ภิกขุสูตร ที่ ๒
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ภิกขุสูตรที่ ๒ ว่าด้วยอิทธิฤทธิ์
ครั้งนั้น ภิกษุหลายรูปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ พระผู้มี พระภาคได้ตรัสถามภิกษุเหล่านั้นว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อิทธิเป็นไฉน อิทธิบาทเป็นไฉน อิทธิบาทภาวนาเป็นไฉน ปฏิปทาที่จะให้ถึงอิทธิบาทภาวนาเป็นไฉน? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมทั้งหลายของข้าพระองค์ทั้งหลายมีพระผู้มีพระภาคเป็นรากฐาน ฯลฯ
อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺเน โข เต ภิกฺขู ภควา เอตทโวจ กตมา นุ โข ภิกฺขเว อิทฺธิ กตโม อิทฺธิปาโท กตมา อิทฺธิปาทภาวนา กตมา อิทฺธิปาทภาวนาคามินี ปฏิปทาติ ฯ ภควํมูลกา โน ภนฺเต ธมฺมา ภควํเนตฺติกา ฯเปฯ
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อิทธิเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมแสดง ฤทธิ์ได้หลายอย่าง คือ คนเดียวเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ ฯลฯ ใช้อำนาจ ทางกายไปตลอดถึงพรหมโลกก็ได้ นี้เรียกว่า อิทธิ.
กตมา จ ภิกฺขเว อิทฺธิ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภติ เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ ฯเปฯ ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อิทฺธิ ฯ
ก็อิทธิบาทเป็นไฉน? มรรคาอันใด ปฏิปทาอันใด ย่อมเป็นไปเพื่อได้ฤทธิ์ เพื่อได้เฉพาะซึ่งฤทธิ์ นี้เรียกว่า อิทธิบาท.
กตโม จ ภิกฺขเว อิทฺธิปาโท ฯ โย ภิกฺขเว มคฺโค ยา ปฏิปทา อิทฺธิลาภาย อิทฺธิปฏิลาภาย สํวตฺตติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อิทฺธิปาโท ฯ
ก็อิทธิบาทภาวนาเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญอิทธิบาท อันประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร ย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยวิริยสมาธิ ... จิตตสมาธิ ... วิมังสาสมาธิและปธานสังขาร นี้เรียกว่า อิทธิบาทภาวนา.
กตมา จ ภิกฺขเว อิทฺธิปาทภาวนา ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ฯ วิริยสมาธิ จิตฺตสมาธิ วีมํสาสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อิทฺธิปาทภาวนา ฯ
ก็ปฏิปทาที่จะให้ถึงอิทธิบาทภาวนาเป็นไฉน? อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แหละ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ นี้เรียกว่า ปฏิปทาที่จะให้ถึงอิทธิบาทภาวนา. จบ สูตรที่ ๙
กตมา จ ภิกฺขเว อิทฺธิปาทภาวนาคามินี ปฏิปทา ฯ อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ฯ เสยฺยถีทํ ฯ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อิทฺธิปาทภาวนาคามินี ปฏิปทาติ ฯ