๓. ตติยอภิสันทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๓. ตติยอภิสันทสูตร ว่าด้วยห้วงบุญกุศล สูตรที่ ๓
“ภิกษุทั้งหลาย ห้วงบุญกุศลนำสุขมาให้ ๔ ประการนี้ ห้วงบุญกุศล ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ๑. ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯลฯ เป็นศาสดา ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มี พระภาค’ นี้เป็นห้วงบุญกุศลนำสุขมาให้ประการที่ ๑ ๒. ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ฯลฯ ๓. ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ฯลฯ เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๑๐๓๗ (ปฐมอภิสันทสูตร) หน้า ๕๖๑ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๖๓} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๑. โสตาปัตติสังยุต] ๕. สคาถกปุญญภิสันทวรรค ๔. ปฐมมหัทธนสูตร ๔. เป็นผู้มีปัญญา คือ ประกอบด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา เห็นทั้งความเกิดและความดับ อันเป็นอริยะ ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ นี้เป็นห้วงบุญกุศลนำสุขมาให้ ประการที่ ๔ ห้วงบุญกุศลนำสุขมาให้ ๔ ประการนี้แล การที่จะกำหนดประมาณบุญของอริยสาวกผู้ประกอบด้วยห้วงบุญกุศล ๔ ประการนี้ว่า ‘ห้วงบุญกุศลมีประมาณเท่านี้ นำสุขมาให้’ ดังนี้ ไม่ใช่จะทำได้ง่าย แท้ที่จริง ห้วงบุญกุศลนี้ย่อมถึงการนับว่า ‘เป็นกองบุญใหญ่ที่นับไม่ได้ ประมาณ ไม่ได้เลย” พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดาได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถา- ประพันธ์ต่อไปอีกว่า “ผู้ใดต้องการบุญ ตั้งอยู่ในกุศล ย่อมเจริญมรรคเพื่อบรรลุอมตะ ผู้นั้นบรรลุธรรมอันเป็นสาระ ยินดีในธรรมเป็นที่สิ้นไป ย่อมไม่หวั่นไหวเมื่อมัจจุราชมาถึง” ตติยอภิสันทสูตรที่ ๓ จบ