ชราสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ชราวรรคที่ ๕ ชราสูตร ว่าด้วยความแก่
ชราวคฺโค ปญฺจโม
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้:- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดา ใน บุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น แล้วประทับนั่งผินพระปฤษฎางค์ผิงแดดในที่มีแสงแดดส่องมาจากทิศประจิมอยู่ ครั้งนั้น ท่านพระ- *อานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว บีบนวดพระกาย ของพระผู้มีพระภาคด้วยฝ่ามือพลางกราบทูลว่า
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท ฯ เตน โข ปน สมเยน ภควา สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต ปจฺฉาตปเก นิสินฺโน โหติ ปิฏฺฐึ โอตาปยมาโน ฯ อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ภควโต คตฺตานิ ปาณินา อโนมชฺชนฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีมาแล้ว เวลานี้พระฉวีวรรณของ พระผู้มีพระภาคไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนเมื่อก่อน พระสรีระก็หย่อนย่นเป็นเกลียว พระกายก็ค้อม ไปข้างหน้า และความแปรปรวนของอินทรีย์ คือ พระจักษุ พระโสตะ พระฆานะ พระชิวหา พระกาย ก็ปรากฏอยู่.
อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต น เจวทานิ ภนฺเต ภควโต ตาว ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต สิถิลานิ จ คตฺตานิ สนฺถานิ วลิชาตานิ ปุรโต ปพฺภาโร จ กาโย ทิสฺสติ จ อินฺทฺริยานํ อญฺญถตฺตํ จกฺขุนฺทฺริยสฺส โสตินฺทฺริยสฺส ฆานินฺทฺริยสฺส ชิวฺหินฺทฺริยสฺส กายินฺทฺริยสฺสาติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ข้อนี้เป็นอย่างนั้น ชราธรรมย่อมมีใน ความเป็นหนุ่มสาว พยาธิธรรมย่อมมีในความไม่มีโรค มรณธรรมย่อมมีในชีวิต ผิวพรรณไม่ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนเมื่อก่อน สรีระก็หย่อนย่นเป็นเกลียว กายก็ค้อมไปข้างหน้า และความ แปรปรวนแห่งอินทรีย์ คือ จักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย ก็ปรากฏอยู่.
เอวเญฺหตํ อานนฺท โหติ ชราธมฺโม โยพฺพญฺเญ พฺยาธิธมฺโม อาโรเคฺย มรณธมฺโม ชีวิเต ฯ น เจว ตาว ปริสุทฺโธ โหติ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต สิถิลานิ จ โหนฺติ คตฺตานิ สนฺถานิ วลิชาตานิ ปุรโต ปพฺภาโร จ โหติ กาโย ทิสฺสติ จ อินฺทฺริยานํ อญฺญถตฺตํ จกฺขุนฺทฺริยสฺส โสตินฺทฺริยสฺส ฆานินฺทฺริยสฺส ชิวฺหินฺทฺริยสฺส กายินฺทฺริยสฺสาติ ฯ อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวา สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา
พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า ถึงท่านจะติความแก่อันเลวทราม ถึงท่านจะติความแก่อันทำให้ผิวพรรณ ทรามไป รูปอันน่าพึงใจก็คงถูกความแก่ย่ำยีอยู่นั่นเอง แม้ผู้ใดพึงมีชีวิตอยู่ ได้ร้อยปี (ผู้นั้นก็ไม่พ้นความตายไปได้) สัตว์ทั้งปวงมีความตายเป็นเบื้อง- *หน้า ความตายย่อมไม่ละเว้นอะไรๆ ย่อมย่ำยีทั้งหมดทีเดียว. จบ สูตรที่ ๑
ธิ ตํ ชมฺมีชเร อตฺถุ ทุพฺพณฺณกรณีชเร ตาว มโนรมํ พิมฺพํ ชราย อภิมทฺทิตํ ฯ โยปิ วสฺสสตํ ชีเว สพฺเพ มจฺจุปรายนา น กิญฺจิ ปริวชฺเชติ สพฺพเมวาภิมทฺทตีติ ฯ