตร ๕. กุมภสูตร ๖. สุกกสูตร ๗. อากาสสูตร ๘. เมฆสูตรที่ ๑ ๙. เมฆสูตรที่ ๒ ๑๐. นาวาสูตร ๑๑. อาคันตุกสูตร ๑๒. นทีสูตร (พลกรณียวรรคแห่งโพชฌงคสังยุต พึงขยายเนื้อความให้พิสดารด้วยสามารถแห่งราคะ) จบ วรรคที่ ๑๖ ๑. เอสนาสูตร ๒. วิธาสูตร ๓. อาสวสูตร ๔. ภวสูตร ๕. ทุกขสูตรที่ ๑ ๖. ทุกขสูตรที่ ๒ ๗. ทุกขสูตรที่ ๓ ๘. ขีลสูตร ๙. มลสูตร ๑๐. นีฆสูตร ๑๑. เวทนาสูตร ๑๒. ตัณหาสูตร. จบ เอสนาวรรคแห่งโพชฌงคสังยุตที่ ๑๗ ๑. โอฆสูตร ๒. โยคสูตร ๓. อุปาทานสูตร ๔. คันถสูตร ๕. อนุสยสูตร ๖. กามคุณสูตร ๗. นีวรณสูตร ๘. ขันธสูตร ๙. อุทธัมภาคิยสูตร. (โอฆวรรคพึงขยายเนื้อความให้พิสดารด้วยสามารถแห่งการกำจัดราคะเป็นที่สุด การ กำจัดโทสะเป็นที่สุด และการกำจัดโมหะเป็นที่สุด) จบ วรรคที่ ๑๘ (มรรคสังยุตแม้ใด ขยายเนื้อความให้พิสดารแล้ว โพชฌงคสังยุต แม้นั้น ก็พึง ขยายเนื้อความให้พิสดาร) จบ โพชฌงคสังยุต -----------------------------------------------------

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ อวิชฺชา ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ฯ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ อุทฺธมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพา ฯ กตเม สตฺต ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ราควินยปริโยสานํ โทสวินยปริโยสานํ โมหวินยปริโยสานํ อมโตคธํ อมตปรายนํ อมตปริโยสานํ นิพฺพานนินฺนํ นิพฺพานโปณํ นิพฺพานปพฺภารํ ฯ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ อุทฺธมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพาติ ฯ โอโฆ โยโค อุปาทานํ คนฺถา อนุสเยน จ กามคุณา นีวรณา ขนฺธา อุทฺธมฺภาคิยานีติ ฯ โอฆวคฺโค เตรสโม ฯ ฉ ปาจีนโต นินฺนา ฉ นินฺนา จ สมุทฺทโต เทฺว เต ฉ ทฺวาทส โหนฺติ วคฺโค เตน ปวุจฺจติ ฯ (โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส คงฺคาเปยฺยาลํ ราควเสน วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ วคฺโค จุทฺทสโม ฯ ตถาคตํ ปทํ กูฏํ มูลํ สาเรน วสฺสิกํ ราชา จนฺทิมสุริยา จ วตฺเถน ทสมํ ปทํ ฯ (อปฺปมาทวคฺโค ราควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ ปณฺณรสโม ฯ พลํ พีชญฺจ นาโค จ รุกฺขกุมฺเภน สุกิยา อากาเสน จ เทฺว เมฆา นาวา อาคนฺตุกา นที ฯ (โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส พลกรณียวคฺโค ราควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ โสฬสโม ฯ เอสนา วิธา อาสโว ภโว จ ทุกฺขตา ติสฺโส ขีลํ มลํ จ นีโฆ จ เวทนา ตณฺหาเยน จ ฯ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส เอสนาวคฺโค สตฺตรสโม ฯ โอโฆ โยโค อุปาทานํ คนฺถา อนุสเยน จ กามคุณา นีวรณา ขนฺธา อุทฺธมฺภาคิยานีติ ฯ (ราควินยปริโยสานโทสวินยปริโยสานโมหวินยปริโยสานวเสน โอฆวคฺโค วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ อฏฺฐารสโม ฯ (ยทปิ มคฺคสํยุตฺตํ วิตฺถาริตํ ตทปิ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตํ สมตฺตํ ฯ -----------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย